แชร์

ฮั่วเซ่งเฮง คาดเป้าหมายทองคำที่ 6,000 ดอลลาร์ สหรัฐฯ เสี่ยงเกิดซ้ำ Government Shutdown

อัพเดทล่าสุด: 30 ม.ค. 2026
221 ผู้เข้าชม

รัฐบาลสหรัฐฯ สุ่มเสี่ยงกับการปิดหน่วยงานภาครัฐอีกครั้ง ทั้งอาจสั่นคลอนระบบเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก ขณะที่กระแส Sell America ทำให้เงินดอลลาร์ถูกแรงเทขายอย่างหนักจนค่าเงินแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี

Government Shutdown อาจเกิดขึ้นอีกครั้งในสมัยทรัมป์ 2.0

สถานการณ์ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องปิดหน่วยงานภาครัฐ (Government Shutdown) กลับมาอยู่ในความสนใจของตลาดการเงินโลกอีกครั้ง หากย้อนกลับไปดูบทเรียนจากการชัตดาวน์ครั้งล่าสุดในปี 2568 ที่ผ่านมา ในยุคสมัยทรัมป์ 2.0 ถือเป็นการปิดหน่วยงานภาครัฐที่ยาวนานที่สุดถึง 43 วัน (1 ต.ค. - 12 พ.ย. 2568) สร้างสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ ด้านสำนักงานงบประมาณรัฐสภาแห่งสภาคองเกรส สหรัฐอเมริกา (CBO) ประเมินว่า การปิดหน่วยงานภาครัฐในครั้งนั้นสร้างความเสียหายสูงถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ และทำให้ความล่าช้าในการใช้จ่ายของภาครัฐมีมูลค่าสูงกว่า 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ แม้ผลกระทบต่อ GDP ในเชิงตัวเลขอาจถูกประเมินว่าอยู่ในวงจำกัด และสามารถฟื้นกลับได้บางส่วนหลังหน่วยงานภาครัฐเปิดทำการอีกครั้ง แต่ความเสียหายที่ชัดเจนคือความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและตลาดการเงิน นอกจากนี้ การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ การเลื่อนประกาศข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนในเชิงนโยบาย ยังส่งผลให้นักลงทุนต้องป้องกันความเสี่ยง ด้วยการหันไปถือสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์โดยตรง ทั้งนี้ ราคาทองคำในช่วงชัตดาวน์ครั้งก่อนตอบสนองในเชิงบวกจากแรงซื้อเชิงป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุน

Government Shutdown ในปีนี้อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด หากร่างกฎหมายงบประมาณของรัฐบาลไม่สามารถผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาได้ทันก่อนเส้นตายในคืนวันศุกร์ที่ 30 ม.ค.นี้ โดยสาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สหรัฐอเมริกา (DHS) ซึ่งถูกสมาชิกวุฒิสภาของพรรคเดโมแครตคัดค้านอย่างหนัก จากประเด็นการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐอเมริกา (ICE) ยิงพลเมืองอเมริกันเสียชีวิต 2 ราย ระหว่างการปฏิบัติภารกิจกวาดล้างผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายในมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในรอบนี้ อาจถูกจำกัดอยู่ในวงแคบและไม่รุนแรงเท่ากับครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากร่างกฎหมายงบประมาณฯ 6 จาก 12 ฉบับได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ชัตดาวน์รอบนี้จะเป็นการปิดหน่วยงานภาครัฐบางส่วน (Partial Shutdown) เท่านั้น และอาจไม่ส่งผลให้ GDP สหรัฐฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ดอลลาร์อ่อนค่าลงต่ำสุด ตลาดสูญเสียความเชื่อมั่น

ความสุ่มเสี่ยงของการชัตดาวน์ครั้งนี้จะยิ่งซ้ำเติมความเปราะบางของค่าเงินดอลลาร์ หลังการชัตดาวน์ครั้งที่ผ่านมาส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงถึง 10% ซึ่งล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำว่า ค่าเงินดอลลาร์ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ตลาดกลับตอบสนองในทางตรงกันข้าม โดยล่าสุดเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี ขณะที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงทรงตัวที่ระดับ 96.16 สะท้อนถึงความกังวลต่อความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐฯ ทั้งจุดประเด็นให้มีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์พุ่งขึ้น และสงครามการค้ากำลังกลับมาอีกรอบ ส่วนปัญหาเรื้อรังเดิม ไม่ว่าจะเป็นหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง การขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น และกระแส “Sell America” ที่นักลงทุนแห่ขายสินทรัพย์สหรัฐฯ โดยเฉพาะพันธบัตรและเงินดอลลาร์ เป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญ

ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่าหากการชัตดาวน์เกิดขึ้นจริง แนวโน้มผลกระทบต่อราคาทองคำจะเป็นไปในเชิงบวก และทองคำมักได้รับการตอบสนอง “ล่วงหน้า” ก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้น จากการป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุน รวมทั้งอาจมีความผันผวนสูงในช่วงที่มีการรายงานข่าว ทั้งนี้ หากการชัตดาวน์ยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในวงกว้าง ทองคำมีแนวโน้มจะได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่อง ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยควบคู่กับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์

สิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน คือการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความผันผวน ไม่ยึดติดกับตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว เพราะผลกระทบที่แท้จริงของการชัตดาวน์มักสะท้อนผ่าน “ความเชื่อมั่น” ของตลาดการเงินมากกว่าความเสียหายเชิงตัวเลขในระยะสั้น ภายใต้ภาพรวมของปี 2569 ที่ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

ดังนั้น Government Shutdown จึงไม่ใช่เพียง “ข่าวการเมือง” แต่เป็นตัวเร่งความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก สร้างผลกระทบทั้งค่าเงิน ความเชื่อมั่น ทิศทางการลงทุนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะทองคำ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงได้อย่างโดดเด่นในช่วงที่ความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น

ฮั่วเซ่งเฮง ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำปีนี้ที่ 6,000 ดอลลาร์
แนะพอร์ตลงทุนควรมีทองคำ 10–15%

ราคาทองคำในตลาดโลกยังคงเดินหน้าปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือเพิ่มขึ้นแล้วเกือบ 30% ล่าสุดพุ่งเฉียด 5,600 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (All-Time High) เป็นครั้งที่ 12 ของปีนี้ ส่วนราคาทองคำภายในประเทศสร้างสถิติใหม่เช่นกัน ที่ 81,950 บาทต่อบาททองคำ กระตุ้นกระแส FOMO ในตลาดให้กลับมาอีกครั้ง ในยุคนี้ทองคำจึงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนต้องมีอยู่ในพอร์ตประมาณ 10–15% เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ  

ล่าสุดเช้านี้ (29 ม.ค. 69) แม้ว่าราคาทองคำในตลาดโลกได้ปรับตัวลง แต่ถือว่าเป็นการปรับฐานและเป็นเรื่องที่ดีต่อแนวโน้มขาขึ้นทั้งระยะกลางและระยะยาว หากราคาทองคำยังสามารถรักษาฐานเหนือเส้นค่าเฉลี่ยได้ สำหรับมุมมองของนักวิเคราะห์ เชื่อว่าทิศทางของทองคำยังคงเป็นขาขึ้นต่อและมีโอกาสสร้างจุดสูงสุดใหม่ในระยะถัดไป

ทั้งนี้ ฮั่วเซ่งเฮง ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำในปี 2569 ขึ้นสู่ระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (หรือเทียบเท่าราคาทองคำในประเทศราว 88,000 บาทต่อบาททองคำ) พร้อมทั้งแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์เชิงรับในการเข้าทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 5,000 และ 4,500 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (หรือเทียบเท่าราคาทองในประเทศราว 74,000 และ 67,000 บาทต่อบาททองคำ ตามลำดับ)


บทความที่เกี่ยวข้อง
BAM มอบอุปกรณ์การแพทย์  ให้แก่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ กรุงเทพฯ
นายวีรเวช ศิริชาติไชย รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายสนับสนุนองค์กร พร้อมพนักงานบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM  ร่วมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ กลุ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกผู้ป่วย
16 ธ.ค. 2025
รวมดีลเด็ด คิง เพาเวอร์ กับ มหกรรมเซลกลางปีสุดยิ่งใหญ่
คิง เพาเวอร์ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว เอาใจสายช้อปพร้อมเสิร์ฟดีลเด็ดให้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีไฟลต์หรือไม่มีไฟลต์บินก็ช้อปได้ ที่ คิง เพาเวอร์ สาขาท่าอากาศยาน,  คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก และคิง เพาเวอร์ ออนไลน์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
5 ส.ค. 2025
ธ.ก.ส. ร่วมกับ กปร. มอบเงินสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้ประชาชนในพื้นที่  บ้านหัวแม่คำ จังหวัดเชียงราย หลังได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม
นายเกียรติศักดิ์ พระวร ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคาร พร้อมด้วย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)
5 ส.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy