แชร์

อัตราเงินเฟ้อเดือน ม.ค. 68 อยู่ที่ -0.66% คาดเงินเฟ้อไทยต่ำต่อเนื่อง จากต้นทุนการผลิตที่ลดลงตามราคาพลังงานโลก และการไหลบ่าของสินค้านำเข้าราคาถูก

อัพเดทล่าสุด: 9 ก.พ. 2026
450 ผู้เข้าชม

Key Highlights :

·          อัตอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน ม.ค. 69 อยู่ที่ -0.66%YoY ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ตามราคาพลังงานที่ลดต่ำลงกว่าปีก่อน ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.60%YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนที่ 0.59%YoY 

·     Krungthai COMPASS คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้าจะยังต่ำต่อเนื่อง จาก 1) ต้นทุนการผลิตที่ลดลงตามราคาพลังงานโลก 2) การไหลบ่าของสินค้านำเข้าราคาถูก โดยต้องจับตาความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกซึ่งจะส่งผลต่อแนวโน้มราคาน้ำมันและค่าเงินบาท

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ม.ค. 69 ติดลบ 0.66%จากราคาพลังงานและ​กลุ่มผักสดที่ราคาปรับลง

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ม.ค. อยู่ที่ -0.66% (YoY) ติดลบเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ -0.28% และมากกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ -0.40%[1] ปัจจัยหลักจากการลดลงของราคาสินค้าในหมวดพลังงานปรับลดลงถึง 8.41% จากทิศทางราคาพลังงานโลกที่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา และมาตรการลดภาระค่าคร่องชีพของภาครัฐ นอกจากนี้ ปัจจัยกดดันสำคัญในเดือนนี้คือ กลุ่มผักและผลไม้ ที่พลิกกลับมาลดลง 0.11% จากเดิมที่เคยเป็นบวกในเดือนก่อน (รูปที่ 2)

โดยในเดือน ม.ค. 69 มีกลุ่มสินค้าที่ระดับราคาปรับเพิ่มขึ้น 7 กลุ่ม ลดลงจาก 9 กลุ่มในเดือนที่ผ่าน (ไม่นับรวมหมวดพลังงาน) (รูปที่ 2) ซึ่งกลุ่มที่ระดับราคาปรับเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มค่าโดยสารสาธารณะ (เพิ่มขึ้น 4.38%) เป็นต้น ในขณะที่กลุ่มที่ระดับราคาปรับลดลง เช่น หมวดเคหสถาน (ลดลง 0.99%) เป็นต้น

เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบรายเดือน พบว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือน ม.ค. ลดลง 0.28% จากเดือน ธ.ค. โดยหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ปรับลดลง 0.42% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากกลุ่มผักสดที่ระดับราคาปรับลดลง 8.31% ในขณะที่หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ปรับลดลง 0.17% ตามการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับลดลง 1.78%

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 0.60% ทรงตัวจากเดือนก่อนที่ 0.59% หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบรายเดือน พบว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.07%

Implication:

·     Krungthai COMPASS คาดว่าอัตราเงินเฟ้อ ของไทย จะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องในระยะข้างหน้า จาก

1)    ต้นทุนการผลิตสินค้าที่ลดลงตามทิศทางราคาพลังงานที่จะต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยสำนักบริหารสารสนเทศพลังงานสหรัฐ (EIA) ประเมินว่า อุปทานน้ำมันของโลกในปี 2569 จะยังล้นตลาดต่อไป เนื่องจาก OPEC+ และผู้ผลิตรายอื่นมีแนวโน้มที่จะผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่าความต้องการ[2] โดยทิศทางราคาพลังงานที่ต่ำจะช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดลง โดยล่าสุดเห็นสัญญาณจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ปรับลดลงต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา (รูปที่ 3) นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังส่งผลให้ต้นทุนขนส่งลดลงอีกด้วย

2)   การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกจากต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนจากการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากจีนที่ขยายตัว 18% ในปี 68 ทำให้สินค้าจีนมีสัดส่วนถึง 44% ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2559-62 (ก่อนเกิดโควิด-19) ซึ่งอยู่ที่ 37% อีกทั้งภาวะค่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงที่ผ่านมา ล้วนกดดันให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ (รูปที่ 4)

·    จับตาความเสี่ยงต่อทิศทางเงินเฟ้อไทย ทั้งการไหลบ่าของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่รุนแรง เนื่องจากปัญหาสินค้าล้นตลาดและอุปสงค์ในจีนแผ่วลงกว่าคาด ผู้ผลิตจึงระบายสินค้ามายังอาเซียนและไทยมากขึ้น นอกจากนั้น ยังต้องจับตาความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมันโลกและค่าเงินบาทที่จะกระทบแนวโน้มเงินเฟ้อไทยในระยะถัดไป


บทความที่เกี่ยวข้อง
วิริยะประกันภัย ยกทัพบริการประกันภัยครบวงจร  ร่วมงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ณ บูธ F6 - F7
บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยกทัพผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันภัยเข้าร่วมงาน “Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47” เพื่อนำเสนอความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถยนต์และผู้บริโภคยุคใหม่
19 มี.ค. 2026
โลตัส ดันค้าปลีกสู่ Lifestyle Platform เปิดตัว “Cocoon – Blooming Thai Kindness”  ตอกย้ำการเป็นมากกว่าศูนย์รวมสินค้า สู่พื้นที่แห่งความสุขในทุกวัน
กรุงเทพฯ 17 เมษายน 2569 - โลตัส (Lotus’s) ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เดินเกมรุกด้าน แบรนดิ้งและประสบการณ์ลูกค้า ตอกย้ำบทบาทผู้นำค้าปลีกไทย ผ่านการเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ “Cocoon – Blooming Thai Kindness”
17 เม.ย. 2026
ธ.ก.ส. เป็นเจ้าภาพจัดงาน “State Enterprise Networking Knowledge Sharing 2026”  เชื่อมพลังความรู้ สร้างอนาคตรัฐวิสาหกิจไทย
วันนี้ (วันที่ 19 สิงหาคม 2569) ณ ห้องประชุมจำเนียรสาร ชั้น 24 เกษตรธนากร อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผนึกกำลังชมรม State Enterprise Networking (SE Networking)
19 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy