แชร์

เมย์แบงก์ ชี้ผลเลือกตั้ง หนุนตลาดหุ้นไทยไปไกลถึง 1500 จุด พร้อมแนะหุ้นเด่นรับธีมบริโภค–ลงทุน–การค้า

อัพเดทล่าสุด: 9 ก.พ. 2026
357 ผู้เข้าชม

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าผลการเลือกตั้งล่าสุดของไทย ซึ่งสะท้อนชัยชนะอย่างชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย และแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดทุนไทยในระยะถัดไป จากความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลงจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นายจักร เรืองสินภิญญา กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมย์แบงก์ ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ณ สิ้นปี 2569 เป็น 1,500 จุด จากการปรับเพิ่มค่าเป้าหมาย P/E ขึ้นสู่ค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 16.0 เท่า จากเดิม 14.5 เท่า สะท้อนความคาดหวังต่อเสถียรภาพทางการเมืองที่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนการ re-rating ของตลาดและเปิดทางให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการกระตุ้นการบริโภค การลงทุน และการค้า โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไป”

เสถียรภาพทางการเมือง หนุนการฟื้นตัวของตลาดทุน

จากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ พรรคภูมิใจไทยคว้าที่นั่งได้มากที่สุด และมีแนวโน้มเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพันธมิตร ส่งผลให้รัฐบาลใหม่มีเสียงสนับสนุนในสภาอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเมืองในระดับที่ตลาดทุนต้องการ

เมย์แบงก์ มองว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ และลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่กดดันตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมา

นโยบายรัฐคาดเน้น “บริโภค–ลงทุน–การค้า”

เมย์แบงก์ คาดว่าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีจะแล้วเสร็จและได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ก่อนจะเห็นการประกาศนโยบายสำคัญในช่วง 100 วันแรกของรัฐบาล โดยลำดับแรกจะเป็นมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและการลดค่าครองชีพ ซึ่งมีลักษณะต่อเนื่องจากแนวทางของรัฐบาลชุดก่อน

ขณะเดียวกัน จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือแนวโน้มการเร่งผลักดันการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านกลไก Fast Pass เพื่อปลดล็อกโครงการลงทุนมูลค่ารวมราว 1.9 ล้านล้านบาท รวมถึงการเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในแผน มูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการส่งออก การผลิต และกำไรของภาคธุรกิจจดทะเบียนในระยะกลางถึงยาว

แนะนำหุ้นเด่นและกลุ่มที่ได้ประโยชน์

เมย์แบงก์ ยังคงแนะนำหุ้นที่ได้อานิสงส์จาก “election rally” ซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ได้แก่ กลุ่มไฟแนนซ์ MTC กลุ่มท่องเที่ยว MINT กลุ่มสื่อสาร TRUE และ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ AP

นอกจากนี้ ยังมองเชิงบวกต่อหุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากการไหลเข้าของ FDI และการขยายตัวของการค้าในปี 2569 ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม WHA, AMATA กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ITC และ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ CCET

เมย์แบงก์ เชื่อว่าการผสานกันของเสถียรภาพทางการเมือง นโยบายเศรษฐกิจเชิงรุก และการฟื้นตัวของการลงทุน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างจังหวะการฟื้นตัวอย่างมีคุณภาพให้กับตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป


บทความที่เกี่ยวข้อง
เชอรี ประเทศไทย เปิด 6 ไฟนอลลิสต์ “Chery V23 Style Up Challenge”  ดันไอเดียคนไทยสู่เวทีโลก เฟ้นหาผู้ชนะชิงรางวัลรวมกว่า 4 แสนบาท
เชอรี ประเทศไทย เดินหน้าผลักดันพลังความคิดสร้างสรรค์ โชว์ 6 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากเวที “Chery V23 Style Up Challenge”
21 ก.พ. 2026
DRT แสดงความยินดีไทวัสดุเปิดสาขานครนายก
นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ร่วมแสดงความยินดีกับนายธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด
7 ต.ค. 2025
เอไอเอ ประเทศไทย พลิกโฉม AIA Vitality ใหม่! มาพร้อมไวทัลลิตี้ โบนัส และรางวัลจุก ๆ  ทุกเดือน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อทุกก้าวของสุขภาพ  พร้อมชวน หมาก ปริญ ร่วมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ที่ให้คุณมีสุขภาพดีได้มากกว่า
เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว AIA Vitality รูปแบบใหม่ เพื่อทุกก้าวของสุขภาพ และร่วมฉลองในโอกาสครบรอบ 10 ปี AIA Vitality ในประเทศไทย ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ใหม่ในรูปแบบ ไวทัลลิตี้ โบนัส ให้โบนัสเงินคืนตามสถานะไวทัลลิตี้ สูงสุดถึง 20%
17 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy