BAM โชว์ผลงานปี 68 New High ผลเรียกเก็บทะลุเป้า 17,800 ลบ. สูงสุดในรอบ 5 ปี

BAM ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ ทำผลงานปี 68 New High สร้างผลเรียกเก็บสูงสุดในรอบ 5 ปี ทะลุเป้าหมาย 17,800 ล้านบาท โดยมาจากผลงานทั้งทางด้าน NPL และทาง NPA พร้อมชูโมเดลยกระดับการพัฒนาองค์กร 3 ด้านสำคัญ คือ การพัฒนา Business Model การปรับปรุงกระบวนการทำงาน และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อสร้างการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวถึงผลการดำเนินงานปี 2568 ว่า เป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 5 ปี สามารถสร้างผลเรียกเก็บได้ทะลุเป้าที่ 17,800 ล้านบาท โดยผลงานด้าน NPL มาจากการดำเนินกลยุทธ์เดินหน้าด้วยแนวทางที่ให้โอกาสลูกหนี้ในการได้หลักประกัน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินกลับคืนไปด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน และมุ่งช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถฟื้นฟูกิจการหรือสถานะทางการเงินของตน โดยปรับโครงสร้างหนี้และหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน ด้วยกระบวนการ Recycling Machine ซึ่งมีเป้าหมายในการเร่งสร้างโรงงานแก้หนี้ (TDR Factory) เพื่อฟื้นฟูให้ลูกหนี้กลับมามีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้น พร้อมทั้งการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกหนี้เชิงลึก ทำให้สามารถออกแบบแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ได้ตรงกับศักยภาพของลูกหนี้แต่ละรายมากขึ้น ส่งผลให้กระบวนการแก้ไขหนี้มีความแม่นยำและดำเนินการได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ผลเรียกเก็บด้าน NPA ดำเนินการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายโดยใช้กลยุทธ์พันธมิตรทางธุรกิจ (NPA Partnership) ในการขยายฐานธุรกิจและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ผ่านความร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรที่มีศักยภาพ ให้พันธมิตรนำทรัพย์ไปพัฒนาและเพิ่มมูลค่า ทั้งบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม และที่ดินเปล่า เพื่อพลิก “ทรัพย์ร้าง” ให้กลายเป็น “ทรัพย์สร้างมูลค่า” ต่อยอดเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้ให้กับ BAM อย่างต่อเนื่อง ลดระยะเวลาการถือครอง และสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาวรวมไปถึงการจัดทำโครงการ “ทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต” ที่ได้รับเสียงตอบรับดีมากจากกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทำงานอิสระ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อสถาบันการเงินได้ยาก โดย BAMสามารถขายทรัพย์ไปได้ร่วม 1,000 ล้านบาท จากผู้สนใจจำนวนกว่า 6,722 ราย
ดร.รักษ์ฯ กล่าวอีกว่า การที่ BAM สามารถสร้างผลงานได้โดดเด่น เนื่องมาจากการยกระดับการพัฒนาองค์กรท่ามกลางการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วใน 3 ด้านที่สำคัญ ประกอบด้วย การพัฒนา Business Model แบบคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของธุรกิจในอนาคต การปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัว เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ผ่านแผนแม่บท HR Master Plan รวมถึงการปรับโครงสร้างองค์กร ให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการองค์กรยุคใหม่ ซึ่งการขับเคลื่อนเชิงรุกในทุกมิติครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ BAMX Transformation อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต



