แชร์

Krungthai CIO ชี้ Big Tech เร่งลงทุน AI หนุนโอกาส Semiconductors–Hardware ขณะ “Monetization” เป็นตัวชี้ขาด

อัพเดทล่าสุด: 10 ก.พ. 2026
319 ผู้เข้าชม

: แนะกลยุทธ์ลงทุนแบบ Barbell รองรับกระแส Rotation ตลาด และลงทุนในทองคำป้องกันความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ 

Krungthai CIO มองตลาดหุ้นไทยและญี่ปุ่นฟื้นตัวระยะสั้น จากความชัดเจนทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ประเมินตลาดการเงินโลกยังผันผวนจากความไม่แน่นอนนโยบายการเงินสหรัฐฯ  แนะนักลงทุนใช้จังหวะตลาดปรับ ฐานจัดพอร์ตอย่างมีวินัย กระจายความเสี่ยงและเลือกลงทุนในสินทรัพย์พื้นฐานแข็งแกร่ง

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 9-13กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า ตลาดหุ้นไทยและญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นในระยะสั้นจากความชัดเจนทางการเมือง โดยในประเทศไทย ผลการเลือกตั้งช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากความคาดหวังต่อการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และการเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและอุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมถึงสนับสนุนแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท ขณะที่ญี่ปุ่นได้รับแรงหนุนจากเสถียรภาพทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น หลังพรรค LDP ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านวินัย
การคลังและความผันผวนของค่าเงินเยนอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ตลาดการเงินโลกผันผวน จากกระแสข่าวการเสนอชื่อ Kevin Warsh เข้าดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่ทิศทางนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในระยะถัดไป อย่างไรก็ดี ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังสะท้อนความยืดหยุ่น โดยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ช่วยประคองบรรยากาศการลงทุนไม่ให้เข้าสู่ภาวะตึงตัวมากเกินไป

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นโลกยังถูกกดดันจากแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงโดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ จากความกังวลต่อการเพิ่มงบลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สูงขึ้น ท่ามกลางความไม่ชัดเจนด้านความสามารถในการสร้างรายได้ในระยะสั้น โดย Krungthai CIO มองว่า การเร่งลงทุนใน AI สะท้อนอุปสงค์
เชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่ง และจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะถัดไป โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดแวร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า ที่เติบโตควบคู่ไปกับระบบ AI

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงและประเมินว่าการปรับฐานของตลาดในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียง “Healthy Correction” สะท้อนการปรับสมดุลพอร์ตและการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) มากกว่าการเปลี่ยนทิศทางตลาด แนะนำให้นักลงทุนให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยง โดยใช้กลยุทธ์แบบ Barbell Strategy กระจายน้ำหนักการลงทุนไปยังกลุ่มที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและสามารถรับมือกับความผันผวนได้ดี เช่น กลุ่ม Healthcare, Technology และกลุ่มธนาคารในยุโรป ควบคู่กับการเพิ่มน้ำหนักในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างอินเดียและเวียดนาม นอกจากนี้ แนะนำให้มี ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง


บทความที่เกี่ยวข้อง
เอไอเอ จับมือ ศูนย์ศรีพัฒน์ มช. ย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-dose CT (LDCT)
เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมยกระดับการตรวจสุขภาพของคนไทย โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเทคโนโลยี Low-dose CT Scan (LDCT)
18 พ.ค. 2026
ไอแบงก์ จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1  นำโดย นายกูยไวนี สตอหลง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักป้องกันการทุจริต นายเปี่ยมศักดิ์ ศรีสุวัฒนานันท์
26 ม.ค. 2026
เซ็นทรัล รีเทล ปิดดีลหุ้นกู้ 6,000 ล้านบาท “ฮอตเกินเป้า” กวาดดีมานด์จากนักลงทุน กว่า 18,000 ล้านบาท ตอกย้ำความแข็งแกร่งของอีโคซิสเต็ม และฐานะการเงินที่มั่นคงระดับ AA-
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ผู้นำธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งในไทยและเวียดนาม ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ นักลงทุนสถาบัน โดยนักลงทุนให้ความสนใจสูงกว่า 18,000 ล้านบาท
12 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy