แชร์

Krungthai CIO ชี้ Big Tech เร่งลงทุน AI หนุนโอกาส Semiconductors–Hardware ขณะ “Monetization” เป็นตัวชี้ขาด

อัพเดทล่าสุด: 10 ก.พ. 2026
172 ผู้เข้าชม

: แนะกลยุทธ์ลงทุนแบบ Barbell รองรับกระแส Rotation ตลาด และลงทุนในทองคำป้องกันความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ 

Krungthai CIO มองตลาดหุ้นไทยและญี่ปุ่นฟื้นตัวระยะสั้น จากความชัดเจนทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ประเมินตลาดการเงินโลกยังผันผวนจากความไม่แน่นอนนโยบายการเงินสหรัฐฯ  แนะนักลงทุนใช้จังหวะตลาดปรับ ฐานจัดพอร์ตอย่างมีวินัย กระจายความเสี่ยงและเลือกลงทุนในสินทรัพย์พื้นฐานแข็งแกร่ง

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 9-13กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า ตลาดหุ้นไทยและญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นในระยะสั้นจากความชัดเจนทางการเมือง โดยในประเทศไทย ผลการเลือกตั้งช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากความคาดหวังต่อการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และการเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและอุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมถึงสนับสนุนแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท ขณะที่ญี่ปุ่นได้รับแรงหนุนจากเสถียรภาพทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น หลังพรรค LDP ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านวินัย
การคลังและความผันผวนของค่าเงินเยนอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ตลาดการเงินโลกผันผวน จากกระแสข่าวการเสนอชื่อ Kevin Warsh เข้าดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่ทิศทางนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในระยะถัดไป อย่างไรก็ดี ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังสะท้อนความยืดหยุ่น โดยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ช่วยประคองบรรยากาศการลงทุนไม่ให้เข้าสู่ภาวะตึงตัวมากเกินไป

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นโลกยังถูกกดดันจากแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงโดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ จากความกังวลต่อการเพิ่มงบลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สูงขึ้น ท่ามกลางความไม่ชัดเจนด้านความสามารถในการสร้างรายได้ในระยะสั้น โดย Krungthai CIO มองว่า การเร่งลงทุนใน AI สะท้อนอุปสงค์
เชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่ง และจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะถัดไป โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดแวร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า ที่เติบโตควบคู่ไปกับระบบ AI

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงและประเมินว่าการปรับฐานของตลาดในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียง “Healthy Correction” สะท้อนการปรับสมดุลพอร์ตและการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) มากกว่าการเปลี่ยนทิศทางตลาด แนะนำให้นักลงทุนให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยง โดยใช้กลยุทธ์แบบ Barbell Strategy กระจายน้ำหนักการลงทุนไปยังกลุ่มที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและสามารถรับมือกับความผันผวนได้ดี เช่น กลุ่ม Healthcare, Technology และกลุ่มธนาคารในยุโรป ควบคู่กับการเพิ่มน้ำหนักในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างอินเดียและเวียดนาม นอกจากนี้ แนะนำให้มี ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง


บทความที่เกี่ยวข้อง
มาแรงที่สุดแห่งปี! บุรีรัมย์มาราธอนฟีเวอร์ นักวิ่งทะลักร่วมแคมเปญฉลอง 10 ปียิ่งใหญ่ เตรียมเปิดสมัครออนไลน์ 19-20 ก.ค.นี้ คาดเต็มทุกระยะ
บุรีรัมย์มาราธอน 2026 สร้างปรากฏการณ์ใหม่สะเทือนวงการวิ่ง ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ หลังบุกปักธงแคมเปญสุดอลังการ ฉลองครบรอบ 10 ปี เปิดแถลงข่าวและรับสมัคร On-site ใจกลางกรุงเทพ ณ One Bangkok เมื่อ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา บรรยากาศคึกคักจนห้างแทบแตก
18 ก.ค. 2025
"ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ รองรับความท้าทายของ High-Density AI และแอปพลิเคชั่นการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว"
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ประกาศเปิดตัวโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการประมวลผลที่หนักหน่วงพร้อมรองรับ AI Clusters
12 ส.ค. 2025
บลจ.กสิกรไทย เสิร์ฟ K-ESGSI-A หนุนพันธบัตรรัฐเพื่อความยั่งยืน  รับเทรนด์เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ-ดอกเบี้ยขาลง
บลจ.กสิกรไทย เปิดตัวกองทุนใหม่ K-ESGSI-A มุ่งลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเพื่อความยั่งยืน ตอบรับแนวโน้มการลดคาร์บอนและส่งเสริมหลักการด้าน ESG ในภาคธุรกิจ มองเป็นจังหวะวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงที่เอื้อต่อการลงทุนในตราสารหนี้
1 ก.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy