แชร์

Krungthai CIO ชี้ Big Tech เร่งลงทุน AI หนุนโอกาส Semiconductors–Hardware ขณะ “Monetization” เป็นตัวชี้ขาด

อัพเดทล่าสุด: 10 ก.พ. 2026
244 ผู้เข้าชม

: แนะกลยุทธ์ลงทุนแบบ Barbell รองรับกระแส Rotation ตลาด และลงทุนในทองคำป้องกันความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ 

Krungthai CIO มองตลาดหุ้นไทยและญี่ปุ่นฟื้นตัวระยะสั้น จากความชัดเจนทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ประเมินตลาดการเงินโลกยังผันผวนจากความไม่แน่นอนนโยบายการเงินสหรัฐฯ  แนะนักลงทุนใช้จังหวะตลาดปรับ ฐานจัดพอร์ตอย่างมีวินัย กระจายความเสี่ยงและเลือกลงทุนในสินทรัพย์พื้นฐานแข็งแกร่ง

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 9-13กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า ตลาดหุ้นไทยและญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นในระยะสั้นจากความชัดเจนทางการเมือง โดยในประเทศไทย ผลการเลือกตั้งช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากความคาดหวังต่อการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และการเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและอุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมถึงสนับสนุนแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท ขณะที่ญี่ปุ่นได้รับแรงหนุนจากเสถียรภาพทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น หลังพรรค LDP ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านวินัย
การคลังและความผันผวนของค่าเงินเยนอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ตลาดการเงินโลกผันผวน จากกระแสข่าวการเสนอชื่อ Kevin Warsh เข้าดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่ทิศทางนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในระยะถัดไป อย่างไรก็ดี ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังสะท้อนความยืดหยุ่น โดยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ช่วยประคองบรรยากาศการลงทุนไม่ให้เข้าสู่ภาวะตึงตัวมากเกินไป

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นโลกยังถูกกดดันจากแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงโดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ จากความกังวลต่อการเพิ่มงบลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สูงขึ้น ท่ามกลางความไม่ชัดเจนด้านความสามารถในการสร้างรายได้ในระยะสั้น โดย Krungthai CIO มองว่า การเร่งลงทุนใน AI สะท้อนอุปสงค์
เชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่ง และจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะถัดไป โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดแวร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า ที่เติบโตควบคู่ไปกับระบบ AI

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงและประเมินว่าการปรับฐานของตลาดในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียง “Healthy Correction” สะท้อนการปรับสมดุลพอร์ตและการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) มากกว่าการเปลี่ยนทิศทางตลาด แนะนำให้นักลงทุนให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยง โดยใช้กลยุทธ์แบบ Barbell Strategy กระจายน้ำหนักการลงทุนไปยังกลุ่มที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและสามารถรับมือกับความผันผวนได้ดี เช่น กลุ่ม Healthcare, Technology และกลุ่มธนาคารในยุโรป ควบคู่กับการเพิ่มน้ำหนักในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างอินเดียและเวียดนาม นอกจากนี้ แนะนำให้มี ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง


บทความที่เกี่ยวข้อง
รมว.อุตสาหกรรม ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย SME D Bank สาขานครศรีธรรมราช  ชูเพื่อนคู่คิดเอสเอ็มอีไทย ช่วย พัฒนาคู่เติมทุน ส่งเสริมธุรกิจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารภายใต้กำกับกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช
9 ต.ค. 2025
ธนาคารกรุงไทยยึดมั่นนโยบาย “ไม่รับของขวัญ”  หนึ่ง “ก้าว” สำคัญ สู่การสร้างองค์กรคุณธรรมยั่งยืน
ธนาคารกรุงไทย ยืนหยัดในเจตนารมณ์การเป็นองค์กรที่ไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ มุ่งสร้างคุณค่า อย่างยั่งยืน ในทุกก้าวของการเติบโตด้วยหลักธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส
1 ธ.ค. 2025
เซ็นทรัลพัฒนา ชวนคนไทยทั่วประเทศร่วมส่งกำลังใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทย สู้ศึก SEA GAMES 2025 และ ASEAN PARA GAMES 2026
บรรยากาศพลังแห่งความสามัคคีปลุกกระแสการเชียร์ทั่วกรุงเทพฯ เมื่อขบวน วิ่งถือคบเพลิงอัญเชิญไฟพระฤกษ์ ของการแข่งขัน SEA GAMES 2025 และ ASEAN PARA GAMES 2026 เริ่มต้นขึ้นพร้อมกันใน 4 จังหวัดเจ้าภาพ
17 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy