แชร์

เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป เผยผลสำรวจ: คนชั้นกลางในเอเชียกว่า 70% กังวลเรื่องความมั่นคงทางการเงิน ชี้เป็นความท้าทายต่อการวางแผนทางการเงินระยะยาว ค่าครองชีพที่สูงขึ้นและแรงกดดันจากการดูแลครอบครัวที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อลำดับความสำคัญด้านการเงินของทุกเจเนอเรชัน

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.พ. 2026
272 ผู้เข้าชม

เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (“เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป” หรือ “FWD”) เปิดเผยผลสำรวจมุมมองผู้บริโภค พบว่ากลุ่มคนชั้นกลางส่วนใหญ่ในเอเชียรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงินและขาดความพร้อมสำหรับการเข้าสู่วัยเกษียณ เนื่องจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นและภาระความรับผิดชอบต่อครอบครัวที่มากขึ้น ส่งผลให้ลำดับความสำคัญทางการเงินของแต่ละเจเนอเรชันเปลี่ยนแปลงไป

ผลสำรวจระบุว่าเกือบสามในสี่ (71%) ของกลุ่มคนชั้นกลางรู้สึกกังวลเกี่ยวกับสถานะการเงิน (financial wellbeing) โดยรวม โดยความกังวลหลัก 3 อันดับ คือ ค่าครองชีพที่สูงขึ้นในแต่ละวัน (71%) ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้น (43%) และความเสี่ยงจากการตกงานหรือรายได้ลดลงแบบไม่คาดคิด (37%) ส่งผลให้ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายทางการเงินในช่วงเวลา 2-3 ปีข้างหน้า โดยที่เกือบครึ่งของผลสำรวจ (44%) ต้องการสร้างหลักประกันพื้นฐานให้กับครอบครัว และหนึ่งในสาม (37%) ตั้งเป้าหมายสู่การมีอิสระทางการเงิน

ลี เยน โฮ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานช่องทางการจัดจำหน่ายและผลิตภัณฑ์ เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป กล่าวว่า “ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนชั้นกลางในเอเชียทุกเจเนอเรชันมีความรู้สึกเปราะบางทางการเงินร่วมกัน เมื่อผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้นและโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป ความสามารถในการรับมือทางการเงินเพื่อปกป้องคนที่รัก และเปลี่ยนเงินออมให้เป็นรายได้ที่มั่นคงในระยะยาวจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น การเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิตจึงมีบทบาทสำคัญ เพราะประกันชีวิตไม่ใช่แค่การให้ความคุ้มครองในยามวิกฤต แต่ยังช่วยเสริมความมั่นคง สร้างรายได้ในวัยเกษียณ และสร้างความมั่นใจให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตในแบบที่ชอบ”

ผลสำรวจชี้ให้เห็นแรงกดดันที่แตกต่างกันในแต่ละเจเนอเรชัน

·        เจเนอเรชัน X (พ.ศ. 2508 - 2523) เป็นกลุ่มที่เผชิญความท้าทายในการบริหารสมดุลทางการเงินมากที่สุด ทั้งค่าเล่าเรียนบุตร การผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัย และการเตรียมตัวเกษียณ โดยที่ 62% กังวลว่าเงินออมจะโตไม่ทันภาวะเงินเฟ้อ อีก 52% ระบุว่าความต้องการสูงสุดคือการมีรายได้ที่มั่นคงอย่างสม่ำเสมอตลอดอายุหลังเกษียณ

·        เจเนอเรชัน Y (พ.ศ. 2524 - 2538) เป็นกลุ่มที่ต้องบริหารจัดการภาระทางการเงินหลายด้าน 49% กังวลเรื่องเงินออมเพื่อการเกษียณของตนเอง และส่วนใหญ่ (85%) ยังต้องดูแลทั้งพ่อแม่และบุตรหลาน แม้ว่าเกือบครึ่ง (47%) กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่คุ้มครองคนในครอบครัวได้หลายคนในแผนเดียว แต่กว่า 61% ระบุว่าไม่เคยทราบถึงผลิตภัณฑ์แผนประกันชีวิตที่คุ้มครองสมาชิกทั้งครอบครัว

·        เจเนอเรชัน Z (พ.ศ. 2539 - 2553) เป็นกลุ่มที่เริ่มเผชิญแรงกดดันทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 53% กังวลว่าจะประสบปัญหาทางการเงินในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ขณะที่อีก 46% มีมุมมองว่าผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตยังเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป

การสำรวจระดับภูมิภาคเอเชียครั้งนี้จัดทำร่วมกับ Ipsos โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มคนชั้นกลางกว่า 9,000 คน ในช่วงอายุ 21-65 ปี ครอบคลุม 10 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียที่เอฟดับบลิวดีดำเนินธุรกิจ ได้แก่ กัมพูชา ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเก๊า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

สำหรับเอฟดับบลิวดีได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองหลากหลายความต้องการเพื่อเสริมความคุ้มครอง และความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าในแต่ละตลาด ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เช่น ในไทยและสิงคโปร์ แผนประกันบำนาญ FWD Sure และแผนการลงทุน FWD Invest Flexi Elite (ประกันชีวิตควบการลงทุน) ช่วยให้ลูกค้าสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับการเกษียณด้วยการสร้างรายได้ที่มั่นคงและความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ในฮ่องกง แผนประกันสุขภาพ One&All มอบความคุ้มครองที่ยืดหยุ่นสำหรับครอบครัว พร้อมด้วยผลประโยชน์เสริมที่ไม่ต้องผ่านการตรวจสุขภาพ ในญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์ Single-yen premium annuity ถูกออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการออมและการวางแผนเกษียณ ช่วยให้ลูกค้าและครอบครัวมีรายได้ที่มั่นคงหลังการเกษียณ ขณะที่ในอินโดนีเซีย แผนความคุ้มครองโรคร้ายแรง FWD Critical First มอบความคุ้มครองที่คุ้มค่า คำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อ เพื่อปกป้องความมั่นคงทางการเงินของครอบครัวท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น


บทความที่เกี่ยวข้อง
เซ็นทรัลพัฒนา ตอกย้ำผู้นำอสังหาฯ ไทย โดดเด่นทุกมิติ คว้า 63 รางวัลสำคัญระดับประเทศและระดับโลกตลอดปี 2568 สะท้อน “ความภูมิใจที่ได้พัฒนา” พร้อมผลักดันศักยภาพเมืองและเศรษฐกิจไทยสู่ระดับโลก
กรุงเทพฯ – บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining better futures for all เชื่อมโยงทุกธุรกิจทั้ง Retail-Residence-Hotel-Office
28 ม.ค. 2026
EXIM BANK สนับสนุนวงเงินกู้เพื่อความยั่งยืน Sustainability Linked Loan (SLL)  ให้แก่ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน 
นายอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายลูโดวิค การ์นิเยร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านการเงิน
1 ต.ค. 2025
Swisse เปิดตัวสกินแคร์ใหม่ ชวนมิลค์-เลิฟ ร่วมกิจกรรม Healthy Beautiful สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมแชร์เคล็ดลับผิวสวยสุขภาพดี
Swisse (สวิสเซ) เปิดตัวกิจกรรม Healthy Beautiful ให้แฟนๆ มิลค์-เลิฟ มาร่วมสัมผัสและแบ่งปันแรงบันดาลใจแห่งความงามจากสุขภาพภายในสู่ภายนอก โดยดึงสองนักแสดงสาวขวัญใจแฟนคลับ มิลค์พรรษา วอสเบียน และ เลิฟภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร
21 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy