แชร์

ตลาดเกิดใหม่จ่อทำผลงานโดดเด่นปี 2026 กำไรโตต่อเนื่อง มูลค่าหุ้นยังถูก รับแรงหนุนวัฏจักรการลงทุนทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น คาดกำไรต่อหุ้น โต 18%

อัพเดทล่าสุด: 23 ก.พ. 2026
295 ผู้เข้าชม

ตลาดเกิดใหม่ (EM) เปิดปี 2026 ด้วยโมเมนตัมการเติบโตของกำไรที่เร่งตัวสูงขึ้น อีกทั้งแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุนทั่วโลก (capex cycle) ที่กลับเข้ามาในตลาดเกิดใหม่ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI การผลิตอุตสาหกรรมยุคใหม่ และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชน ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังกระจายเม็ดเงินและผลกำไรเข้าสู่อุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของตลาดเกิดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ การผลิตเชิงอุตสาหกรรม ทรัพยากรธรรมชาติ (resources) และเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (energy‑transition)

ตลาดเกิดใหม่ทำผลงานเหนือความคาดหมายในปี 2025 โดยดัชนี MSCI EM ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 โดยปรับตัวขึ้น 34% เมื่อคิดเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) [1] ขณะเดียวกัน ความคิดเห็นส่วนใหญ่ของนักวิเคราะห์คาดว่า อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ของ MSCI EM โตประมาณ 18% ในปี 2026 สูงกว่าเมื่อเทียบกับ S&P 500 ที่ 14.8% และ MSCI World ที่ 12% ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อทิศทางกำไรของตลาดเกิดใหม่ในปีนี้ ด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) ก็ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดย Forward P/E ของตลาดเกิดใหม่อยู่ที่ประมาณ 15 เท่า เมื่อเทียบกับ 26 เท่า ของ S&P 500 และ 24 เท่า ของ MSCI World [2] ความแตกต่างด้านมูลค่านี้สะท้อนโอกาสการเติบโตที่โดดเด่นกว่า ในช่วงที่ตลาดพัฒนาแล้วกำลังเผชิญระดับราคาหุ้นที่สูงและความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัท ทำให้ตลาดเกิดใหม่กลายเป็นตลาดที่มีโอกาสสร้างความคุ้มค่าของผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (risk‑reward opportunity) ได้ดีกว่าในจังหวะเวลานี้

นางสาวพฤกษา เอี่ยมธงทอง, Head of Equities – Asia Pacific, Aberdeen Investment, กล่าวว่า “วันนี้ตลาดให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานของตลาดเกิดใหม่มากกว่าความผันผวนระยะสั้น ทั้งกำไรที่เติบโตเหนือกว่า และมูลค่ายังถูกกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ผนวกกับเงินลงทุนทั่วโลกกำลังไหลเข้าสู่จุดแข็งของภูมิภาคนี้ ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ เทรนด์การใช้พลังงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ ทำให้เส้นทางการเติบโตปีนี้ชัดและมั่นคงขึ้นมาก ขณะที่เมื่อเทียบกับสิบปีก่อน เราพบว่าตลาดเกิดใหม่แข็งแกร่งขึ้น มีงบดุลแข็งแรงขึ้น สกุลเงินเสถียรขึ้น และแนวโน้มโอกาสการเติบโตของกำไรที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ตอกย้ำว่าเฟสถัดไปของการเติบโตเศรษฐกิจโลกกำลังก่อตัวขึ้นในตลาดเกิดใหม่”

เอเชียยังคงนำการเติบโตมาสู่ตลาดเกิดใหม่ ละตินอเมริกาเสริมทัพผ่านโอกาสการลงทุนในกลุ่มทรัพยากร

เอเชียยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในตลาดเกิดใหม่ (EM) จากความแข็งแกร่งของระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและบทบาทที่ยาวนานในซัพพลายเชนโลก เกาหลีและไต้หวันยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำ โดยได้แรงหนุนจากความต้องการที่ขยายตัวในสินค้าเทคโนโลยีหลายกลุ่ม ทั้งเมมโมรี อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลให้ทั้งสองตลาดมีฐานรายได้ที่หลากหลายและยืดหยุ่น รองรับการเติบโตของวัฏจักรเทคโนโลยีโลกได้อย่างแข็งแรง

สำหรับจีน แม้การบริโภคและตลาดอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศยังเผชิญแรงกดดัน แต่จีนยังคงโดดเด่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง และระบบ AI ที่มีความสามารถแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“แม้การฟื้นตัวของผู้บริโภคอาจต้องใช้เวลา แต่ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีของจีนยังคงสะสมการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นแรงหนุนสำคัญต่อความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมในตลาดเกิดใหม่” พฤกษา กล่าว

สำหรับอินเดีย เปิดฉากปี 2026 ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น แม้ในปี 2025 จะถูกปรับประมาณการกำไรลง ภายใต้แรงกดดันจากมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง ผนวกกับความอ่อนแอของภาค IT แต่อินเดียยังคงเป็นประเทศที่เห็นการเติบของกำไรต่อหุ้นที่ระดับ 10% สะท้อนความแข็งแรงของโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว สำหรับปี 2026 คาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นอินเดียจะเร่งตัวขึ้นแตะที่ 16% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เติบโตรวดเร็วและแข็งแรง เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตโดดเด่นของโลก ทั้งสองปัจจัยนี้สร้างความสมดุลให้กับอินเดียมากขึ้น[3] รวมถึงข้อตกลงการค้าล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ และอินเดียที่เพิ่งประกาศ ได้ช่วยขจัดปัจจัยกดดันสำคัญต่อหุ้นอินเดีย เนื่องจากความเสี่ยงด้านภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ เคยเป็นแรงกดดันสำคัญต่อตลาดหุ้นอินเดียในปีที่ผ่านมา

ขณะที่ละตินอเมริกายังคงมีโอกาสลงทุน แต่จะเน้นเลือกลงทุนเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังมีศักยภาพเติบโต สอดคล้องกับเทรนด์การใช้พลังงานไฟฟ้า และการย้ายฐานการผลิตของภาคอุตสาหกรรม แม้ภูมิภาคจะยังเผชิญความผันผวนทางการเมืองในประเทศสำคัญอย่างบราซิล โคลอมเบีย เปรู คอสตาริกา และอาร์เจนตินา แต่ละตินอเมริกายังคงโดดเด่นด้วยทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งทองแดงและยูเรเนียม ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการแร่สำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เม็กซิโกได้รับแรงหนุนจากการเชื่อมโยงซัพพลายเชนกับสหรัฐฯ ที่ลึกขึ้น และมีโอกาสที่ประเทศอื่นจะตามมาเมื่อการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนเดินหน้าต่อไป

“เมื่อผสานความชัดเจนด้านกำไรของเอเชียเข้ากับข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรของละตินอเมริกา ภาพเชิงกลยุทธ์ก็ชัดเจนมากขึ้น เราจึงยังคงให้น้ำหนักลงทุนในเอเชียที่สูงกว่า และเสริมด้วยการคัดเลือกหุ้นรายตัวที่ได้รับอานิสงส์จากทรัพยากรและแร่สำคัญ ซึ่งยังคงให้ผลตอบแทนคุ้มค่าต่อความเสี่ยงในช่วงนี้” พฤกษา กล่าว

กองทุนแนะนำ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล อีเมอร์จิ้ง โกรท ฟันด์ (ABGEM)

กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล อีเมอร์จิ้ง โกรท ฟันด์ (ABGEM) ความเสี่ยงระดับ 6 ก้าวไปพร้อมเทรนด์เติบโตในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกกับโอกาสลงทุนในบริษัทคุณภาพสูง ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก abrdn SICAV I – Emerging Markets Equity Fund (Master Fund) โดยใช้กระบวนการคัดเลือกหุ้นคุณภาพของอเบอร์ดีนที่เฟ้นหาบริษัทซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ มีโมเดลธุรกิจที่ได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ทีมผู้บริหารมีประสบการณ์และผลงานพิสูจน์ได้ พร้อมด้วยฐานะการเงินแข็งแกร่งและการเติบโตของกำไรที่ดี รวมถึงให้ความสำคัญต่อโอกาสและบริหารความเสี่ยงด้าน ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

กลยุทธ์ของกองทุนหลักให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในเทรนด์การเติบโตเชิงโครงสร้างที่มีศักยภาพระยะยาว (structural winners) ไม่ว่าจะเป็น ฮาร์ดแวร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียเหนือ หุ้นที่เกี่ยวข้องเทรนด์การเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) และอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนทั่วโลก โดยผลการดำเนินงานในปี 2025 ของกองทุนหลักได้แรงหนุนหลักจากการคัดเลือกหุ้นรายตัว (stock selection) โดยเฉพาะในไต้หวันและเกาหลี

ผู้จัดการกองทุนมีการปรับพอร์ตอย่างรอบคอบ โดยลดน้ำหนักหุ้นที่ราคาปรับขึ้นไปไกลหรือมีความเสี่ยงด้านการลงทุนเพิ่มขึ้น และนำเงินไปเพิ่มน้ำหนักในบริษัทที่มีอำนาจในการกำหนดราคา (pricing power) มีงบดุลที่มั่นคง และมีโอกาสเติบโตตามวัฏจักรการลงทุนขนาดใหญ่ในระยะยาว ด้วยการจัดพอร์ตที่โฟกัสธีมสำคัญในระยะยาวหนุนให้กองทุนหลักของ ABGEM อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการรับโอกาสเติบโตระลอกถัดไปของตลาดเกิดใหม่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวน โทร 02-352-3388 หรือ client.services.th@aberdeenplc.com ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในกองทุนรวม ที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ธีมการลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทีทีบี สร้างปรากฏการณ์ส่งมอบโปรแกรมสิทธิพิเศษ “ttb privilege” จัดเต็มสิทธิประโยชน์เพื่อลูกค้าทุกกลุ่มผ่านแอป ttb touchครอบคลุมทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี และนางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่ม กลยุทธ์และธุรกิจการขายลูกค้าบุคคล ทีทีบี ร่วมเปิดตัว “ttb privilege
22 ม.ค. 2026
แรบบิท ประกันชีวิต เปลี่ยน Birthday Moment สู่ Brand Love Moment ปั้นแคมเปญ ‘Rabbit Life MYRewards: Exclusive Birthday Gift 2026’ ชู สิทธิพิเศษเหนือระดับ ตอบรับเทรนด์ Longevity Economy
บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ Rabbit Life บริษัทในเครือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ตอบรับเมกะเทรนด์ Longevity Economy ส่งแคมเปญ “Rabbit Life MYRewards: Exclusive Birthday Gift 2026”
12 มี.ค. 2026
กรุงเทพประกันภัยมอบทุนการศึกษา BKI Scholarship ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยนางสาวลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ มอบทุนการศึกษาในโครงการ BKI Scholarship ประจำปีการศึกษา 2568 ให้แก่นิสิต นักศึกษา ระดับปริญญาตรี โดยให้ทุนการศึกษาต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาประกันภัย สาขาคณิตศาสตร์ สาขาสถิติ
19 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy