แชร์

BLA กวาดกำไรปี 68 รวม 6,968 ล้านบาท โตพุ่ง 50%

อัพเดทล่าสุด: 24 ก.พ. 2026
110 ผู้เข้าชม

กรุงเทพประกันชีวิตเปิดผลดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 68 มีกำไรสุทธิ 1,473 ล้าน เติบโต 92% มาจากเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 1,694 ล้านบาท สำหรับปี 2568 มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 8,107 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 15 โดยเป็นผลจากช่องทางธนาคารเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ช่องทางตัวแทนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 และช่องทางอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 ประกาศเป้าหมายและทิศทางการทำงานปี 69 มุ่งสร้างความแตกต่างในด้านความใส่ใจ ด้วยการยกระดับตัวแทนทุกคนให้เป็น “ตัวแทนของความใส่ใจ Life Care Partner” เพื่อเป้าหมายให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีรอบด้านทุกช่วงชีวิต

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2568 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,473 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 0.86 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 707 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 92 จากไตรมาส 4 ปี 2567 โดยเพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานด้านการประกันภัยเพิ่มขึ้น 404 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินจากสัญญาประกันภัยสุทธิเพิ่มขึ้น 515 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 ที่ 6,968 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 4.08 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 2,334 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 50 โดยเพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานด้านการประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 887 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินจากสัญญาประกันภัยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 1,523 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในไตรมาส 4 บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวนทั้งสิ้น 1,694 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 16 จากช่วงเดียวกันของปี 2567 ซึ่งเป็นผลจากช่องทางธนาคารมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกลดลงร้อยละ 21 โดยมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจาก ช่องทางธนาคารร้อยละ 58 ช่องทางตัวแทนร้อยละ 31 และช่องทางอื่นๆ ร้อยละ 11 และ มีเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปจำนวน 6,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3

สำหรับปี 2568 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 8,107 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 15 โดยเป็นผลจากช่องทางธนาคารเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ช่องทางตัวแทนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 และช่องทางอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 โดยมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจากช่องทางธนาคารสัดส่วนร้อยละ 67 ช่องทางตัวแทนร้อยละ 23 และช่องทางอื่นๆ ร้อยละ 10  โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปจำนวน 26,652 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 และมีสินทรัพย์รวมของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เท่ากับ 315,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ร้อยละ 0.2 หรือเท่ากับ 630 ล้านบาท ทั้งนี้ สินทรัพย์ลงทุนและรายการเทียบเท่าเงินสดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 98 ของสินทรัพย์รวม และคิดเป็นอัตราส่วนต่อหนี้สินจากสัญญาประกันภัยที่ร้อยละ 120

นายโชนกล่าวว่า ในปี 2568 กรุงเทพประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้ทำหน้าที่ด้วยความ “ใส่ใจ” ต่อผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม เพื่อก้าวสู่การเป็น บริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งด้านความใส่ใจ (The Most Caring Life Insurance Brand) โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้านตลอดทุกช่วงชีวิต โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดี ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความผูกพันระยะยาว โดยได้ดำเนินกิจกรรมและโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในปี 2568 กรุงเทพประกันชีวิตมีคะแนน Net Promoter Score (NPS) ที่ 54% สะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

“ด้วยสภาพสังคม โครงสร้างประชากร และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สังคมไทยคำนึงถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ทั้งด้านสุขภาพ และการวางแผนชีวิตอย่างยั่งยืน “Longevity” ซึ่งจะกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทุกคนใฝ่หาและการเตรียมความพร้อมกับการใช้ชีวิตที่ยืนยาวยิ่งขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนในปีนี้ กรุงเทพประกันชีวิตจึงประกาศเป้าหมายและทิศทางการทำงานในการสร้างความแตกต่างในด้านความใส่ใจ ด้วยการยกระดับตัวแทนทุกคนให้เป็น “ตัวแทนของความใส่ใจ Life Care Partner” ซึ่งหมายถึงความใส่ใจในลูกค้าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีรอบด้านทุกช่วงชีวิตตั้งแต่วันนี้และตลอดไป ด้วยความมุ่งมั่นในการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และการสร้างทัศนคติที่ดีให้กับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินทุกท่านในการเป็นตัวแทนของความใส่ใจผ่านการอบรมหลักสูตร Life Care Partner พร้อมเสริมทักษะและศักยภาพด้านต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับกับสภาวการณ์ปัจจุบันและในอนาคตที่กำลังจะมาถึง” นายโชนกล่าว

บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดหลัก “ใส่ใจ” เป็นหัวใจของการบริหารจัดการองค์กร เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ โดยยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และได้จัดทำจรรยาบรรณสำหรับองค์กร เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเป็นการย้ำเตือนถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้รับรางวัลด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ประเภท ASEAN Asset Class PLCs จากโครงการ ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) และยังสามารถรักษาระดับการประเมินการกำกับดูแลกิจการ (CGR) ในระดับ 5 ดาว รวมถึงได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ในระดับ AA อย่างต่อเนื่อง


บทความที่เกี่ยวข้อง
เผยเส้นทางเทคโนโลยีจากฟาร์มสู่ความงาม  Dyson เปิดตัวเซรั่มบำรุงผมรุ่นใหม่ Dyson Omega Nourishing Range  ออกแบบมาเพื่อเสริมความแข็งแรงให้เส้นผม เพื่อผลลัพธ์แห่งประกายเงางามสูงสุด
Dyson เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสูตรใหม่ภายใต้ชื่อ Dyson Omega nourishing range โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรอันยาวนานกว่า 13 ปีเข้ากับงานวิจัยด้านเส้นผมนานกว่า 12 ปี ทีมวิศวกรของ Dyson
7 ส.ค. 2025
“SMO” ร่วมเวที 2025 Thailand Sustainable Palm Oil Symposium   แลกเปลี่ยนแนวทางสู่ปาล์มน้ำมันยั่งยืน
นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ
2 ก.ค. 2025
DP Survey จับมือ Tru Automotive ลงนาม MOU  ยกระดับระบบจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เสริมประสิทธิภาพงานสินไหมและเครือข่ายอู่ซ่อมทั่วประเทศ
บริษัท ดี พี เซอร์เวย์ แอนด์ลอว์ จำกัด (DP Survey) ในเครือบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจและประเมินอุบัติเหตุ การบริหารจัดการงานสินไหมทดแทน และการตรวจสภาพรถก่อนทำประกันภัย
17 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy