แชร์

PRM กางงบปี 68 กวาดกำไร 2,283.7 ล้าน! รับอานิสงส์ OSV ขยายตัวแรง 49% เคาะปันผลรวม 0.50 บาท/หุ้น

อัพเดทล่าสุด: 2 มี.ค. 2026
177 ผู้เข้าชม

บมจ.พริมา มารีน (PRM) ผู้ให้บริการขนส่งและจัดเก็บ รวมถึงสนับสนุนงานสำรวจและผลิตในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมทางทะเลชั้นนำของไทย เผยผลประกอบการปี 2568 โดยมีรายได้รวม 8,746.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,283.7 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 1.5% จากปีก่อนหน้า ชูธุรกิจ OSV โตทะยาน บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลรวม 0.50 บาท/หุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD 6 พ.ค. นี้

นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ว่า บริษัทฯ สามารถสร้างผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 8,746.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,283.7 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหลักที่ผลักดันกำไร

ในปีที่ผ่านมานั้น มาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ กลุ่มธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (OSV) ที่ทำรายได้สูงถึง 1,368.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.9% และมีกำไรขั้นต้นโต 37.9% จากการเดินหน้าขยายกองเรือเพิ่มอีก 7 ลำ ประกอบด้วยเรือ FSO 1 ลำ เรือ Hybrid Crew Boat 2 ลำ และเรือ Crew Boat อีก 4 ลำ ซึ่งส่วนใหญ่จะให้บริการภายใต้สัญญาเช่าเรือเปล่า (Bareboat Contract) ระยะเวลายาว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการสร้างความแน่นอนของรายได้ ลดความเสี่ยงด้านต้นทุนผันแปร ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินของบริษัทฯ ได้ในระยะยาว

สำหรับกลุ่มธุรกิจหลักอื่นๆ ยังคงรักษามาตรฐานได้ดีเยี่ยม โดยกลุ่มธุรกิจเรือกักเก็บน้ำมันและผสมน้ำมันกลางทะเล (FSU) มีอัตราการใช้เรือทั้งปี (Utilization Rate) สูงถึง 85.7% และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 58.4% ขณะที่ กลุ่มเรือขนส่งน้ำมันดิบ (COC) แม้จะมีการนำเรือ Aframax ไปดัดแปลงเป็น FSO แต่ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนและมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 40.2% จากการปรับลดค่าเช่าเรือ VLCC ผันแปรย้อนหลังเป็นจำนวน 150 ล้านบาท นอกจากนี้ ธุรกิจตัวแทนสายเดินเรือ (SAS) ยังโชว์ผลงานเด่นด้วยรายได้ 186.6 ล้านบาท เติบโต 50.0% จากการขยายฐานลูกค้า และกิจกรรมนำเข้า-ส่งออกที่คึกคักในช่วงปลายปี

จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้มีมติเห็นชอบเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรา 0.50 บาท/หุ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ในอัตรา 0.25 บาท/หุ้น จึงคงเหลือจ่ายเงินปันผลในงวดนี้อีกในอัตรา 0.25 บาท/หุ้น โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569

สำหรับการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ในปีที่ผ่านมา PRM ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้าน ESG โดยคว้าผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ประจำปี 2568 ในระดับ AA พร้อมรักษามาตรฐาน CG ระดับ 5 ดาว “ดีเลิศ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นอกจากนี้ยังเดินหน้าเป้าหมาย Carbon Neutrality ผ่านการนำนวัตกรรมเรือ Hybrid Crew Boat มาใช้ การจัดกิจกรรมต่างๆที่มีการชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Neutral Event) สะท้อนการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ทิ้งทายว่า “สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ พร้อมรับมือกับปัจจัยความไม่แน่นอนและความท้าทาย ซึ่งบริษัทฯ มองว่าจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมขนส่งทางทะเลในสินค้าประเภทปิโตรเลียมและเคมีที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญ และให้บริการมาอย่างยาวนาน จะเป็นรากฐานที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นในการขยายตลาด และสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆในต่างประเทศ ตาม

เป้าหมายของบริษัทฯ ในการเป็นผู้ให้บริการขนส่งทางทะเลชั้นนำในระดับสากล เพื่อสร้างผลประกอบการและผลตอบแทนที่ดีได้อย่างมั่นคงในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
ยูดี ทรัคส์ ประเทศไทย ร่วมฉลองครบรอบ 90 ปี ชูแนวคิด Better Life พร้อมเปิดรับนักลงทุนขยายเครือข่ายศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ  พร้อมเปิดเกมรุกตลาดครึ่งปีหลังด้วยกลยุทธ์ครบมิติ  ผลประกอบการปีที่ผ่านมา ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น สวนทางตลาดที่ซบเซา
ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชัน ประเทศไทย ร่วมฉลองวาระ ยูดี ทรัคส์ ครบรอบ 90 ปีขององค์กร พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ "Better Life" ที่มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คน และสิ่งแวดล้อม ผ่านโซลูชันภายใต้แนวคิด การขนส่งที่ยั่งยืน
17 ก.ค. 2025
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เจาะกลุ่มนักลงทุนภูเก็ต เสิร์ฟบริการอสังหาฯครบวงจร  ตอบโจทย์ผู้ซื้อเพื่อลงทุนโดยเฉพาะ
นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด แม่ทัพใหญ่ของพลัสฯภูเก็ต เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตยังคงคึกคักต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากปีที่ผ่านมา
4 พ.ย. 2025
3 สถาบันการเงินรัฐ ผนึกกำลังครั้งสำคัญ จัดใหญ่ พาแบงก์รัฐ มาช่วยราษฎร์ จ.ภูเก็ต  มอบโปรพิเศษพาเอสเอ็มอีถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ คู่เสริมแกร่งครบวงจร ห้ามพลาด 30 ส.ค.นี้ 
3 สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้กำกับกระทรวงการคลัง ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
14 ส.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy