แชร์

สหรัฐฯ-อิสราเอล บุกถล่มอิหร่าน จับตาช่องแคบฮอร์มุซ กับชะตาตลาดน้ำมันโลก EP.3

อัพเดทล่าสุด: 4 มี.ค. 2026
107 ผู้เข้าชม

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด

Our Key Takeaways
·        การปะทะระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเข้าสู่วันที่ 4 โดยอิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้ไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศ และกระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
·        สหรัฐฯ ประกาศส่งกองทัพเรือคุ้มกันและรับประกันภัยให้เรือขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ช่วยลดความตื่นตระหนกและกดราคาน้ำมันดิบเบรนท์ให้กลับมาทรงตัวแถว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
·        สหรัฐฯ ขู่จะตัดขาดทางการค้ากับสเปน โทษฐานไม่อนุญาตให้ใช้ฐานทัพทหาร กดดันตลาดหุ้นสเปนร่วงแรงและเพิ่มความไม่แน่นอนให้ตลาดโลก
·        ตลาดหุ้นเอเชียรับแรงกระแทกหนักสุด เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจเอเชียพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงมาก โดยเฉพาะญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ที่นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางกว่า 90% ทำให้ตลาดภูมิภาคนี้อ่อนไหวรุนแรง
·        ข้อมูลชี้ชัดว่าจีน อินเดีย รวมถึงไทย คือผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิระดับท็อป การพุ่งขึ้นของต้นทุนพลังงานจึงเสี่ยงต่อการเร่งอัตราเงินเฟ้อและฉุดรั้งเศรษฐกิจโดยตรง
·        กลยุทธ์การลงทุน (Wait & See) โดยแนะนำให้ถือเงินสดและชะลอการลงทุนไปก่อน เพื่อรอดูความชัดเจนของผู้นำใหม่ในอิหร่าน และผลลัพธ์จากการเข้าแทรกแซงเส้นทางเดินเรือของสหรัฐฯ

Ø สหรัฐฯ-อิสราเอล ดำเนินการเข้าสู่วันที่ 4

ตอนนี้สถานการณ์การปะทะกันได้ลุกลามเข้าสู่วันที่สี่แล้ว โดยมีการโจมตีตอบโต้กันอย่างดุเดือดระหว่างสองฝ่าย ทางอิหร่านเองก็ได้ยกระดับความรุนแรงด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังหลายประเทศในตะวันออกกลางที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นกาตาร์ บาห์เรน หรือโอมาน ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลให้แหล่งผลิตและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญบางแห่งต้องระงับการดำเนินการลงชั่วคราว ในมิติของการเมืองระหว่างประเทศนั้น เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งทางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดทำเนียบขาวเพื่อหารือกับนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ แห่งเยอรมนี โดยผู้นำสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลอย่างชัดเจนว่า คณะผู้นำชุดใหม่ของอิหร่านที่กำลังจะก้าวขึ้นมากุมอำนาจนั้น อาจจะมีท่าทีที่แข็งกร้าวและรับมือได้ยากลำบากไม่ต่างจากขั้วอำนาจเดิม ซึ่งความไม่แน่นอนในโครงสร้างอำนาจนี้เป็นปัจจัยกดดันภาพรวมของตลาดที่สำคัญมาก

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ได้ออกมาตรการฉุกเฉินเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมา โดยประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะเป็นผู้จัดส่งกองกำลังทหารเรือเข้าไปคุ้มกันและจัดหาประกันภัยผ่านบรรษัทเงินทุนเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ให้กับเรือบรรทุกน้ำมันพาณิชย์ที่ต้องสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อรับประกันว่าพลังงานจะสามารถไหลเวียนสู่ตลาดโลกได้อย่างเสรี การแทรกแซงอย่างทันท่วงทีนี้ช่วยลดความตื่นตระหนกของตลาดลงไปได้มากทีเดียว ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ในช่วงแรกพุ่งทะยานไปกว่า 9% เริ่มชะลอความร้อนแรงและปรับตัวลงมาทรงตัวอยู่บริเวณ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างดัชนี S&P 500 ก็สามารถฟื้นตัวกลับมาปิดลบเพียงเล็กน้อยไม่ถึง 1% หลังจากที่เผชิญแรงเทขายจนร่วงลงไปลึกถึง 2.5% ในระหว่างวัน นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนยังได้หันไปพักเงินในสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 0.6% ท่ามกลางความผันผวนนี้ และยังมีประเด็นแทรกซ้อนที่น่าจับตามอง คือการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะตัดขาดทางการค้ากับประเทศสเปน เนื่องจากสเปนปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ เข้าใช้ฐานทัพทหารในการปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ซึ่งข่าวนี้ก็ทำเอาตลาดหุ้นสเปนร่วงลงไปอย่างหนักถึง 5.7% สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านนโยบายการค้าที่อาจเข้ามาซ้ำเติมตลาดได้ทุกเมื่อ

Ø ผลกระทบต่อประเทศผู้นำเข้าพลังงาน

หากเราวิเคราะห์จากข้อมูลและกราฟโครงสร้างพลังงาน จะเห็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนและสมเหตุสมผลมากว่าทำไมตลาดทุนในแถบเอเชียถึงมีความอ่อนไหวกับวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้เป็นพิเศษ ข้อมูลกราฟระบุอย่างชัดเจนว่าประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียอยู่ในสถานะผู้เสียเปรียบเพราะต้องพึ่งพาและนำเข้าน้ำมันรวมถึงก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับจีดีพีของประเทศ โดยมีเพียงออสเตรเลียและมาเลเซียเท่านั้นที่มีสถานะเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ และเมื่อเราเจาะลึกดูตัวเลขสัดส่วนความพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางจะพบข้อมูลที่น่าตกใจว่า ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์มีความจำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคนี้สูงกว่า 90% ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งแน่นอนว่าเส้นทางขนส่งหลักก็หนีไม่พ้นช่องแคบฮอร์มุซที่กำลังเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุดในขณะนี้ สำหรับประเทศไทยของเราเองก็มีความน่ากังวลไม่แพ้กัน เพราะตัวเลขระบุว่าเรามีสัดส่วนการพึ่งพาน้ำมันสูงถึง 69% และเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเกือบ 60% เลยทีเดียว

Source: Energy Institute Statistical Review of World Energy, Bloomberg Economics. Data as of 2024

มากไปกว่านั้น เมื่อเรานำข้อมูลมาประเมินว่าใครคือกลุ่มผู้แพ้และผู้ชนะจากวิกฤตการณ์ที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กราฟปริมาณการส่งออกน้ำมันสุทธิชี้ให้เห็นอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศพี่ใหญ่ที่เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจเอเชียอย่างจีนและอินเดีย คือผู้ที่สูญเสียผลประโยชน์หนักที่สุดในโลก เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิรายใหญ่ระดับมหาศาล ตามมาติดๆ ด้วยประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค รวมถึงประเทศไทยของเราที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่จะได้รับผลกระทบเชิงลบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก

โครงสร้างเศรษฐกิจของเอเชียที่ผูกติดอยู่กับการนำเข้าพลังงานผ่านจุดยุทธศาสตร์คอขวดที่เปราะบางที่สุดในโลก ณ ขณะนี้ จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนสถาบันต่างแห่เทขายสินทรัพย์ในภูมิภาคเอเชียอย่างรุนแรง เพราะพวกเขากังวลว่าต้นทุนพลังงานและการขนส่งที่อาจพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ จะกลายเป็นปัจจัยหลักที่กลับมากดดันอัตราเงินเฟ้อและทำลายการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียในระยะยาว

Source: Haver, IEA, Trade Map, BofA Global Research as of 3 Mar 2026

Ø มุมมองการลงทุน

สำหรับมุมมองและคำแนะนำการลงทุนในช่วงเวลาที่ตลาดเต็มไปด้วยความผันผวนและยากต่อการประเมินความเสี่ยงเช่นนี้ เราแนะนำให้ทุกท่านใช้กลยุทธ์ Wait & See เพื่อรอดูสถานการณ์ไปก่อน โดยเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิดว่า มาตรการจัดส่งกองกำลังคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ จะสามารถรักษาเสถียรภาพของการขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซได้จริงอย่างที่ประธานาธิบดีทรัมป์รับปากไว้หรือไม่ และความขัดแย้งทางการทหารครั้งนี้จะขยายวงกว้างจนสร้างความเสียหายทางกายภาพต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตพลังงานของภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติมหรือเปล่า ตราบใดที่ภาพรวมของสงคราม ทิศทางการเมืองของผู้นำชุดใหม่ในอิหร่าน และผลกระทบต่อเศรษฐกิจเอเชียยังไม่มีความชัดเจน อย่างไรก็ตามเรายังประเมินว่าทุกๆวิกฤติสร้างโอกาสในการลงทุนเสมอ แต่ทั้งนี้อาจต้องรอให้สถานการณ์เริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้น

คำเตือน

•     กองทุนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
•     ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
•     ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวด้วย
•     ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
•     ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนของแต่ละกองทุน และข้อมูลอื่นๆ ในเว็บไซต์ www.eastspring.co.th อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
•     ผู้ลงทุนสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) และ ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับการแต่งตั้ง

Disclaimer

ข้อมูล คำแนะนำบทวิเคราะห์ และการแสดงความเห็นต่างๆ ที่ปรากฎอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ได้จัดทำขึ้นบนพื้นฐานของแหล่งข้อมูลที่ได้รับมาจาก แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้และให้ความเห็นตามหลักวิชาการเท่านั้นโดยไม่มุ่งหมายให้ถือเป็นการชักชวนหรือชี้นำให้ซื้อ และ/หรือขายผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนประเภทต่างๆ ตามที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ และไม่ถือเป็นการให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนของบริษัทต่างๆ ตามที่ระบุหรือถูกกล่าวถึงไว้ในเอกสารฉบับนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ทีมงานไม่อาจยืนยันและรับรองความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าวข้างต้นได้ และไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ทีมงานไม่ขอรับผิดชอบต่อความเสียหายในรายได้ หรือประโยชน์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดขึ้นจากการนำ ข้อมูล ข้อความ ความเห็น และ/หรือบทสรุปต่างๆ ที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ


บทความที่เกี่ยวข้อง
เอเซีย พลัส เปิดรับสมัครทีมผู้แนะนำการลงทุนครั้งใหญ่ พร้อมเสนอโอกาสเติบโตไร้ขีดจำกัดในสายงานบริหารความมั่งคั่ง
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดโอกาสครั้งใหญ่สำหรับผู้ที่ต้องการก้าวสู่เส้นทางอาชีพด้านงานให้คำปรึกษาการลงทุน ด้วยการขยายทีมงานมืออาชีพ โดยรับสมัครผู้แนะนำการลงทุนในธุรกิจ Wealth Management ทั้ง Relationship Manager (RM)
21 ส.ค. 2025
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ชวนเปลี่ยนคะแนน GEN Point เป็นเงินบริจาค  ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ผนึกกำลัง มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ เพื่อเด็กและเยาวชน เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ เชิญชวนลูกค้าเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการส่งต่อความห่วงใย
27 พ.ย. 2025
kubix จับมือ อบก. เชื่อมต่อระบบทะเบียนคาร์บอนเครดิต วางรากฐาน ‘คาร์บอนเครดิตโทเคน’ ไร้รอยต่อ หนุนธุรกิจไทยสู่การเงินสีเขียว
กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ส่ง บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ
20 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy