แชร์

ไอแบงก์ร่วมกับสำนักจุฬาราชมนตรี และ UNHCR จัด “Ramadan Table 2026” เชื่อมพลังศรัทธาไทยช่วยเหลือผู้ลี้ภัยโลก

อัพเดทล่าสุด: 9 มี.ค. 2026
425 ผู้เข้าชม

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ร่วมกับ สำนักจุฬาราชมนตรี และ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประจำประเทศไทย จัดงานเลี้ยงละศีลอด “Ramadan Table 2026 – โต๊ะรอมฎอนเพื่อผู้ลี้ภัย” ณ มัสยิดอิมาร่อตุ๊ดดีน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อเชื่อมพลังศรัทธาของพี่น้องมุสลิมไทย ผ่านการบริจาคซะกาตเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นทั่วโลก ซึ่งท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งและความไม่สงบที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก อันส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่น พลังแห่งความเมตตาและการแบ่งปันจากประเทศไทยยังคงถูกส่งต่อไปยังเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเผชิญความทุกข์ยากอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประจำประเทศไทย ภาคีเครือข่าย และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างสถาบันศาสนา ภาคการเงิน และองค์กรด้านมนุษยธรรม ในการส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ที่กำลังเผชิญวิกฤตจากความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การละศีลอด หรือ  “อิฟฏอร (Iftar)” เป็นช่วงเวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าในเดือนรอมฎอน ซึ่งชาวมุสลิมจะยุติการถือศีลอดที่ปฏิบัติตลอดวัน โดยมักเริ่มต้นด้วยการรับประทานอินทผลัมและดื่มน้ำ ก่อนร่วมรับประทานอาหารและประกอบศาสนกิจร่วมกัน บรรยากาศของการละศีลอดจึงเป็นช่วงเวลาแห่งความอบอุ่น การแบ่งปัน และการระลึกถึงผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบากในสังคม อย่างไรก็ตาม ในหลายพื้นที่ของโลกที่กำลังเผชิญความขัดแย้ง ความไม่สงบ และ การพลัดถิ่น ผู้คนจำนวนมากไม่สามารถละศีลอดได้อย่างพร้อมหน้าในครอบครัว หรือแม้แต่ขาดแคลนอาหารพื้นฐานในการละศีลอด ซึ่งยิ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการแบ่งปันและการช่วยเหลือผ่านซะกาตและการบริจาคในเดือน   อันประเสริฐนี้ ไอแบงก์จึงร่วมให้การสนับสนุนกับ UNHCR และภาคีเครือข่ายในการจัดโครงการ “รอมฎอนนี้เพื่อพี่น้องและทานประจำปีซะกาต” โดยรวบรวมพลังศรัทธาจากพี่น้องมุสลิมและประชาชนในประเทศไทย เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นผ่านโครงการดังกล่าวได้เกือบ 10 ล้านคน ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

ประเทศไทยแม้จะมีประชากรมุสลิมเป็นสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลกมุสลิม แต่กลับเป็นประเทศ  ที่มีการบริจาคซะกาตเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธาและน้ำใจของสังคมไทยที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างเพื่อนมนุษย์ในยามยากลำบาก

“ซะกาตไม่เพียงเป็นหน้าที่ทางศาสนา แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสมดุลในสังคม และเป็นพลังสำคัญในการส่งต่อความหวังให้กับผู้ที่กำลังเผชิญความทุกข์ยาก อีกทั้งพี่น้องต่างศาสนิกก็สามารถร่วมบริจาคซะกาตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้เช่นกัน” ดร.ทวีลาภ กล่าว

ไอแบงก์ในฐานะสถาบันการเงินที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการจ่ายซะกาตให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักศาสนา โดยได้พัฒนาช่องทางการบริจาคซะกาตผ่าน “ibank Application” โมบายแบงก์กิ้งไอแบงก์ที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องมุสลิมสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างมั่นใจ รวมถึงเปิดโอกาสให้พี่น้องต่างศาสนิกสามารถร่วมบริจาคผ่านบัญชีซะกาตของไอแบงก์ เพื่อช่วยเหลือผู้มีสิทธิ์ได้รับซะกาตในประเทศไทยได้เช่นกัน

ไอแบงก์ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านซะกาต และเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การแบ่งปันของผู้มีจิตศรัทธาเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจากทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการร่วมบริจาคซะกาต สามารถร่วมสมทบทุนได้ผ่านบัญชีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้

• บริจาคช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทั่วโลก ผ่านบัญชี “UNHCR Special Account” ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขาสำนักอโศก เลขที่บัญชี 008-1-36212-9

• บริจาคช่วยเหลือพี่น้องผู้ยากไร้ในประเทศไทย ผ่านบัญชี “บัญชีซะกาตธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย” ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขาคลองตัน เลขที่บัญชี 001-1-03879-9

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งศรัทธาและความเมตตาที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากสังคมไทยไปสู่การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นที่ยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผู้ที่ยากไร้ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง
กรุงไทยเสริมแกร่งความรู้ทางการเงิน สร้างวินัย รู้ทันภัยการเงิน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียั่งยืน
ท่ามกลางภาวะหนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงภัยทางการเงินและภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธนาคารกรุงไทยเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงิน เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกันทางการเงินให้คนไทยทุกช่วงวัย
26 มี.ค. 2026
กลุ่มดุสิตธานีเผยรายได้ไตรมาส 2 ปี 69 เติบโต 113.8% พร้อมพลิกผลขาดทุนเป็นกำไร   ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้น 550.4% สะท้อนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินธุรกิจ
กลุ่มดุสิตธานีเผยผลประกอบการไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิ 97 ล้านบาทและ 347 ล้านบาทตามลำดับ เผยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล
17 ส.ค. 2026
บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ร่วมยกระดับวงการโลจิสติกส์ของไทย  นำรถบรรทุกไฟฟ้าล้วน EV สองขนาดทั้ง BYD T35 และ BYD Q3 เข้าร่วมงาน TILOG 2026
บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่เพื่อการพาณิชย์ บีวายดี อย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ พร้อมเสนอทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่า
20 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy