แชร์

SO เปิดแผนซื้อหุ้นคืน ตอกย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง เพิ่มประสิทธิภาพกำไรต่อหุ้น (EPS) ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 3,000 ลบ.

อัพเดทล่าสุด: 14 มี.ค. 2026
323 ผู้เข้าชม

บมจ.สยามราชธานี หรือ SO  ประกาศซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 48 ล้านบาท ภายในช่วง 18 มี.ค.–17 ก.ย. 2569 สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่งและสภาพคล่องส่วนเกิน มุ่งเพิ่ม ROE และ EPS พร้อมเสริมเสถียรภาพราคาหุ้น ขณะเดียวกันเดินหน้าขยายธุรกิจเอาท์ซอร์สและเทคโนโลยี ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 10% แตะ 3,000 ล้านบาท รับอานิสงส์ความต้องการใช้บริการ Outsourcing และโซลูชันดิจิทัลขององค์กรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง.

คุณกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้ประกอบธุรกิจหลัก 2 รูปแบบเพื่อสนับสนุนการ Transformation องค์กรลูกค้า ได้แก่ ธุรกิจบริการเอาท์ซอร์ส (Outsource Service) และธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยี (Technology Service) เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 48 ล้านบาท โดยกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืนภายใน 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ถึงวันที่ 17 กันยายน 2569 สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและมีสภาพคล่องส่วนเกินเพียงพอในการบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการซื้อหุ้นคืนจะช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) จากจำนวนหุ้นที่ลดลง อีกทั้งยังเป็นการเสริมความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและช่วยพยุงเสถียรภาพของราคาหุ้นในตลาด นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว พร้อมสะท้อนมุมมองเชิงบวกของบริษัทต่อศักยภาพการเติบโตของธุรกิจเอาท์ซอร์สและเทคโนโลยีในอนาคต.

ด้านแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 10% หรือแตะระดับ 3,000 ล้านบาท จากการขยายธุรกิจบริการเอาท์ซอร์ส (Outsource Service) ควบคู่กับการพัฒนาโซลูชันด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับองค์กรลูกค้า โดยปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าใหม่ (Pure New) ที่เริ่มเซ็นสัญญาเพิ่มเติมแล้วคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 110 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในระยะถัดไป

ทั้งนี้ บริษัทจะมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยเดินหน้าพัฒนาโซลูชันด้านเทคโนโลยี เช่น ระบบบริหารจัดการข้อมูล (Data Management) ระบบ Workflow ดิจิทัล และระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรลูกค้า และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมบริการ Outsourcing และ Business Process Outsourcing (BPO) ในประเทศไทยยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการขององค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและควบคุมต้นทุน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานมากขึ้นบริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาโมเดล Tech-Enabled Outsourcing ซึ่งเป็นการผสานการทำงานของบุคลากร เทคโนโลยี และระบบข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการให้บริการจากผู้ให้บริการเอาท์ซอร์สแบบดั้งเดิม สู่การเป็น Strategic Operations Partner ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับองค์กรลูกค้า

“แนวโน้มการใช้บริการ Outsourcing ขององค์กรไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องการเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและลดภาระการบริหารจัดการภายใน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของบริษัทในการขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นางกัณธิมา กล่าว


บทความที่เกี่ยวข้อง
SME D Bank ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ  พร้อมด้วยผู้บริหารธนาคาร
7 พ.ย. 2025
อีซูซุรับ 9 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที “CAR OF THE YEAR 2026”
มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง รับ 9 รางวัล “รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2026” (CAR OF THE YEAR 2026) ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
11 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy