แชร์

เซ็นทรัล รีเทล ชูกลยุทธ์ ‘Innovation in Action’ ขับเคลื่อนปี 2569 ทุ่มงบกว่า 1.8 หมื่นล้าน พร้อมลุยไทย-เวียดนามเต็มสูบ

อัพเดทล่าสุด: 14 มี.ค. 2026
387 ผู้เข้าชม

·     CRC ปรับโฟกัสธุรกิจปี 2568 มุ่งเน้นการเติบโตตลาดไทย-เวียดนาม เดินหน้าขยายและรีโนเวทสาขาเต็มกำลัง ชูความสำเร็จจากการขยายฐานสมาชิก The 1 ในเวียดนามด้วยยอดทะลุ 4.3 ล้านราย โดยปัจจุบันสัดส่วนยอดขายในไทย และเวียดนาม คิดเป็น 80:20 พร้อมเดินหน้ายกระดับการขยายธุรกิจในตลาดอาเซียน เพื่อสร้างการเติบโตและเสริมแกร่งองค์กรในระดับภูมิภาค

·       ชี้ฮาร์ดไลน์โตแรง!! ไทวัสดุ เบอร์ 1 DIY Home Retailer ของไทย โตต่อเนื่องทั้งรายได้ และจำนวนสาขา โดยปี 2568 กวาดยอดขายกว่า 43,000 ล้านบาท ปูพรม 52 จังหวัดทั่วไทย มั่นใจโตยาวสวนกระแสตลาด และภาคอสังหาริมทรัพย์

·       ปี 2569 CRC เตรียมทุ่มงบลงทุน 16,000-18,000 ล้านบาท สปีดการเติบโตของธุรกิจด้วยแผนเปิดสาขาใหม่ในไทย-เวียดนาม รวม 22-26 แห่ง ควบคู่ไปกับการรีโนเวทสาขาเดิมอีก 7 แห่ง

·       สานต่อยุทธศาสตร์ New Heights, Next Growth รุกตลาดด้วยกลยุทธ์ Innovation in Action ผ่าน 3 แกนหลัก คือ ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุก ๆ ช่องทาง Omnichannel, พัฒนาค้าปลีก-ค้าส่งคอนเซปต์ใหม่, และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานด้วย AI และ One Data Platform

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า “ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังคงผันผวนและมีความท้าทายจากปัจจัยหลายด้าน เซ็นทรัล รีเทล ยังสามารถทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2568 โดยได้สร้างความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมจากการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ New Heights, Next Growth ที่เน้นการเสริมแกร่งธุรกิจหลัก ต่อยอด New Growth Engine พร้อมทั้งปรับโฟกัสธุรกิจ มุ่งเน้นตลาดไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดย ณ สิ้นปี 2568 ธุรกิจของ CRC ในประเทศไทยมีจำนวน 3,596 ร้านค้า ครอบคลุมใน 63 จังหวัดทั่วไทย และคิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 80% ส่วนประเทศเวียดนาม มีจำนวนร้านค้าทั้งสิ้น 127 ร้านค้า ครอบคลุมใน 26 จังหวัด จาก 34 จังหวัด และมีสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 20% นอกจากนี้บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จในการขยายฐานสมาชิก The 1 ในประเทศเวียดนามด้วยยอดสมาชิกรวมกว่า 4.3 ล้านราย และยังได้เสริมความแข็งแกร่งของสถานะการเงิน ตลอดจนบริหารจัดการการเงินและโครงสร้างเงินทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวได้อย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา CRC Care ที่ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับทุกภาคส่วน”

โดยในปี 2568 กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์สามารถพิสูจน์ศักยภาพการแข่งขันได้อย่างโดดเด่นจากการขยายตัวของ ‘ไทวัสดุ’ ธุรกิจดาวเด่นที่สร้างปรากฏการณ์เติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี จนปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุม 89 สาขา ใน 52 จังหวัดทั่วประเทศ ผลักดันยอดขายในปี 2568 ทะยานสู่ 43,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย ปีละ 9% พร้อมครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 25% ในขณะเดียวกันธุรกิจ New Growth Engine อย่าง ‘Auto 1’ ก็มีการเร่งสปีดขยายสาขาใหม่ถึง 13 แห่ง รวมปิดปี 2568 ทั้งสิ้น 53 แห่ง พร้อมวางโรดแมปเชิงรุกสำหรับปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาแบบเท่าตัวอีก 53 แห่ง ซึ่งจะส่งผลให้มีเครือข่ายรวมทั้งสิ้น 106 สาขาบนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ มุ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้รถได้อย่างครอบคลุมและครบวงจร

สำหรับปี 2569 นี้ ซึ่งถือเป็นปีแห่ง “Challenges & Opportunities” ของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง เซ็นทรัล รีเทล พร้อมเดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี New Heights, Next Growth ภายใต้กลยุทธ์ ‘Innovation in Action’ เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรสู่การเติบโตครั้งใหม่ ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1.    อัพเกรดประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ (Uplift Customer Experience) มุ่งต่อยอดความสำเร็จของแพลตฟอร์มออมนิแชแนลของเซ็นทรัล รีเทล ที่มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ยอดขายจากช่องทางออนไลน์เติบโตขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเซ็นทรัล รีเทล มีการพัฒนาทั้งในส่วนของประสบการณ์หน้าร้านด้วยพนักงานที่พร้อมให้บริการแบบเฉพาะตัว, การปรับปรุงบรรยากาศภายในร้าน, การเพิ่มจุด Self-Checkout, การจัดอีเว้นท์ร่วมกันของธุรกิจในเครือ และการเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ที่ช่วยดึงดูดทราฟฟิก เช่น โซนอาหาร โซนเกม และแชมเปญบาร์ เป็นต้น ตลอดจนนำ AI มาช่วยยกระดับการช้อปปิ้งออนไลน์ให้รวดเร็ว และง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาสินค้า โปรโมชัน และคูปองสุดคุ้มที่ออนท็อปได้อย่างตรงใจ รวมถึงเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างหน้าร้านและโลกดิจิทัลผ่านบริการ Personal Shopper, Chat & Shop, Click & Collect และ Reserve & Collect ที่ทำให้ลูกค้าช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ

2.    อัพเกรดแบรนด์และสินค้าให้ทันสมัย (Reinvent Concepts And Merchandise) อาทิ การพัฒนาสินค้าที่วางจำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ประเทศเวียดนาม โดยเน้นกลุ่มเบเกอรี่ อาหารพร้อมทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ส่วนประเทศไทย จะเน้นเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์สินค้าแฟชั่นชั้นนำจากไทยและเอเชีย พร้อมเร่งเครื่องขยาย KIS & LOOKS Beauty Specialty Stores ปรับรูปแบบสาขาและราคาสินค้าให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Young & Mainstream

3.     อัพเกรดประสิทธิภาพการบริหารงานและขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย (Drive Operational Excellence) โดยมีการยกระดับการดำเนินงานในหลายมิติ อาทิ การนำ AI มาใช้เสริมศักยภาพในการบริหารลูกค้า, การทำการตลาด, การสั่งสินค้าและกำหนดราคา รวมถึงการบริหารจัดการหน้าร้าน ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการทำงานของพนักงาน เพื่อสร้างองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต นอกจากนี้ยังได้พัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว (Single View of Customer Data) ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถนำเสนอ Omnichannel Coupon ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่องทางได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านระบบ ทั้งการบริหารจัดการสต๊อกและการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจร

เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 เซ็นทรัล รีเทล ประกาศทุ่มงบลงทุน 16,000–18,000 ล้านบาท สำหรับการรีโนเวทและการขยายสาขาทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยวางแผนขยายสาขาใหม่ของท็อปส์ 8-10 สาขา, GO Wholesale 2 สาขา และไทวัสดุ 3-5 สาขา ส่วนในประเทศเวียดนาม มีแผนขยายสาขาศูนย์การค้า GO! 1 สาขา, ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 2 สาขา และซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! 6 สาขา พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในตลาดอาเซียนอื่น ๆ อย่างรอบคอบ โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2569 อยู่ที่ 4-5% และ EBITDA ที่ 5-7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้ เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญกับการบริหารการเงินอย่างมีวินัยเพื่อสร้างยอดขายและกำไรที่มีคุณภาพ รักษาความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในอนาคต พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

“เซ็นทรัล รีเทล ยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในทุกย่างก้าวของการดำเนินธุรกิจ เราจะไม่หยุดนิ่งในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการให้ก้าวล้ำยิ่งกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการมุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้งและตรงใจ ตอกย้ำภาพผู้นำอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่งไทยและระดับภูมิภาค บนเจตนารมณ์ ‘Retail & Wholesale for All’ ที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับทุกภาคส่วน และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อเป็นศูนย์กลางชีวิตของทุกคน (Central to Life) ตลอดไป”  นายสุทธิสาร กล่าวสรุป


บทความที่เกี่ยวข้อง
อลิอันซ์ อยุธยา เปิด “Cancer City” ชวนคนไทยเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือโรคมะเร็ง  ครั้งแรกของโลก กับ Live Experience เตรียมเป็นมะเร็ง ในงาน Death Fest 2026
บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่เรียนรู้รูปแบบใหม่ ชวนคนไทยทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคมะเร็ง ผ่านโซนกิจกรรมพิเศษ “Cancer City: Live Experience เตรียมตัวเป็นมะเร็ง”
12 มี.ค. 2026
ไทยพาณิชย์ ตอกย้ำผู้นำดิจิทัลแบงก์กิ้ง เดินหน้าขยายเครือข่าย “บริการกดเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคาร” ครอบคลุมพันธมิตรสูงสุดในไทย หนึ่งเดียวที่รองรับแอปต่างประเทศ
ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ดิจิทัลแบงก์กิ้งอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ด้วยการขยายบริการกดเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคาร (Cross Bank Cardless ATM Withdrawal) ที่ตู้
5 ก.พ. 2026
ส่งออกไทย ม.ค. 2026 โตแรงสุดในรอบ 4 ปี แต่ระยะต่อไปเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้นจากมาตรการภาษีที่สหรัฐฯ จะนำมาใช้เพิ่มเติม
มูลค่าส่งออกไทยเดือน ม.ค. 2026 อยู่ที่ 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 24.4%YOY สูงสุดในรอบ 4 ปี เร่งขึ้นจาก 16.8% ในเดือนก่อน และสูงกว่าที่ประเมินไว้มาก (SCB EIC ประเมิน 8.5% และค่ากลาง Reuters Poll 9.4%) ตัวเลขปรับฤดูกาลขยายตัวถึง 10.6%MOM_SA
24 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy