กรุงศรีมุ่งเสริมความแข็งแกร่ง SME ไทย ย้ำชัดเป็นหนึ่งในวาระสำคัญ เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ 3GO หนุนธุรกิจสู้เศรษฐกิจผันผวน

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เดินหน้าสนับสนุน ผู้ประกอบการไทยรับมือความท้าทายของเศรษฐกิจ กำหนดให้ “การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ SME” เป็นหนึ่งในวาระเร่งด่วนขององค์กรในปี 2569 พร้อมต่อยอดกลยุทธ์ 3GO เร่งพัฒนาโซลูชันทางการเงิน แพลตฟอร์มดิจิทัล และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินงาน และขยายโอกาสทางการค้าได้อย่างยั่งยืน
นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธุรกิจ SME คือรากฐานของเศรษฐกิจไทย และเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฐานรากของประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า SME เป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางสูงต่อความผันผวน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจทั้งในเรื่องต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและข้อกำหนดด้านความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจ ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ภายในประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา เช่น อุทกภัย แผ่นดินไหว สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ของผู้ประกอบการจำนวนมาก กรุงศรีจึงได้ให้ความช่วยเหลือและประคับประคองผู้ประกอบการ SME ให้สามารถก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการต่างๆ อาทิ ‘คุณสู้ เราช่วย’ มาตรการสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ธนาคารได้ช่วยเหลือลูกค้า SME ภายใต้วงเงินสินเชื่อรวมกว่า 38,500 ล้านบาท”
“เรายังคงเชื่อมั่นว่า การเติบโตที่แข็งแกร่งของ SME ไทยคือกุญแจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย การดำเนินงานในปีนี้ กรุงศรีจึงยังคงเฝ้าติดตามและให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ ‘การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ SME” เป็นหนึ่งในวาระเร่งด่วน เชิงโครงสร้าง’ ที่ธนาคารจะให้ความสำคัญและเร่งผลักดันเพื่อช่วยให้ธุรกิจ SME ซึ่งเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจไทยสามารถอยู่รอด ปรับตัว และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนด้านเงินทุน โซลูชันทางการเงิน เทคโนโลยีดิจิทัล และการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ”
นอกจากการให้ความช่วยเหลือและการส่งทีมช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด ในปี 2569 กรุงศรีจะยังคงเดินหน้าต่อยอด กลยุทธ์ 3GO โดยเร่งขยายผลโซลูชันและบริการต่าง ๆ ที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้สามารถปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ และขยายโอกาสทางการค้าได้อย่างยั่งยืนในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ได้แก่ “GO Green” สนับสนุนการดำเนินธุรกิจตามกรอบของ ESG “GO Digital” มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลให้ครอบคลุมและครบวงจร และ “GO Beyond” สนับสนุนลูกค้าในการขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
หนึ่งในโซลูชันสำคัญคือ สินเชื่อธุรกิจเพื่อการปรับตัว (Krungsri SME Transformation Loan) ซึ่งสนับสนุน การลงทุนเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SME สามารถปรับตัวและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ โดยครอบคลุมการลงทุนเพื่อการปรับตัวในหลายมิติ ทั้งการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Digital Technology) รวมถึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต (Innovation) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และรูปแบบธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว
นอกจากนี้ ธนาคารยังพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านบริการ Krungsri Biz Online โดยในปีที่ผ่านมามียอดการทำธุรกรรมเติบโต 12% และมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 14% อีกทั้งโซลูชันการรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกิจ เช่น Krungsri EDC Plus และ Krungsri Mung Mee SHOP ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการธุรกรรมทางการเงินได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ โดยในปีที่ผ่านมามียอดการทำธุรกรรมเติบโตถึง 24.9% ในด้านการสร้างโอกาสทางธุรกิจ กรุงศรีได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Krungsri Business Link ซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจของกรุงศรีและ MUFG โดยปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 9,400 บริษัท ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถค้นหาคู่ค้าทางธุรกิจและขยายโอกาสทางการค้าในตลาดใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน ผ่านโครงการ Krungsri ESG Awards เป็นปีที่ 4 และ Krungsri ESG Academy ปีที่ 3 ซึ่งเป็นหลักสูตรเข้มข้นระยะเวลา 5 เดือน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG และเตรียมความพร้อมสู่ การเปลี่ยนผ่านธุรกิจอย่างยั่งยืน
“อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่าผู้ประกอบการ SME ต้องบริหารธุรกิจภายใต้ความไม่แน่นอนมากกว่าที่เคย ทั้งความผันผวนของต้นทุนพลังงานและแหล่งวัตถุดิบ ค่าขนส่ง ระยะเวลาการส่งมอบ อุปสงค์ที่อาจชะลอตัวลง ตลอดจนอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งล้วนส่งผลต่อกระแสเงินสดและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ โดยกรุงศรีพร้อมยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการ SME ไทย ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งด้านการสนับสนุนทางการเงินและสภาพคล่อง การให้คำปรึกษาและเครื่องมือบริหารความเสี่ยงอย่างครบวงจร พร้อมมุ่งสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่เอื้อต่อการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง วางรากฐานมั่นคง และเตรียมความพร้อมรับมือทุกความท้าทาย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคง ในระยะยาว” นางสาวดวงกมล กล่าวปิดท้าย



