แชร์

เมย์แบงก์ประเมินตลาดมีโอกาสฟื้น หากปัจจัยเสี่ยงคลี่คลาย แนะทยอยเพิ่ม Risk-on

อัพเดทล่าสุด: 2 เม.ย. 2026
181 ผู้เข้าชม

บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าทิศทางตลาดการเงินโลกเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก จากแนวโน้มที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจคลี่คลาย โดยมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะยุติปฏิบัติการทางทหารภายในช่วง 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาปรับพอร์ตการลงทุนโดยเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยง เพื่อสนับสนุนโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในกรณีที่สถานการณ์ความขัดแย้งยุติลง

นางสาวปัณฑารีย์ เถื่อนถนอม, CFP®, AISA, ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่าย Investment Solutions บล.เมย์แบงก์ ระบุว่า ปัจจัยดังกล่าวถือเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของตลาดการเงินโลก โดยหากสถานการณ์สงครามยุติลง จะช่วยลดแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ หนุนให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลง ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบการเงินเพิ่มขึ้น และสร้างแรงหนุนให้นักลงทุนกลับเข้าสู่โหมด “risk-on” อีกครั้ง

ในมุมมองเชิงภูมิภาค เมย์แบงก์ มองว่าตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับฐานไปก่อนหน้านี้ มีโอกาสฟื้นตัวได้โดดเด่น โดยเฉพาะตลาดอินเดีย ญี่ปุ่น และเวียดนาม ซึ่งปรับตัวลงแรงจากความกังวลด้านสงคราม ขณะที่ sentiment ที่ดีขึ้นจะช่วยดึงดูดเงินทุนไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เมย์แบงก์ แนะนำให้นักลงทุน “ปรับพอร์ตเชิงรุก” เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาด โดยแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่ ฝั่ง Take Profit แนะนำทยอยลดน้ำหนักในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ในช่วงความขัดแย้ง เช่น กลุ่ม Defense & Space กลุ่มพลังงาน และกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีการปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้าแล้ว อาทิ หุ้น: STEG19 (ST Engineering), OIL03, PETROCN80 (PetroChina), BYDCOM80, CATL80 และ  กองทุน: DAOL-DEFENSE, K-OIL, KF-OIL, KT-ENERGY

ขณะที่ฝั่ง Buy แนะนำเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากสงครามและมีโอกาสฟื้นตัวเด่น ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยวที่ได้อานิสงส์จากการเดินทางกลับมาคึกคัก อาทิ หุ้น: TRIPCOM80 (Trip.com),  BKNG80 (Booking Holdings), กองทุน: SCBTRAVEL(A) และกลุ่มเทคโนโลยีที่ยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง อาทิ NVDA80 (Nvidia) MSFT80 (Microsoft), BIDU80 (Baidu), กองทุน: ES-GTECH, MEGA10AICHINA-A และกลุ่มทองคำและแร่หายากที่ยังคงมีบทบาทในพอร์ตการลงทุนระยะยาว อาทิ GOLDUS19, ZIJIN80 (Zijin Mining), NEM06 (Newmont), กองทุน: DAOL-GOLD, UOBSG-H, DAOL-RARE

เมย์แบงก์ เน้นย้ำว่า แม้ภาพรวมตลาดเริ่มมีสัญญาณเชิงบวก แต่สถานการณ์ยังอยู่ในช่วงของการเจรจาและต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การปรับพอร์ตลงทุนให้สอดรับกับทิศทาง “post-conflict recovery” จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลตอบแทนในระยะถัดไป

หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน


บทความที่เกี่ยวข้อง
ไปรษณีย์ไทย ผนึกน้ำแร่ “6ty Degrees” รุกโมเดล “Deliver Wellness to Every Home”  ส่งสุขภาพดีถึงบ้านขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพเพื่อคนไทย พร้อมส่งน้ำแร่พรีเมียมฟรีทั่วประเทศ
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้ายกระดับมาตรฐานบริการเชื่อมโยงสุขภาพคนไทย จับมือพันธมิตรแบรนด์ไทย 6ty Degrees น้ำแร่คุณภาพระดับสากล ภายใต้บริษัท แร่เบฟเวอเรจ จำกัด
19 มี.ค. 2026
TEI ครบรอบ 33 ปี ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก - สิ่งแวดล้อมไทย  ชวนภาคีทุกภาคส่วนร่วมกัน “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis”
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนหนึ่งที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมทั้งการปฏิบัติในระดับพื้นที่และการเสนอแนะเชิงนโยบาย โดย TEI ได้มีบทบาทสำคัญในการร่วมยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค
20 พ.ค. 2026
เพาเวอร์บาย ครบรอบ 29 ปี เปิดเกมรุกสู่ Tech Retailer ชูกลยุทธ์ P.O.W.E.R. สร้างโซลูชันไลฟ์สไตล์อัจฉริยะ ผนึกพันธมิตรดันธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ฉลองครบรอบ 29 ปี ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์หลัก P.O.W.E.R. ปักธงสู่ Tech Retailer เป็นมากกว่าการขายเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่มุ่งนำเสนอโซลูชันด้านเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์อัจฉริยะ ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคยุคดิจิทัลในทุกมิติของชีวิต
1 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy