แชร์

เมย์แบงก์ประเมินตลาดมีโอกาสฟื้น หากปัจจัยเสี่ยงคลี่คลาย แนะทยอยเพิ่ม Risk-on

อัพเดทล่าสุด: 2 เม.ย. 2026
127 ผู้เข้าชม

บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าทิศทางตลาดการเงินโลกเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก จากแนวโน้มที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจคลี่คลาย โดยมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะยุติปฏิบัติการทางทหารภายในช่วง 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาปรับพอร์ตการลงทุนโดยเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยง เพื่อสนับสนุนโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในกรณีที่สถานการณ์ความขัดแย้งยุติลง

นางสาวปัณฑารีย์ เถื่อนถนอม, CFP®, AISA, ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่าย Investment Solutions บล.เมย์แบงก์ ระบุว่า ปัจจัยดังกล่าวถือเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของตลาดการเงินโลก โดยหากสถานการณ์สงครามยุติลง จะช่วยลดแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ หนุนให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลง ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบการเงินเพิ่มขึ้น และสร้างแรงหนุนให้นักลงทุนกลับเข้าสู่โหมด “risk-on” อีกครั้ง

ในมุมมองเชิงภูมิภาค เมย์แบงก์ มองว่าตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับฐานไปก่อนหน้านี้ มีโอกาสฟื้นตัวได้โดดเด่น โดยเฉพาะตลาดอินเดีย ญี่ปุ่น และเวียดนาม ซึ่งปรับตัวลงแรงจากความกังวลด้านสงคราม ขณะที่ sentiment ที่ดีขึ้นจะช่วยดึงดูดเงินทุนไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เมย์แบงก์ แนะนำให้นักลงทุน “ปรับพอร์ตเชิงรุก” เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาด โดยแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่ ฝั่ง Take Profit แนะนำทยอยลดน้ำหนักในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ในช่วงความขัดแย้ง เช่น กลุ่ม Defense & Space กลุ่มพลังงาน และกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีการปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้าแล้ว อาทิ หุ้น: STEG19 (ST Engineering), OIL03, PETROCN80 (PetroChina), BYDCOM80, CATL80 และ  กองทุน: DAOL-DEFENSE, K-OIL, KF-OIL, KT-ENERGY

ขณะที่ฝั่ง Buy แนะนำเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากสงครามและมีโอกาสฟื้นตัวเด่น ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยวที่ได้อานิสงส์จากการเดินทางกลับมาคึกคัก อาทิ หุ้น: TRIPCOM80 (Trip.com),  BKNG80 (Booking Holdings), กองทุน: SCBTRAVEL(A) และกลุ่มเทคโนโลยีที่ยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง อาทิ NVDA80 (Nvidia) MSFT80 (Microsoft), BIDU80 (Baidu), กองทุน: ES-GTECH, MEGA10AICHINA-A และกลุ่มทองคำและแร่หายากที่ยังคงมีบทบาทในพอร์ตการลงทุนระยะยาว อาทิ GOLDUS19, ZIJIN80 (Zijin Mining), NEM06 (Newmont), กองทุน: DAOL-GOLD, UOBSG-H, DAOL-RARE

เมย์แบงก์ เน้นย้ำว่า แม้ภาพรวมตลาดเริ่มมีสัญญาณเชิงบวก แต่สถานการณ์ยังอยู่ในช่วงของการเจรจาและต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การปรับพอร์ตลงทุนให้สอดรับกับทิศทาง “post-conflict recovery” จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลตอบแทนในระยะถัดไป

หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน


บทความที่เกี่ยวข้อง
NCL เพิ่มทุนขาย PP สำเร็จ จัดสรรหุ้นที่เหลือ 100 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 0.32 บาท ผ่านฉลุย
NCL เพิ่มทุนขายให้บุคคลในวงจำกัดหรือ PP เสร็จสมบูรณ์ ล่าสุดเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนที่เหลือ 100 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 0.32 บาท ให้กับบุคคลในวงจำกัดผ่านฉลุย จากก่อนหน้านี้จัดสรรไปแล้ว 66 ล้านหุ้น
22 ก.ย. 2025
ตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ชี้เฟดไม่รีบลดดอกเบี้ย ส่วนจีนยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะอุปทานส่วนเกิน ขณะที่เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 โต 2.5% เพิ่มมุมมองเชิงบวกปี 2569
สหรัฐฯ: ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนมกราคมดีกว่าที่ตลาดคาด สะท้อนว่าเฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในระยะอันใกล้นี้ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดแรงงานมีทิศทางชะลอตัวสะท้อนจากอัตราส่วนตำแหน่งงานว่างต่อจำนวน
17 ก.พ. 2026
ทีทีบี ชวนเข้าใจบัญชีม้า 5 สี พร้อมข้อควรระวัง และบทลงโทษที่ไม่ควรมองข้าม
ในยุคที่ธุรกรรมทางการเงินดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและเชื่อมต่อกันมากขึ้น เพียงแค่ปลายนิ้วก็โอน หรือ รับเงินได้ทันที แต่ความสะดวกสบายนี้ก็มาพร้อม “ความเสี่ยง” โดยเฉพาะภัยใกล้ตัว เช่น บัญชีม้า ที่มิจฉาชีพใช้เป็นเส้นทางรับ–ส่งเงินจากการหลอกลวงต่าง ๆ
24 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy