แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30-33.00 จับตาภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อสหรัฐฯ

อัพเดทล่าสุด: 7 เม.ย. 2026
332 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-33.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.60 ต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.48-33.00 โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับยูโรและเยน โดยตลาดอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนสูงและถูกแรงขับเคลื่อนจากถ้อยแถลงของปธน.ทรัมป์ซึ่งทำลายความหวังของนักลงทุนต่อการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางในเร็ววัน โดยผู้นำสหรัฐฯกล่าวกับประชาชนชาวอเมริกันว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่เขาระบุเช่นกันว่าปฏิบัติการทางทหารหลักของสหรัฐฯใกล้จะเสร็จสิ้น สอดคล้องกับสัญญาณก่อนหน้านี้ว่าความขัดแย้งอาจยุติลงไม่ว่าจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้หรือไม่ ในภาพรวมตลาดยังคงกังวลว่าสถานการณ์อาจทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ ซึ่งจะเพิ่มความปั่นป่วนต่ออุปทานพลังงานและทิศทางเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 711 ล้านบาท และ 10,747 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยชี้นำหลักสำหรับตลาดการเงินโลก ขณะที่นักลงทุนนับถอยหลังสู่เส้นตายที่สหรัฐฯกำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือขนส่งสินค้าสามารถผ่านได้ มิเช่นนั้นอิหร่านจะเผชิญกับการโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพาน อิหร่านปฏิเสธการหยุดยิงและกล่าวว่าจำเป็นต้องยุติสงครามอย่างถาวร อย่างไรก็ดี ความหวังเรื่องข้อตกลงหรือความคืบหน้าอาจช่วยชะลอการซื้อดอลลาร์ได้บ้าง แต่ตราบใดที่ยังไม่มีแผนที่ชัดเจนในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและการแก้ไขข้อจำกัดด้านอุปทานพลังงาน เรายังคงกังวลว่าสกุลเงินเอเชียจะอ่อนค่าต่อไป นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมี.ค.ของสหรัฐฯเพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ย หลังตัวเลขจ้างงานสดใสเกินคาด

ผู้ว่าการธปท.ประเมินว่าจะไม่มีการปรับนโยบายการเงินอย่างรุนแรง โดยระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยแทบไม่ช่วยแก้ไขปัญหาด้านอุปทานอีกทั้งมีความเสี่ยงที่จะบั่นทอนอุปสงค์ในระบบเศรษฐกิจ พร้อมระบุว่าธปท.จะติดตามผลกระทบของสงครามต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด และจะประเมินความจำเป็นของการดำเนินนโยบายเพิ่มเติมหากเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง โดยภายใต้กรณีฐานของธปท. เงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้นสู่ระดับราว 3% ในปีนี้ ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจอาจลดลงราว 0.5-0.7% จากประมาณการเดิมที่ 1.9%


บทความที่เกี่ยวข้อง
แนวคิด MOTOR EXPO 2026 “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์”
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เผยว่า แนวคิดของการจัดงานปีนี้ ต้องการสื่อถึงงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่รวบรวมรถยนต์ทุกประเภท
23 ม.ค. 2026
ฟอลคอนประกันภัย และพนักงาน ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เร่งส่งมอบความช่วยเหลือดูแลกลุ่มเปราะบางที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ
บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) และพนักงาน เร่งส่งมอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ครัวเรือนที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัด
5 พ.ย. 2025
บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ร่วมยกระดับวงการโลจิสติกส์ของไทย  นำรถบรรทุกไฟฟ้าล้วน EV สองขนาดทั้ง BYD T35 และ BYD Q3 เข้าร่วมงาน TILOG 2026
บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่เพื่อการพาณิชย์ บีวายดี อย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ พร้อมเสนอทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่า
20 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy