แชร์

ค้าปลีกไทยสู่ขยะเป็นศูนย์ได้จริงหรือ? กับการพิสูจน์ว่าธุรกิจที่ดี ต้องขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน

อัพเดทล่าสุด: 9 เม.ย. 2026
50 ผู้เข้าชม

หลายคนอาจเคยมองว่า ESG เป็นเพียงเรื่องของการรายงาน ภาพลักษณ์ หรือกิจกรรม CSR ที่ทำแล้วจบไป แต่ในความเป็นจริง ESG คือกรอบการดำเนินธุรกิจที่ตั้งอยู่บนคำถามสำคัญว่า “องค์กรของเราดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องหรือไม่” ธุรกิจไม่ได้เติบโตอย่างโดดเดี่ยว หากแต่ขับเคลื่อนด้วยความไว้วางใจของผู้ถือหุ้น แรงของพนักงาน ความร่วมมือจากคู่ค้า พันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนความสัมพันธ์กับชุมชน และทรัพยากรจากสิ่งแวดล้อม เมื่อทุกองค์ประกอบนี้ได้รับการดูแลอย่างสมดุล ESG จึงไม่ใช่เพียง “ความรับผิดชอบ” แต่คือรากฐานของการเติบโตอย่างมั่นคงและการลดความเสี่ยงขององค์กรในระยะยาว ในเวที World Economic Forum ปี 2026 ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่อาจแยกออกจากความยั่งยืนอีกต่อไป ทั้งสองต้องดำเนินไปพร้อมกันในฐานะกลไกเดียวกันของธุรกิจยุคใหม่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “จะทำ ESG หรือไม่” แต่คือ “จะผนวก ESG เข้ากับการดำเนินธุรกิจจริงได้อย่างไร”

CP AXTRA: เมื่อ ESG เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนธุรกิจในทุกวัน

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกภายใต้แบรนด์แม็คโครและโลตัส เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนการนำ ESG มาผสานเข้ากับโมเดลธุรกิจอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การประกาศเจตนารมณ์ แต่คือการลงมือทำให้เป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจ ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ต้นน้ำ: ป้องกันไม่ให้ขยะเกิดขึ้นตั้งแต่แรก และลดต้นทุนที่ซ่อนอยู่
แทนที่จะรอจัดการขยะที่ปลายทาง ซีพี แอ็กซ์ตร้า เริ่มต้นที่การออกแบบ โดยมองว่าสินค้าที่สูญเสียก่อนถึงมือลูกค้า ไม่ใช่แค่ “ขยะ” แต่คือต้นทุนที่ไม่สร้างมูลค่า จึงร่วมมือกับผู้ผลิตเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยืดอายุสินค้า พร้อมนำระบบ Demand Forecast มาคาดการณ์ความต้องการสั่งสินค้าในแต่ละสาขา อย่างแม่นยำ ลดการสต็อกเกินความจำเป็น ควบคู่กับระบบควบคุมอุณหภูมิและการแพคสินค้าที่รักษาคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผลลัพธ์คือการลดของเสีย ควบคุมต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพของ Supply Chain ซึ่งสะท้อนโดยตรงต่อผลประกอบการในระยะสั้นและระยะยาว และท้ายที่สุดก็คือผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นนั่นเอง

กลางน้ำ: เปลี่ยนของที่ “เหลือ” ให้กลับมามีคุณค่า
การใช้ระบบลดราคาป้ายเหลืองเพื่อช่วยเร่งการขาย และลดโอกาสเกิดขยะอาหารในสาขา ควบคู่ไปกับการจัดการอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดี ที่เหลือจากการจำหน่ายในแต่ละวัน ให้เป็นประโยชน์กับชุมชน โดยในช่วงบ่ายของทุกวัน อาหารส่วนเกินจะถูกคัดกรองคุณภาพอย่างละเอียด เพื่อส่งต่อผ่านโครงการ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพในสังคม

ปลายน้ำ: ขยะทุกชิ้นมีปลายทางที่มีคุณค่า ไม่ใช่หลุมฝังกลบ
ภายใต้โครงการ “ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน” บริษัทตั้งเป้าให้ของเสียทุกประเภทถูกจัดการอย่างเป็นระบบ โดยไม่จบที่หลุมฝังกลบ วัสดุรีไซเคิลได้ เช่น พลาสติกและลังกระดาษ ถูกนำกลับมาแปรรูปเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ใหม่ เช่น ถุงขยะจากพลาสติกรีไซเคิล และกล่องพัสดุ ด้านขวดพลาสติกถูกพัฒนาเป็นเสื้อนักเรียนส่งต่อให้เด็กที่ขาดแคลนปีละกว่า 10,000 คน ส่วนขยะอาหารถูกนำไปใช้เลี้ยงสัตว์และต่อยอดด้วยนวัตกรรมแมลงโปรตีน BSF (Black Soldier Fly) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่วนขณะที่ขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง RDF สำหรับภาคอุตสาหกรรม

ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังทุกโครงการของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า คือการมองผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเป็นหุ้นส่วนของการเติบโต เมื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมได้รับการดูแล นั่นคือ ความไว้วางใจจากทุกฝ่าย ที่เป็นรากฐานให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยาวนาน ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมา ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้บริหารจัดการของเสียอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่ ทำให้สามารถลดปริมาณขยะที่นำไปฝังกลบได้กว่า 31,700 ตัน อีกทั้งยังสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนจากอาหารส่วนเกินและวัสดุรีไซเคิล คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในการสนับสนุนเกษตรกรและชุมชน กว่า 65 ล้านบาท ทั้งหมดนี้คือการสร้าง Circular Economy อย่างแท้จริง โดยซีพี แอ็กซ์ตร้า ตั้งเป้าที่จะบรรลุ Zero Waste to Landfill ภายในปี 2030

สิ่งที่ทำให้แนวทางของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า โดดเด่น ไม่ใช่เพียงการดำเนินโครงการ แต่คือผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้และได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งคะแนน S&P Global CSA ที่ 88/100 อยู่ใน Top 5% ของโลกในกลุ่ม Food & Staples Retailing และ SET ESG Ratings ระดับ AAA ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ESG จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมสร้างภาพลักษณ์องค์กร แต่คือเนื้อเดียวกับการดำเนินธุรกิจในทุกวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมดูแลทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และความไว้วางใจนั่นเอง คือรากฐานของการเติบโตที่ยั่งยืน และหัวใจของธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล “Best ESG Policy and Framework” จากเวที International Finance Awards 2025 ตอกย้ำมาตรฐานนโยบาย ESG ที่แข็งแกร่ง โปร่งใส และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำบริษัทประกันชีวิตไทยที่โดดเด่นด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล
18 ก.พ. 2026
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จับรางวัลลูกค้าผู้โชคดีในแคมเปญ ฉลองครบรอบ 28 ปี กรุงไทย-แอกซ่า แจกใหญ่ แจกเต็ม ครั้งที่ 2
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด จับรายชื่อลูกค้าผู้โชคดี ภายใต้แคมเปญพิเศษ ฉลองครบรอบ 28 ปี กรุงไทย-แอกซ่า แจกใหญ่ แจกเต็ม ครั้งที่ 2
11 พ.ย. 2025
อีซูซุพร้อมเคียงข้างไทยในวิกฤตพลังงาน ประกาศสนับสนุนนโยบายรัฐหากมีความจำเป็นในการปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซล
มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ภายใต้สถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน ส่งผลกระทบต่อภาคการขนส่งและค่าครองชีพของประชาชน
6 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy