แชร์

กลุ่ม KTIS ปิดหีบอ้อยปี 68/69 ได้น้ำตาล 8.3 ล้านกระสอบ มากกว่าปีก่อนถึง 23.9% มั่นใจผลการดำเนินงานปี 69 เติบโต จากรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นทั้งสายธุรกิจน้ำตาลและธุรกิจชีวภาพ

อัพเดทล่าสุด: 17 เม.ย. 2026
99 ผู้เข้าชม

กลุ่ม KTIS เผยปริมาณผลผลิตอ้อยและน้ำตาลฤดูการผลิตปี 2568/2569 ได้อ้อยเข้าหีบตามเป้าที่ 7.5 ล้านตัน สูงกว่าปีก่อนที่มีอ้อย 6.4 ล้านตัน ด้านปริมาณน้ำตาลเติบโตสูงจากคุณภาพอ้อยและการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร ส่งผลให้ได้น้ำตาล 8.3 ล้านกระสอบ สูงกว่าปีก่อนถึง 23.9% ผู้บริหารเผยปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้นถึง 1.1 ล้านตัน ทำให้มีชานอ้อยส่งเข้าสู่โรงงานต่อเนื่องในสายธุรกิจชีวภาพมากขึ้น ทั้งโรงงานผลิตเยื่อกระดาษชานอ้อย โรงผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล และบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากเยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100% เมื่อประกอบกับรายได้สายธุรกิจน้ำตาลที่จะเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำตาลที่มากขึ้น จึงมั่นใจว่าผลการดำเนินงานปี 2569 จะเติบโตกว่าปี 2568 อย่างมีนัยสำคัญ

นายสมชาย สุวจิตตานนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจน้ำตาล กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน เปิดเผยปริมาณผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายหลังการปิดหีบอ้อยในฤดูการผลิตปี 2568/2569 ว่า มีปริมาณอ้อยเข้าหีบรวม 3 โรงงานจำนวน 7.5 ล้านตัน มากกว่าปีก่อนที่ได้อ้อยรวม 6.4 ล้านตัน และผลิตเป็นน้ำตาลทรายได้ 8.3 ล้านกระสอบ สูงกว่าปีก่อนที่ได้น้ำตาลทราย 6.7 ล้านกระสอบ ซึ่งเป็นปริมาณน้ำตาลทรายที่เพิ่มขึ้นถึง 23.9%

“ปริมาณน้ำตาลทรายที่เพิ่มขึ้นมาก จะทำให้มีรายได้จากสายธุรกิจน้ำตาลเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้น เมื่อเข้าหีบแล้วจะได้ชานอ้อยที่เป็นวัตถุดิบของสายธุรกิจชีวภาพมากขึ้น ทั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล การผลิตเยื่อกระดาษชานอ้อย และบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากเยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100% ดังนั้น รายได้จากสายธุรกิจชีวภาพก็จะมากกว่าปีก่อนด้วย จึงมั่นใจว่า ในปี 2569 นี้ ผลประกอบการจะดีขึ้นกว่าปี 2568 อย่างมีนัยสำคัญ” นายสมชายกล่าว

นอกเหนือจากปริมาณอ้อยและน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นแล้ว กลยุทธ์สำคัญที่กลุ่ม KTIS นำมาใช้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้คือการปรับปรุงกระบวนการผลิตภายในโรงงานน้ำตาลและโรงงานต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นไปที่การลดการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูง การนำระบบ

อัตโนมัติเข้ามาควบคุมการหีบอ้อยเพื่อให้ได้น้ำอ้อยสูงสุด และการปรับปรุงหม้อต้ม (Boiler) ให้สามารถดึงความร้อนกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและไอน้ำในกระบวนการผลิตน้ำตาลไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน (OPEX) แต่ยังลดการใช้ชานอ้อยที่จะนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิง และสามารถนำชานอ้อยนั้นไปผลิตเป็นเยื่อกระดาษและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

สำหรับสายธุรกิจเอทานอล ได้รับผลดีจากการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนการใช้เอทานอลเพื่อลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่กลั่นจากน้ำมันดิบที่มีปัญหาการนำเข้าเนื่องจากวิกฤติในช่องแคบฮอร์มุซ และคาดการณ์ว่า การส่งเสริมสนับสนุนการใช้เอทานอลนี้จะต่อเนื่องไปในระยะยาว ทำให้ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลของกลุ่ม KTIS ในปี 2569 นี้มีแนวโน้มที่ดีด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าดูแลลูกค้า ลดดอกเบี้ยเงินกู้ หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว มีผล 2 มี.ค. 2569
นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากผลการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ
27 ก.พ. 2026
ทีเส็บ เปิดตัวแคมเปญ “ไมซ์อวดดิ๊ … ไมซ์ไทย ภูมิใจที่ได้อวด” ชวนชาวไมซ์โชว์ศักยภาพ ไปกับแพลตฟอร์มเรื่องราวดี ๆ “ไมซ์มงคล” ยกระดับห่วงโซ่ไมซ์ไทยโชว์โลก
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดตัว Digital Showcase Campaign “ไมซ์อวดดิ๊ … ไมซ์ไทย ภูมิใจที่ได้อวด”
1 ธ.ค. 2025
ทิพยประกันภัย คว้ารางวัล บริษัทที่มีบริการยอดเยี่ยมด้านประกันวินาศภัย จากงาน Money & Banking Awards 2025
ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
17 ก.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy