แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.00-32.70 จับตาประชุมธนาคารกลางหลัก

อัพเดทล่าสุด: 27 เม.ย. 2026
393 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.44 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 31.99-32.51 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯที่ปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงครอบงำบรรยากาศการลงทุน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ขยายเวลาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านแต่ระบุว่าเขาไม่เร่งรีบที่จะยุติสงครามและได้สั่งโจมตีเรือของอิหร่านที่กำลังวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกันรายงานที่ว่าอิหร่านกำลังเพิ่มการวางทุ่นระเบิดได้ยกระดับความเสี่ยงในตลาดอีกทางหนึ่ง โดยแม้ว่าการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนจะถูกขยายออกไปอีกสามสัปดาห์ แต่อิหร่านดูเหมือนจะยังปฏิเสธการเจรจาสันติภาพเพิ่มเติมกับสหรัฐฯในระยะนี้ ทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 7,159 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 4,257 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดว่า ธนาคารกลางรายใหญ่สี่แห่งจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะทดสอบความอดทนของผู้ดำเนินนโยบายการเงิน นำโดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ขณะตลาดคาดว่าภาพดังกล่าวอาจเปลี่ยนไปในการประชุมรอบถัดไปในเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ดี ในกรณีของญี่ปุ่นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังคงติดลบอย่างมีนัยสำคัญเพิ่มความเสี่ยงที่ว่าโทนการสื่อสารของบีโอเจอาจกระตุ้นแรงขายเงินเยนรอบใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นต้องเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินในที่สุด

สำหรับปัจจัยในประเทศ กรุงศรีคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.00% ในวันที่ 29 เมษายน แม้แรงกดดันจากเงินเฟ้อด้านต้นทุนเป็นขาขึ้น แต่การประคองเศรษฐกิจยังจำเป็น ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบภาคการผลิต การท่องเที่ยว และกำลังซื้อของครัวเรือน ทางด้าน Moody’s ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยขึ้นเป็นมีเสถียรภาพ (Stable) จากเชิงลบ (Negative) และคงอันดับเครดิตประเทศที่ Baa1 โดยอ้างถึงความเสี่ยงจากภาษีการค้าลดลงและการลงทุนเริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างยังเป็นปัจจัยกดดันแนวโน้มในระยะกลาง


บทความที่เกี่ยวข้อง
กทพ. แจ้งปิดเบี่ยงการจราจรบนทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์)  ตั้งแต่วันที่ 12 – 29 ม.ค. 2569 ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อดำเนินงานปรับปรุงรอยต่อผิวจราจรทางพิเศษ
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ได้ว่าจ้าง กิจการร่วมค้า DW เพื่อดำเนินงานปรับปรุงรอยต่อผิวจราจรทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์)
10 ม.ค. 2026
กรุงเทพประกันชีวิต ผนึก ธนาคารกรุงเทพ จัดงาน “Road to the Leader 2026” มอบรางวัล  แห่งความสำเร็จ พร้อมเปิดตัว “Top Star Award” มุ่งสู่การเป็นที่ปรึกษาการเงินและชีวิต
บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดงานมอบรางวัล “Road to the Leader 2026”
17 เม.ย. 2026
“เบเยอร์” ปฏิวัติอุตสาหกรรมสีสู่ ‘วัสดุปกป้องโครงสร้างระดับนาโน’ คว้ารางวัล ASA Platform Selected 2026 : Smart Innovation ตอกย้ำผู้นำ Coating Technology ตัวจริง
กรุงเทพฯ – บริษัท สีเบเยอร์ จำกัด เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมสี ด้วยการยกระดับ “Coating” จากเพียงวัสดุตกแต่งพื้นผิว สู่ “วัสดุขั้นสูงเพื่อปกป้องโครงสร้าง” (Advanced Coating Material)
5 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy