Royal Enfield เดินหน้าสร้างการเติบโตสู่ปีแห่งประวัติศาสตร์ ทำยอดขายสูงสุดทะลุ 1.2 ล้านคันทั่วโลก พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งในเอเชียแปซิฟิก

27 เมษายน 2569 – Royal Enfield ผู้นำระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (Mid-size Motorcycle Segment) สร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ด้วยยอดขายรวมทั่วโลก สูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 1.2 ล้านคัน ในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 พร้อมทำสถิติ ยอดขายทะลุ 1 ล้านคันต่อปีเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
ในขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ โดยสามารถทำอัตราการเติบโตได้ถึง 8% และนับเป็นหนึ่งในปีที่แข็งแกร่งที่สุดของภูมิภาค
ด้านตลาดต่างประเทศ Royal Enfield เติบโตอย่างโดดเด่น 23% ด้วยยอดรวม 131,316 คัน โดยมีแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในอินเดียและตลาดโลก ควบคู่กับไลน์อัพรถจักรยานยนต์ที่แข็งแกร่งและหลากหลาย รวมถึง ecosystem ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ขับขี่อย่างรอบด้าน

เดินหน้าปีที่ 125 ด้วยการเติบโตที่มีความหมาย
คุณ มาโนช กาจาร์ลาวาร์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โรยัล เอ็นฟิลด์ (Mr. Manoj Gajarlawar, Business Head for Asia Pacific markets - Royal Enfield) กล่าวว่า
“Royal Enfield ยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานของตัวเองในทุก ๆ ปี และในปีนี้ เราสามารถสร้างยอดขายมากกว่า 1 ล้านคันได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน พร้อมทำสถิติใหม่ที่กว่า 1.2 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเรา ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เราเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 8% และยิ่งมีความหมายมากขึ้นในปีที่เราฉลองครบรอบ 125 ปีของ ‘Pure Motorcycling’
เรายังคงให้ความสำคัญกับการขยายการเติบโตในกว่า 14 ประเทศในภูมิภาค ควบคู่กับการสร้างความแข็งแกร่งของคอมมูนิตี้ผู้ขับขี่ ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่แตกต่าง ในปีถัดไป เราจะยังคงนำเสนอรถจักรยานยนต์ระดับโลก และพัฒนาคอมมูนิตี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
ไฮไลต์สำคัญปี 2568–2569
ฉลอง 125 ปีแห่งตำนาน “Pure Motorcycling”
ในโอกาสครบรอบ 125 ปี Royal Enfield ได้ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญนี้ในงาน EICMA 2025 พร้อมนำเสนอไลน์อัพใหม่ที่ผสานเอกลักษณ์ความคลาสสิกเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Classic 650 รุ่นพิเศษครบรอบ 125 ปี, Himalayan Mana Black Edition ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทาง และ Bullet 650 ที่ปลุกตำนานไอคอนให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ขยายตลาดใหม่ รับดีมานด์ที่เติบโต
เพื่อรองรับการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Royal Enfield ยังได้ประกาศขยายตลาดเข้าสู่ฮ่องกงและไต้หวัน โดยเปิดโชว์รูมแฟลกชิปในย่าน Chai Wan ของฮ่องกง และเปิดโชว์รูมแห่งแรกในเมือง Hsinchu ของไต้หวัน ผ่านความร่วมมือกับ Taikoo Motors ในฐานะผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
เสริมทีมผู้นำระดับภูมิภาค
ในด้านการบริหารองค์กร บริษัทได้แต่งตั้ง คุณ มาโนช กาจาร์ลาวาร์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โรยัล เอ็นฟิลด์ (Mr. Manoj Gajarlawar, Business Head for Asia Pacific markets - Royal Enfield) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดโลก
กวาดรางวัลในหลายประเทศ
Royal Enfield ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ผ่านรางวัลสำคัญในหลายประเทศ โดยในประเทศไทย Super Meteor 650 คว้ารางวัล Best Cruiser in Middle Weight จากงาน Thailand Bike of the Year 2026 ขณะที่ในมาเลเซีย Guerrilla 450 ได้รับรางวัล Best Modern Classic Bike of the Year และในรัสเซีย รถ Custom “Cor Ferro” ซึ่งพัฒนาจาก Super Meteor 650 สามารถคว้ารางวัลอันดับ 1 ในกลุ่ม Metric category และอันดับ 2 ในกลุ่ม Freestyle
Custom Builds สะท้อนตัวตนแบรนด์
ในด้านงานคัสตอม Royal Enfield ได้เปิดตัวผลงานที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น “VITA” และ “Carolina Reaper” ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึง “Urban Striker” ในประเทศไทย ซึ่งสร้างขึ้นบน Guerrilla 450 Apex โดย Apollo Garage
ขยายธุรกิจ Rental & Touring อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ Royal Enfield ยังเดินหน้าขยายธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและการเช่ารถ โดยมีรถมากกว่า 400 คันให้บริการผ่านผู้ประกอบการในหลายประเทศ เช่น ไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย กัมพูชา และมองโกเลีย ซึ่งมีการเลือกใช้รถในกลุ่ม 350cc, 450cc และ 650cc ให้เหมาะสมกับภูมิประเทศที่หลากหลาย
ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าระยะยาว
ในด้านประสบการณ์การเป็นเจ้าของ Royal Enfield ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนา aftersales อย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมระดับภูมิภาคในประเทศไทย เพื่อยกระดับทักษะของช่างเทคนิค และเสริมความสามารถด้านการวิเคราะห์และการวินิจฉัยในระดับสากล
สร้างวัฒนธรรมการขับขี่ผ่าน Community
ขณะเดียวกัน Royal Enfield ยังคงเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีคอมมูนิตี้มากกว่า 100 กลุ่ม และมีผู้ขับขี่กว่า 15,000 คนเข้าร่วมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น Tour of Thailand, Tour of Tasmania และ Coastal Trails รวมถึงการจัดกิจกรรม “Ride & Camp” เป็นครั้งแรกในมาเลเซีย และการสร้างสถิติการรวมตัวของผู้ขับขี่กว่า 800 คนที่ Sepang Circuit
#RoyalEnfield #RoyalEnfieldThailand #PureMotorcycling #RidePure #RideMore
เกี่ยวกับ Royal Enfield
Royal Enfield คือแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่มีการผลิตต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1901 จากจุดเริ่มต้นในสหราชอาณาจักร บริษัทได้ขยายฐานการผลิตมายังเมือง Madras ประเทศอินเดีย ในปี 1955 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางของอินเดีย Royal Enfield โดดเด่นด้วยแนวคิด “Pure Motorcycling” ที่เน้นความเรียบง่าย เข้าถึงง่าย และมอบความสนุกในการขับขี่ เป็นยานพาหนะสำหรับการสำรวจโลกและการแสดงตัวตน ไลน์อัพปัจจุบันประกอบด้วย Bear 650, Classic 650, Bullet 650, Guerrilla 450, Hunter 350, Meteor 350, Super Meteor 650, Interceptor 650, Continental GT 650, Shotgun 650, Himalayan 450, Scram 440 ADV Crossover, Bullet 350, Classic 350 และ Goan Classic 350 ล่าสุด Royal Enfield ยังได้เปิดตัวแบรนด์รถไฟฟ้า “Flying Flea” ซึ่งนำเสนอแนวคิดใหม่ของการเดินทางในเมือง ด้วยการผสานดีไซน์คลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่
Royal Enfield สร้างคอมมูนิตี้ผู้ขับขี่ผ่านกิจกรรมระดับโลก เช่น Motoverse (เดิม Rider Mania) และ Himalayan Odyssey บริษัทเป็นส่วนหนึ่งของ Eicher Motors Limited และมีเครือข่ายร้านค้ากว่า 2,074 แห่งในอินเดีย และกว่า 1,212 แห่งในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก Royal Enfield มีศูนย์เทคนิคระดับโลก 2 แห่งในสหราชอาณาจักรและอินเดีย และมีโรงงานผลิต 3 แห่งใกล้เมือง Chennai รวมถึงโรงงานประกอบ CKD ในหลายประเทศ เช่น บังกลาเทศ เนปาล บราซิล (2 แห่ง) ไทย อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย



