แชร์

Krungthai CIO จับตาประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น-ไทย ชี้ชะตาสภาพคล่องโลก แนะคัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพ รับจังหวะความตึงเครียดคลี่คลาย

อัพเดทล่าสุด: 28 เม.ย. 2026
378 ผู้เข้าชม

Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกเชิงบวก  หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายชั่วคราว ส่งผลตลาดหุ้นหลายแห่งทำจุดสูงสุดใหม่ ชี้ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นความเสี่ยงกลับมากดดันตลาดได้ทุกเมื่อ แนะลงทุนแบบ Selective ทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ ในจังหวะตลาดปรับฐาน จับตาการประชุมธนาคารกลางหลายแห่งกำหนดทิศทางสภาพคล่องในระยะถัดไป

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 27–30 เมษายน 2569 ว่า แม้ตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลกจะปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ (All-time High) จากการขยายระยะเวลาหยุดยิงในตะวันออกกลางออกไปอย่างไม่มีกำหนดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด Krungthai CIO จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบคัดเลือกสินทรัพย์ (Selective) มากกว่าการให้น้ำหนักตลาดในภาพรวม เนื่องจากสถานการณ์อาจกลับมาตึงเครียดได้ หากการเจรจาสันติภาพไม่มีความคืบหน้า โดยคงสัดส่วนการลงทุนหลัก (Stay Invested) ในกลุ่มที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ควบคู่การกระจายความเสี่ยง (Diversification) และหาจังหวะสะสมเมื่อราคาปรับฐาน (Buy on Dip) พร้อมพิจารณาทยอยขายทำกำไรบางส่วนเพื่อเพิ่มส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety) ให้กับพอร์ตการลงทุน

สัปดาห์นี้ Krungthai CIO ให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีปัจจัยสนับสนุนชัดเจน ได้แก่ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (Power Bottleneck / Renewables) ซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามความต้องการของ AI Ecosystem รวมถึงหุ้นกลุ่มคุณภาพ (Quality Growth) ที่มีกระแสเงินสดมั่นคง นอกจากนี้ให้น้ำหนักตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ได้รับอานิสงส์จากความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัว และหุ้นจีนฝั่ง A-Share เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง พร้อมแนะนำการลงทุนใน REITs ไทยและสิงคโปร์ ซึ่งให้กระแสรายได้สม่ำเสมอ และแนะนำถือครองทองคำในสัดส่วนร้อยละ 5-10 ของพอร์ต เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในตลาดโลก

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สุดที่นักลงทุนต้องติดตามคือ ผลการประชุมของ 3 ธนาคารกลางหลัก ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งการส่งสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อสภาพคล่องของตลาดโลกในระยะถัดไป ควบคู่ไปกับการติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และความคืบหน้าของการเปิดเส้นทางขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงและภาพรวมเศรษฐกิจโลก

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดทิศทางตลาด Property Management ปี 69  ชู ‘คุณภาพ’ บริการครบวงจร รับดีมานด์ผู้อยู่อาศัยยุคใหม่
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าต่อยอดบทบาทผู้นำบริการ Property Management อันดับ 1 เผยทิศทางตลาด แนวทางการบริหารและปรับตัวของวงการ Property Management ไทย ให้สอดรับกับกระแสของผู้บริโภคในปี 2569
15 ม.ค. 2026
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า จัดเต็มความมันส์กับ Honda Megafesto 2026 ปล่อยไลน์อัปแห่งการผจญภัย New Honda GB350C, New Honda 500 Series E-CLUTCH, New Honda ADV160 และ New Honda CT125 เฉดสีใหม่
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ความมันส์ครั้งใหญ่กับงาน Honda Megafesto 2026 เมก้าเฟสติวัลประจำปี
9 ก.พ. 2026
พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ครบรอบ 30 ปี ผนึกรากฐาน 177 ปีระดับโลก ก้าวสู่ ‘AI-First Organization’ นำการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ส่งต่อโลกยั่งยืนแก่คนรุ่นต่อไป
บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ฉลองวาระครบรอบ 30 ปี สะท้อนเส้นทางแห่งความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ
5 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy