แชร์

Krungthai CIO จับตาประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น-ไทย ชี้ชะตาสภาพคล่องโลก แนะคัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพ รับจังหวะความตึงเครียดคลี่คลาย

อัพเดทล่าสุด: 28 เม.ย. 2026
296 ผู้เข้าชม

Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกเชิงบวก  หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายชั่วคราว ส่งผลตลาดหุ้นหลายแห่งทำจุดสูงสุดใหม่ ชี้ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นความเสี่ยงกลับมากดดันตลาดได้ทุกเมื่อ แนะลงทุนแบบ Selective ทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ ในจังหวะตลาดปรับฐาน จับตาการประชุมธนาคารกลางหลายแห่งกำหนดทิศทางสภาพคล่องในระยะถัดไป

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 27–30 เมษายน 2569 ว่า แม้ตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลกจะปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ (All-time High) จากการขยายระยะเวลาหยุดยิงในตะวันออกกลางออกไปอย่างไม่มีกำหนดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด Krungthai CIO จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบคัดเลือกสินทรัพย์ (Selective) มากกว่าการให้น้ำหนักตลาดในภาพรวม เนื่องจากสถานการณ์อาจกลับมาตึงเครียดได้ หากการเจรจาสันติภาพไม่มีความคืบหน้า โดยคงสัดส่วนการลงทุนหลัก (Stay Invested) ในกลุ่มที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ควบคู่การกระจายความเสี่ยง (Diversification) และหาจังหวะสะสมเมื่อราคาปรับฐาน (Buy on Dip) พร้อมพิจารณาทยอยขายทำกำไรบางส่วนเพื่อเพิ่มส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety) ให้กับพอร์ตการลงทุน

สัปดาห์นี้ Krungthai CIO ให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีปัจจัยสนับสนุนชัดเจน ได้แก่ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (Power Bottleneck / Renewables) ซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามความต้องการของ AI Ecosystem รวมถึงหุ้นกลุ่มคุณภาพ (Quality Growth) ที่มีกระแสเงินสดมั่นคง นอกจากนี้ให้น้ำหนักตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ได้รับอานิสงส์จากความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัว และหุ้นจีนฝั่ง A-Share เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง พร้อมแนะนำการลงทุนใน REITs ไทยและสิงคโปร์ ซึ่งให้กระแสรายได้สม่ำเสมอ และแนะนำถือครองทองคำในสัดส่วนร้อยละ 5-10 ของพอร์ต เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในตลาดโลก

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สุดที่นักลงทุนต้องติดตามคือ ผลการประชุมของ 3 ธนาคารกลางหลัก ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งการส่งสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อสภาพคล่องของตลาดโลกในระยะถัดไป ควบคู่ไปกับการติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และความคืบหน้าของการเปิดเส้นทางขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงและภาพรวมเศรษฐกิจโลก

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 1 ปีหลังภาษีทรัมป์ การค้าโลกไม่เหมือนเดิม
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองนโยบาย “America First Trade Policy” เปลี่ยนทิศทางการค้าสหรัฐฯ และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลกผ่านมาตรการภาษีนำเข้าที่ขยายจากจีนไปยังหลายประเทศ สู่การเก็บภาษีนำเข้ากับนานา
20 ก.พ. 2026
CFARM ต้อนรับ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เยี่ยมชมธุรกิจและแลกเปลี่ยนมุมมองการดำเนินธุรกิจ
คุณมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศิริรักษ์ ขาวไชยมหา รองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชีและการเงิน
17 ต.ค. 2025
CardX ร่วมกับ GO Hotel ชวนเที่ยวไทย มอบสิทธิพิเศษสำหรับ  ผู้ถือบัตรเครดิต CardX และ SCB WEALTH by CardX เมื่อจองห้องพักตรงผ่าน  GO Hotel website (www.letzzzgo.co) รับคะแนนสะสมทุกการใช้จ่าย 1 บาท เท่ากับ 1 Point
CardX ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ร่วมกับ GO Hotel โรงแรมที่ออกแบบในคอนเซปต์ “สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม”
2 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy