แชร์

กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1% ตามคาด โดยมองเงินเฟ้อสูงขึ้นชั่วคราว รอดูความชัดเจนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง

อัพเดทล่าสุด: 30 เม.ย. 2026
122 ผู้เข้าชม

Key Summary

กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1% โดยเป็นระดับที่เหมาะสมในการรับมือผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง เงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นชั่วคราว และจะลดลงกลับเข้ากรอบเป้าหมายในปีหน้า จึงยังไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย SCB EIC มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยไปอีก 1 – 2 ไตรมาส รอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงคราม
 
กนง. มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ด้วยเสียง 6:0 โดยมองว่าเป็นระดับที่เหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ภายใต้ความไม่แน่นอนสูง ขณะที่เงินเฟ้อคาดว่าจะปรับสูงขึ้นเกินกรอบ 1-3% บางไตรมาสในปีนี้จากปัจจัยด้านอุปทาน และจะทยอยลดลงกลับเข้ากรอบในปี 2027 มองไปข้างหน้า กนง. จะติดตามผลกระทบของสงครามต่อพลวัตของเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์ และผลกระทบต่อภาคการผลิตและการจ้างงาน รวมทั้งขนาดของมาตรการภาครัฐที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

เศรษฐกิจไทยจะชะลอลงจากผลกระทบสงคราม แต่อาจมี Upside จากมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมจากภาครัฐ

  • กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2026 จะขยายตัว 1.5%YOY ชะลอลงจากปีก่อนที่ 2.4%YOY (รูปที่ 1) ทั้งนี้หากสงครามไม่ได้เกิดขึ้น กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2.3%YOY
  • กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมี Upside จากมาตรการกระตุ้นภาครัฐเพิ่มเติม หากมีเม็ดเงินใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มอีก 3 แสนล้านบาท อาจเพิ่มการเติบโตของ GDP 0.5 – 0.7%YOY แต่จะมีผลชั่วคราวเฉพาะปีนี้

เงินเฟ้อที่จะสูงขึ้นในปีนี้มาจากปัจจัยอุปทานเป็นหลัก และจะลดลงเข้ากรอบในปีหน้า ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย

  • กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยจะอยู่เหนือกรอบเป้าหมายตั้งแต่ไตรมาส 2 ต่อเนื่องนาน 4 ไตรมาส และจะปรับลดลงในปี 2027 ตามราคาพลังงานโลก (ประเมินค่าเฉลี่ยปี 2026 อยู่ที่ 2.9%)
  • ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อไทยจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จากคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่อยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมายเป็นเวลานาน (de-anchored inflation expectation) มีจำกัด เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีโอกาสเกิด wage-price spiral ต่ำ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย และอุปสงค์ภายในประเทศยังซบเซา

กนง. มองดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% เหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจ การตัดสินใจในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป จะเป็น Data Dependent

  • กนง. มองว่าการคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้เหมาะสม ยังสามารถ Look through เงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นได้ เนื่องจากสาเหตุมาจากด้านอุปทานและมีลักษณะชั่วคราว ภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่นของไทย
    การตัดสินใจขึ้นและลดดอกเบี้ยในขณะนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจไทย
  • การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจซ้ำเติมเศรษฐกิจที่เปราะบาง โดยเฉพาะความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
    การปรับลดดอกเบี้ยท่ามกลางความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลาง
  • กนง. จะยัง Wait-and-see และปรับเปลี่ยนการดำเนินนโยบายตามข้อมูลที่เข้ามาเป็นหลัก (Data dependent) ซึ่งจะทำให้ฉากทัศน์เศรษฐกิจและเงินเฟ้อแตกต่างไป โดยในกรณีเลวร้าย หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อตลอดปี 2026 ประเมินว่า ในปี 2026 GDP ไทยจะขยายตัวต่ำกว่า 1%YOY และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปีจะสูงกว่า 5%

IMPLICATIONS

SCB EIC มองว่า ในระยะต่อไป กนง. จะรอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงคราม โดยมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ในช่วง 1 – 2 ไตรมาสข้างหน้า

  • กนง. ไม่ได้มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อตอบสนองต่อเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากด้านอุปทาน

-แรงกดดันเงินเฟ้อของไทยมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ ผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้นต่อเงินเฟ้ออาจไม่มากเท่าเศรษฐกิจอื่น ๆ เนื่องจาก (1) เงินเฟ้อไทยอยู่ในระดับต่ำก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนอย่างมีนัยสำคัญ (รูปที่ 2) (2) รัฐบาลอุดหนุนราคาพลังงานบางส่วน ช่วยลดทอนผลกระทบเงินเฟ้อได้บ้าง และ (3) ผู้ประกอบการอาจส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ไม่มาก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเปราะบาง อุปสงค์ในประเทศซบเซา

-เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยอยู่ในระดับสูง และ ธปท. มีเครื่องมือในการบริหารจัดการเงินบาทที่อ่อนค่าเร็วได้ ในสถานการณ์เงินทุนไหลออกฉับพลัน

  • กนง. จะไม่เร่งลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อดูแลเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่แน่นอนสูง อาจยังประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อได้ไม่ชัดเจนนัก การเร่งลดดอกเบี้ยในภาวะเช่นนี้อาจลดทอนความเชื่อมั่นต่อกรอบนโยบายการเงินภายใต้เป้าหมายเงินเฟ้อ อีกทั้ง ยังมี Policy space จำกัด
  • ในช่วง 1 – 2 ไตรมาสข้างหน้า กนง. จึงมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบาย แต่หลังจากนั้น กนง. อาจต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม กับความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงหลุดกรอบเป้าหมายยาวนาน
  • มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ และการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs จะมีบทบาทมากขึ้นในการรับมือกับวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ไม่แน่นอนสูง และกนง. ยังรอดูสถานการณ์ Wait-and-see


บทความที่เกี่ยวข้อง
อาคเนย์ประกันชีวิต จัดงาน SE Life Annual Awards 2025 เชิดชูสุดยอดตัวแทนแห่งปี
บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ SE Life หนึ่งในสายธุรกิจหลักของไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงินในเครือทีซีซี จัดงานเชิดชูเกียรติพร้อมมอบรางวัลนักขายประจำปี Annual Awards 2025
23 มี.ค. 2026
CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง
อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP)
24 ก.พ. 2026
เอไอเอ ประเทศไทย รับโล่เกียรติคุณในฐานะผู้ให้การสนับสนุนโครงการ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11
เอไอเอ ประเทศไทย โดย นายสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง (ซ้ายสุด) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) เป็นตัวแทนร่วมรับโล่เกียรติคุณจาก ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล (ที่ 3 จากขวา) คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
23 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy