แชร์

กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1% ตามคาด โดยมองเงินเฟ้อสูงขึ้นชั่วคราว รอดูความชัดเจนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง

อัพเดทล่าสุด: 30 เม.ย. 2026
259 ผู้เข้าชม

Key Summary

กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1% โดยเป็นระดับที่เหมาะสมในการรับมือผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง เงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นชั่วคราว และจะลดลงกลับเข้ากรอบเป้าหมายในปีหน้า จึงยังไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย SCB EIC มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยไปอีก 1 – 2 ไตรมาส รอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงคราม
 
กนง. มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ด้วยเสียง 6:0 โดยมองว่าเป็นระดับที่เหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ภายใต้ความไม่แน่นอนสูง ขณะที่เงินเฟ้อคาดว่าจะปรับสูงขึ้นเกินกรอบ 1-3% บางไตรมาสในปีนี้จากปัจจัยด้านอุปทาน และจะทยอยลดลงกลับเข้ากรอบในปี 2027 มองไปข้างหน้า กนง. จะติดตามผลกระทบของสงครามต่อพลวัตของเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์ และผลกระทบต่อภาคการผลิตและการจ้างงาน รวมทั้งขนาดของมาตรการภาครัฐที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

เศรษฐกิจไทยจะชะลอลงจากผลกระทบสงคราม แต่อาจมี Upside จากมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมจากภาครัฐ

  • กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2026 จะขยายตัว 1.5%YOY ชะลอลงจากปีก่อนที่ 2.4%YOY (รูปที่ 1) ทั้งนี้หากสงครามไม่ได้เกิดขึ้น กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2.3%YOY
  • กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมี Upside จากมาตรการกระตุ้นภาครัฐเพิ่มเติม หากมีเม็ดเงินใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มอีก 3 แสนล้านบาท อาจเพิ่มการเติบโตของ GDP 0.5 – 0.7%YOY แต่จะมีผลชั่วคราวเฉพาะปีนี้

เงินเฟ้อที่จะสูงขึ้นในปีนี้มาจากปัจจัยอุปทานเป็นหลัก และจะลดลงเข้ากรอบในปีหน้า ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย

  • กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยจะอยู่เหนือกรอบเป้าหมายตั้งแต่ไตรมาส 2 ต่อเนื่องนาน 4 ไตรมาส และจะปรับลดลงในปี 2027 ตามราคาพลังงานโลก (ประเมินค่าเฉลี่ยปี 2026 อยู่ที่ 2.9%)
  • ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อไทยจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จากคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่อยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมายเป็นเวลานาน (de-anchored inflation expectation) มีจำกัด เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีโอกาสเกิด wage-price spiral ต่ำ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย และอุปสงค์ภายในประเทศยังซบเซา

กนง. มองดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% เหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจ การตัดสินใจในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป จะเป็น Data Dependent

  • กนง. มองว่าการคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้เหมาะสม ยังสามารถ Look through เงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นได้ เนื่องจากสาเหตุมาจากด้านอุปทานและมีลักษณะชั่วคราว ภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่นของไทย
    การตัดสินใจขึ้นและลดดอกเบี้ยในขณะนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจไทย
  • การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจซ้ำเติมเศรษฐกิจที่เปราะบาง โดยเฉพาะความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
    การปรับลดดอกเบี้ยท่ามกลางความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลาง
  • กนง. จะยัง Wait-and-see และปรับเปลี่ยนการดำเนินนโยบายตามข้อมูลที่เข้ามาเป็นหลัก (Data dependent) ซึ่งจะทำให้ฉากทัศน์เศรษฐกิจและเงินเฟ้อแตกต่างไป โดยในกรณีเลวร้าย หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อตลอดปี 2026 ประเมินว่า ในปี 2026 GDP ไทยจะขยายตัวต่ำกว่า 1%YOY และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปีจะสูงกว่า 5%

IMPLICATIONS

SCB EIC มองว่า ในระยะต่อไป กนง. จะรอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงคราม โดยมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ในช่วง 1 – 2 ไตรมาสข้างหน้า

  • กนง. ไม่ได้มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อตอบสนองต่อเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากด้านอุปทาน

-แรงกดดันเงินเฟ้อของไทยมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ ผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้นต่อเงินเฟ้ออาจไม่มากเท่าเศรษฐกิจอื่น ๆ เนื่องจาก (1) เงินเฟ้อไทยอยู่ในระดับต่ำก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนอย่างมีนัยสำคัญ (รูปที่ 2) (2) รัฐบาลอุดหนุนราคาพลังงานบางส่วน ช่วยลดทอนผลกระทบเงินเฟ้อได้บ้าง และ (3) ผู้ประกอบการอาจส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ไม่มาก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเปราะบาง อุปสงค์ในประเทศซบเซา

-เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยอยู่ในระดับสูง และ ธปท. มีเครื่องมือในการบริหารจัดการเงินบาทที่อ่อนค่าเร็วได้ ในสถานการณ์เงินทุนไหลออกฉับพลัน

  • กนง. จะไม่เร่งลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อดูแลเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่แน่นอนสูง อาจยังประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อได้ไม่ชัดเจนนัก การเร่งลดดอกเบี้ยในภาวะเช่นนี้อาจลดทอนความเชื่อมั่นต่อกรอบนโยบายการเงินภายใต้เป้าหมายเงินเฟ้อ อีกทั้ง ยังมี Policy space จำกัด
  • ในช่วง 1 – 2 ไตรมาสข้างหน้า กนง. จึงมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบาย แต่หลังจากนั้น กนง. อาจต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม กับความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงหลุดกรอบเป้าหมายยาวนาน
  • มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ และการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs จะมีบทบาทมากขึ้นในการรับมือกับวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ไม่แน่นอนสูง และกนง. ยังรอดูสถานการณ์ Wait-and-see


บทความที่เกี่ยวข้อง
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ พลิกโฉมแอป GEN 365  ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า สู่แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านประกันชีวิตครบวงจร
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เดินหน้ายกระดับเพิ่มประสบการณ์ลูกค้า พลิกโฉมแอปพลิเคชัน GEN 365 ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ทั้งการจัดการกรมธรรม์ สิทธิพิเศษ และบริการด้านประกันที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ทุกที่
5 พ.ย. 2025
อินทรประกันภัย ประกาศทิศทางปี 2569 ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
อินทรประกันภัย เผยทิศทางการดำเนินงานปี 2569 มุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีและการจัดการข้อมูล (Data Analytics) เป็นกลไกในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน
28 ก.พ. 2026
ออร์บิกซ์ คว้าใบอนุญาตนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) เสริมศักยภาพสู่การเป็นแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก
ออร์บิกซ์ เทรด (orbix) เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยด้วยการได้รับใบอนุญาตนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้
27 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy