แชร์

ทีทีบี ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการขยายโครงการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเป็น 35,000 ล้านบาท ครอบคลุม 4 ปี (ปี 2568 - 2571) พร้อมประกาศแผนซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 เพื่อรับมือกับความผันผวนในตลาดหุ้น เน้นย้ำการบริหารโครงการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู

อัพเดทล่าสุด: 1 พ.ค. 2026
127 ผู้เข้าชม

30 เมษายน 2569 -- นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยถึงโครงการซื้อหุ้นคืนว่า สำหรับโครงการซื้อหุ้นคืนของทีทีบี เราเน้นย้ำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารโครงการเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น โดยล่าสุดมีความคืบหน้าใน 2 เรื่อง ได้แก่ การขยายขอบเขตโครงการ และการปรับรูปแบบการซื้อหุ้นคืนเพื่อรับมือกับความผันผวนในตลาดหุ้น

ในเรื่องแรกนั้น ธนาคารได้รับอนุมัติการปรับเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท และขยายกรอบเวลาเพิ่มเป็น 4 ปี (ปี 2568 - 2571) จากวงเงินเดิม 21,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี จากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM) เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ แม้การขยายโครงการดังกล่าวไม่ถือเป็นรายการที่ต้องขออนุมัติจาก AGM แต่ธนาคารก็ดำเนินการเพื่อความโปร่งใส และถือเป็นโอกาสที่จะได้ตอบข้อซักถามโดยตรงจากผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มเพื่อเป็นการให้ข้อมูลอย่างทั่วถึง

ในเรื่องถัดมา ได้แก่ การปรับแผนการการซื้อหุ้นคืน โดยปัจจุบันทีทีบีอยู่ระหว่างการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 ด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 - 19 สิงหาคม 2569 (6 เดือน) อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทยอย่างไม่คาดคิด ส่งผลให้การซื้อหุ้นคืนด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติทำได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากราคาและปริมาณการซื้อขายมีความผันผวนสูงจากความกังวลและความไม่แน่นอนต่าง ๆ

เมื่อได้พิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คณะกรรรมการธนาคารจึงมีมติให้ปรับวิธีการซื้อหุ้นคืน โดยให้สิ้นสุดโครงการครั้งที่ 3 เร็วกว่ากำหนดในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 โดยใช้วิธี General Offer หรือการเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป ในระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 - 9 มิถุนายน 2569 วงเงิน 9,245 ล้านบาท ราคาซื้อหุ้นคืนในเบื้องต้นจะอยู่ในช่วง 2.20 ถึง 2.28 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ จะแจ้งราคาซื้อหุ้นคืนที่เป็นราคาสุดท้าย (Final Price) ภายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569

นายปิติ กล่าวสรุป การปรับมาใช้วิธี General Offer จะช่วยลดปัจจัยไม่แน่นอนจากภาวะตลาด และเพิ่มประสิทธิภาพโครงการ เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการซื้อหุ้นคืนเพียง 10 วันทำการ ขณะเดียวกันเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องปัจจุบันซึ่งได้ยกเลิกระยะเวลาพักคอย 6 เดือน ก่อนเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนโครงการใหม่ได้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความต่อเนื่องในการบริหารโครงการซื้อหุ้นคืน ถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่จะช่วยให้ธนาคารเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการซื้อหุ้นคืนภายใต้วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ภายหลังการซื้อหุ้นคืน ธนาคารยังคงมีเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง เพียงพอต่อแผนการเติบโตธุรกิจและการรองรับความเสี่ยงในอนาคต โดยประเมินแล้วว่าอัตราส่วนเงินกองทุนรวม (CAR) ภายหลังโครงการครั้งที่ 4 จะยังคงสูงกว่า 19.0% ซึ่งเทียบเคียงได้กับกลุ่มธนาคาร D-SIBs แห่งอื่น ๆ และยังคงสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ ธปท. กำหนดไว้ที่ 12.0% อย่างมีนัยสำคัญ


บทความที่เกี่ยวข้อง
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ มอบของขวัญวันเด็กสุดพิเศษ  ตะลุยดินแดน “จูราสสิค เวิลด์”
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ มอบของขวัญวันเด็กสุดพิเศษ ภายใต้แคมเปญ Generali Customer FIRST พาครอบครัวลูกค้าคนสำคัญกว่า 50 ครอบครัว
17 ม.ค. 2026
กรุงศรีเผยผลกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 2569 จำนวน 8.62 พันล้านบาท สะท้อนวินัยการดำเนินงานตามกลยุทธ์องค์กร
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 8,618 ล้านบาท เติบโต 14.4% จากไตรมาสแรกของปี 2568
21 เม.ย. 2026
ดร.ทวีลาภ นำคณะผู้บริหารไอแบงก์ เยี่ยมคารวะอดีตประธานรัฐสภา ในโอกาสเทศกาลปีใหม่ 2569
กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารธนาคาร ได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา
16 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy