แชร์

ปัญหาเรื่องอุปทานขาดแคลนอาจยืดเยื้อหลังทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่าน ขณะที่ไทยเผชิญเงินเฟ้อพุ่งจากแรงกดดันด้านต้นทุน

อัพเดทล่าสุด: 12 พ.ค. 2026
339 ผู้เข้าชม

โลก: ความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานตึงตัวยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ ภายหลังทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการสู้รบทันที รวมถึงยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมทางทะเล เพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าราคาพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก ในส่วนของนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เผชิญกับความไม่แน่นอนมากขึ้นหลังศาลการค้าระหว่างประเทศมีคำตัดสินว่าการขึ้นภาษีตามมาตรา 112 ในอัตรา 10% ผิดกฎหมาย

สหรัฐฯ: ตัวเลขการจ้างงานที่ดีกว่าคาดช่วยคลายความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนเมษายนกลับมาขยายตัวสูงกว่า 1 แสนตำแหน่ง ขณะที่ อัตราการว่างงานต่ำสุดในรอบ 8 เดือน อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สะท้อนจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์และภาคบริการที่เริ่มชะลอตัวชัดเจนขึ้น

จีน: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่ง ผู้ผลิตไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นไปยังผู้บริโภคได้มากนัก (ดังรูป) ในทางกลับกัน กำลังการผลิตส่วนเกินที่กดดันเศรษฐกิจในระยะที่ผ่านมากลับช่วยหนุนภาคการส่งออกในบางอุตสาหกรรม เช่น แผงโซลาร์ (+35% ช่วง 3 เดือนแรก) และอะลูมิเนียม (+17%) อย่างไรก็ตาม ผลบวกอาจเกิดขึ้นชั่วคราว และยังต้องระวังความเสี่ยงจากภาษีนำเข้าตามมาตรา 232 ที่สหรัฐฯ เตรียมขยายให้ครอบคลุมรายการสินค้าต่างๆ มากขึ้น

ไทย: เงินเฟ้อไทยสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี จับตา พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ที่อาจส่งผลต่อการเติบโตและเงินเฟ้อ โดยในเดือนเมษายน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปพุ่งขึ้นสู่ระดับ +2.89% จาก -0.08% ในเดือนมีนาคม เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงาน) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย (+0.83% จาก +0.56%) สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนเมษายน ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี ที่ 43.5 จาก 47.7 ในเดือนมีนาคม โดยลดลงทุกหมวดธุรกิจและทุกองค์ประกอบ ท่ามกลางความกังวลด้านต้นทุนและผลประกอบการ

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและอาจเกินกรอบเป้าหมายของทางการที่ 1-3% ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีนี้ เนื่องจากการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการมาสู่ผู้บริโภค (Pass-through Effect) ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการควบคุมราคาพลังงานของภาครัฐ สำหรับมาตรการไทยช่วยไทยที่คาดว่าจะได้รับสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจาก พ.ร.ก. เงินกู้ วงเงิน 4 แสนล้านบาทนั้น อาจเป็นผลบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกันอาจสร้างความเสี่ยงขาขึ้นต่อเงินเฟ้อ เนื่องจากเป็นการกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ นอกจากนี้ ยังส่งผลให้พื้นที่ทางการคลังลดลง อีกทั้ง อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและต้นทุนการกู้ยืมในประเทศ (Crowding-out Effect) ทั้งนี้ ระดับและขอบเขตของผลกระทบขึ้นอยู่กับรายละเอียดของโครงการภายใต้ พ.ร.ก. เงินกู้ดังกล่าว


บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้บริหาร PTG คว้ารางวัล Outstanding CEO จากเวที IAA Awards for Listed Companies 2025 สะท้อนความเชื่อมั่นนักวิเคราะห์-ผู้จัดการกองทุน
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เข้ารับรางวัล IAA Awards for Listed Companies 2025 สาขา Outstanding CEO
5 พ.ย. 2025
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือ กรมการค้าภายใน ช่วยเหลือผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ฝ่าวิกฤต  รังสรรค์เมนูกุ้งจานพิเศษจำหน่ายที่ TOPS EATERY และ At Taste รณรงค์ชวนคนไทยช่วยกินกุ้ง
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังเร่งด่วนช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะผลผลิตล้นตลาด สืบเนื่องมาจากข้อจำกัดของการส่งออกกุ้งไปยังมาเลเซีย
24 มิ.ย. 2026
SO ใจป้ำ! บอร์ดไฟเขียวปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น  โชว์งบ 6 เดือน กำไร 102.92 ลบ.  พร้อมเดินหน้าลุย Tech-Enabled Outsourcing ขยายฐานลูกค้าใหม่
บมจ.สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO บอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงาน งวด 6 เดือนแรกปี 2569 ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น โชว์ผลงานงวด 6 เดือนปี 2569 รายได้รวม 1,430.24 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 102.92 ล้านบาท
14 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy