แชร์

ยูโอบีรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 แตะ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความแข็งแกร่งของแฟรนไชส์ ท่ามกลางภาวะตลาดผันผวน

อัพเดทล่าสุด: 13 พ.ค. 2026
116 ผู้เข้าชม

กลุ่มธนาคารยูโอบี (UOB) รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 (1Q26) อยู่ที่ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 ได้รับแรงสนับสนุนจากความแข็งแกร่งของแฟรนไชล์ของกลุ่มลูกค้ารายย่อย กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และธุรกิจ Global Markets โดยเฉพาะการเติบโตของบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ (CASA) ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต การเติบโตของสินเชื่อ และรายได้จากธุรกรรมบริหารตลาดเงินที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากแรงกดดันด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การเติบโตของสินเชื่อในอัตราร้อยละ 4 ช่วยบรรเทาผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 อยู่ที่ 637 ล้านเหรียญสิงคโปร์ จากโมเมนตัมของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและกิจกรรมในตลาดทุน ขณะที่เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับรายได้ของงวดเดียวกันในปีก่อนที่สูงเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่ระมัดระวังและมีแนวโน้มจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากขึ้น รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 462 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ด้านการบริหารตลาดเงินของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารสภาพคล่องอย่างระมัดระวัง ขณะที่กิจกรรมการค้าได้รับอานิสงส์จากภาวะตลาดผันผวนในช่วงไตรมาสนี้ ต้นทุนความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ในระดับที่คาดการณ์ไว้ที่ 26 จุดพื้นฐาน ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.5 โดยกลุ่มธนาคารยูโอบียังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมสภาพคล่องในระดับสูง และมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่งที่เป็นส่วนของเจ้าของอยู่ที่ร้อยละ 15.3

ดัชนีข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของไตรมาส 1 ปี 2569 กำไรสุทธิก่อนภาษี 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ + 2% จากไตรมาสก่อนหน้า - 4% จากปีก่อนหน้า สินทรัพย์ภายใต้การจัดการของผู้ลงทุนรายใหญ่ 1.98 แสนล้านเหรียญสิงคโปร์ - 1% จากไตรมาสก่อนหน้า + 5% จากปีก่อนหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ 637 ล้านเหรียญสิงคโปร์ + 2% จากไตรมาสก่อนหน้า - 8% จากปีก่อนหน้า รายได้จากการค้าและการลงทุน 405 ล้านเหรียญสิงคโปร์ + 88% จากไตรมาสก่อนหน้า - 13% จากปีก่อนหน้า สินเชื่อลูกค้า 3.54 แสนล้านเหรียญสิงคโปร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้า + 4% จากปีก่อนหน้า อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ 44.5% - 1.9 จุดจากไตรมาสก่อนหน้า + 1.9 จุดจากปีก่อนหน้า อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ด่อสินเชื่อรวม (NPL ratio) 1.5% ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้า - 0.1 จุดจากปีก่อนหน้า อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่งที่เป็นส่วนของเจ้าของ 15.3% + 0.2 จุดจากไตรมาสก่อนหน้า - 0.2 จุดจากปีก่อนหน้า

ผลการดำเนินงานแข็งแกร่งจากแฟรนไชส์ที่หลากหลาย

นายวี อี เชียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารยูโอบี

“กลุ่มธนาคารมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรก สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและแหล่งรายได้ที่หลากหลาย คุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่ดี ขณะที่ฐานะการเงินของกลุ่มธนาคารยังคงแข็งแกร่ง ด้วยอัตราส่วนเงินกองทุนและสภาพคล่องที่อยู่ในระดับมั่นคง

แม้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในระดับสูง แต่กิจกรรมทางธุรกิจในกลุ่มธุรกิจหลักของกลุ่มธนาคารยังสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากโมเมนตัมอย่างต่อเนื่องในบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อ ด้วยเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาคและความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งทั่วภูมิภาคอาเซียน กลุ่มธนาคารยูโอบี จึงพร้อมเคียงข้างและสนับสนุนลูกค้าในการรับมือกับสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่มีความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น

เมื่อมองไปข้างหน้า ยูโอบีจะมุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์กับฐานลูกค้าในภูมิภาคอาเซียนที่ขยายตัวมากขึ้น เสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในระบบนิเวศธุรกิจ และสนับสนุนลูกค้าในการคว้าโอกาสเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

ไตรมาส 1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2568

กำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 ทรงตัวอยู่ที่ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของแฟรนไชล์ของกลุ่มธนาคาร ท่ามกลางภาวะตลาดที่มีความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น โดยผลการดำเนินงานได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ที่มาจากหลายแหล่งอย่างครอบคลุม และการขยายตัวของธุรกิจอย่างต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจหลัก

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.3 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยมีสาเหตุหลักจากระยะเวลาของไตรมาสที่สั้นลง ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลง 2 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ร้อยละ 1.82 ท่ามกลางแรงกดดันด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวได้รับการชดเชยบางส่วนจากการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีวินัย การบริหารงบดุลเชิงรุก และการเติบโตของสินทรัพย์ในระดับปานกลาง รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 มาอยู่ที่ 637 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมในตลาดทุนที่เพิ่มขึ้น และโมเมนตัมอย่างต่อเนื่องในธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ทั้งนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบัตรเครดิตปรับเข้าสู่ระดับปกติ ภายหลังจากการใช้จ่ายที่เพิ่มสูงตามฤดูกาลในไตรมาสก่อนหน้า รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 มาอยู่ที่ 462 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เมื่อเทียบจากระดับที่ต่ำกว่าปกติตามฤดูกาลในช่วงสิ้นปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ด้านธุรกรรมบริหารตลาดเงินของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และการบริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ ขณะที่กิจกรรมการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินได้รับประโยชน์จากความผันผวนของตลาด

ค่าใช้จ่ายรวมทรงตัวอยู่ที่ 1.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 46.4 มาอยู่ที่ร้อยละ 44.5 สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ควบคู่กับการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและโครงการเชิงกลยุทธ์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชล์ในระยะยาว เงินกันสำรองรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 203 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยมีสาเหตุหลักจากลดลงของการกลับรายการสำรองทั่วไป ส่งผลให้ต้นทุนความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อรวมอยู่ที่ 26 จุดพื้นฐาน

ไตรมาส 1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568

กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่ชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปีก่อนหน้า

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงร้อยละ 4 มาอยู่ที่ 2.3 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ จากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ปรับลดลง อย่างไรก็ดี โมเมนตัมพื้นฐานของธุรกิจแฟรนไชล์ยังคงมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น โดยสินเชื่อเติบโตดีในอัตราร้อยละ 4 รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลงร้อยละ 8 มาอยู่ที่ 637 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เมื่อเทียบกับรายได้ของงวดเดียวกันในปีก่อนที่สูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากกิจกรรมวาณิชธนกิจและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อที่ชะลอตัวลง ท่ามกลางภาวะตลาดที่นักลงทุนมีความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ ปรับลดลงเช่นกัน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการค้าและการลงทุนที่อ่อนตัวลง

ค่าใช้จ่ายรวมลดลงร้อยละ 2 มาอยู่ที่ 1.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ สอดคล้องกับการชะลอตัวของรายได้และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ขณะที่เงินกันสำรองรวมปรับลดลง โดยมีปัจจัยหลักจากเงินกันสำรองทั่วไปที่ลดลง

คุณภาพสินทรัพย์

อัตราสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ของกลุ่มธนาคารทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.5 ระดับเงินกันสำรองยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและเพียงพอ โดยอัตราเงินกันสำรองสำหรับสินเชื่อที่ยังไม่ด้อยคุณภาพทรงตัวที่ร้อยละ 1.0 ขณะที่อัตราการกันสำรองต่อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPA) อยู่ที่ร้อยละ 100 หรือร้อยละ 272 หากนับรวมหลักประกัน

เงินทุน ฐานะเงินทุน และสภาพคล่อง

อัตราส่วนสภาพคล่องและเงินทุน

ฐานะเงินทุนของกลุ่มธนาคารยูโอบียังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่งที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) อยู่ที่ร้อยละ 15.3 ตัวชี้วัดด้านสภาพคล่องยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง (LCR) ในทุกสกุลเงินเฉลี่ยที่ร้อยละ 144 ในขณะที่อัตราส่วนการจัดหาเงินทุนสุทธิ (NSFR) อยู่ที่ร้อยละ 115 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ทางการกำหนดอย่างมีนัยสำคัญ

LCR ทุกสกุลเงิน (%) NSFR (%) LDR (%)

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มธนาคารยูโอบีได้ที่ www.UOBGroup.com.


บทความที่เกี่ยวข้อง
หนึ่งเดียวรีเทลไทย! เซ็นทรัลพัฒนา ผนึก China Mobile International ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมจีน พลิกโฉมการท่องเที่ยวไทย-จีน ยกระดับ Smart Tourism เชื่อมโลกดิจิทัลสู่ไลฟ์สไตล์
เข้าถึงฐานผู้ใช้กว่า 1,000 ล้านราย ผ่าน China Mobile International ยกระดับ Smart Tourism สู่มาตรฐานระดับโลก เปิดตัวแคมเปญผ่าน JegoTrip เชื่อมดิจิทัลสู่ไลฟ์สไตล์ สร้าง Seamless Travel Experience ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
28 เม.ย. 2026
แรบบิท ประกันชีวิต ประเมินสงกรานต์ปี 69 คนไทยยังเดินทางต่อเนื่อง แม้เผชิญภาวะผันผวน ดันดีมานด์กลุ่มประกันอุบัติเหตุพุ่ง ชู “PA Max และ PA Prompt” ส่งความห่วงใย เสริมความมั่นใจ เคียงข้างทุกการเดินทาง
บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ Rabbit Life บริษัทในเครือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดอินไซต์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569
10 เม.ย. 2026
จากครัวบ้านๆ สู่ SME ร้อยล้าน Reo’s Deli  ไอเดียจากโซเชียลสู่อาหารพร้อมทานสุดครีเอทีฟโตแรงในเซเว่นฯ ด้วยนวัตกรรม No-Bake
ในอุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน หรือ Ready-to-Eat (RTE) ที่แข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ผู้ประกอบการที่ “คิดต่างและสร้างคุณค่าใหม่” มักเป็นผู้ที่สามารถขยายตลาดได้จริง
13 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy