แชร์

ยูโอบีรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 แตะ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความแข็งแกร่งของแฟรนไชส์ ท่ามกลางภาวะตลาดผันผวน

อัพเดทล่าสุด: 13 พ.ค. 2026
382 ผู้เข้าชม

กลุ่มธนาคารยูโอบี (UOB) รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 (1Q26) อยู่ที่ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 ได้รับแรงสนับสนุนจากความแข็งแกร่งของแฟรนไชล์ของกลุ่มลูกค้ารายย่อย กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และธุรกิจ Global Markets โดยเฉพาะการเติบโตของบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ (CASA) ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต การเติบโตของสินเชื่อ และรายได้จากธุรกรรมบริหารตลาดเงินที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากแรงกดดันด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การเติบโตของสินเชื่อในอัตราร้อยละ 4 ช่วยบรรเทาผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 อยู่ที่ 637 ล้านเหรียญสิงคโปร์ จากโมเมนตัมของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและกิจกรรมในตลาดทุน ขณะที่เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับรายได้ของงวดเดียวกันในปีก่อนที่สูงเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่ระมัดระวังและมีแนวโน้มจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากขึ้น รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 462 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ด้านการบริหารตลาดเงินของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารสภาพคล่องอย่างระมัดระวัง ขณะที่กิจกรรมการค้าได้รับอานิสงส์จากภาวะตลาดผันผวนในช่วงไตรมาสนี้ ต้นทุนความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ในระดับที่คาดการณ์ไว้ที่ 26 จุดพื้นฐาน ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.5 โดยกลุ่มธนาคารยูโอบียังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมสภาพคล่องในระดับสูง และมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่งที่เป็นส่วนของเจ้าของอยู่ที่ร้อยละ 15.3

ดัชนีข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของไตรมาส 1 ปี 2569 กำไรสุทธิก่อนภาษี 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ + 2% จากไตรมาสก่อนหน้า - 4% จากปีก่อนหน้า สินทรัพย์ภายใต้การจัดการของผู้ลงทุนรายใหญ่ 1.98 แสนล้านเหรียญสิงคโปร์ - 1% จากไตรมาสก่อนหน้า + 5% จากปีก่อนหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ 637 ล้านเหรียญสิงคโปร์ + 2% จากไตรมาสก่อนหน้า - 8% จากปีก่อนหน้า รายได้จากการค้าและการลงทุน 405 ล้านเหรียญสิงคโปร์ + 88% จากไตรมาสก่อนหน้า - 13% จากปีก่อนหน้า สินเชื่อลูกค้า 3.54 แสนล้านเหรียญสิงคโปร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้า + 4% จากปีก่อนหน้า อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ 44.5% - 1.9 จุดจากไตรมาสก่อนหน้า + 1.9 จุดจากปีก่อนหน้า อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ด่อสินเชื่อรวม (NPL ratio) 1.5% ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้า - 0.1 จุดจากปีก่อนหน้า อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่งที่เป็นส่วนของเจ้าของ 15.3% + 0.2 จุดจากไตรมาสก่อนหน้า - 0.2 จุดจากปีก่อนหน้า

ผลการดำเนินงานแข็งแกร่งจากแฟรนไชส์ที่หลากหลาย

นายวี อี เชียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารยูโอบี

“กลุ่มธนาคารมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรก สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและแหล่งรายได้ที่หลากหลาย คุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่ดี ขณะที่ฐานะการเงินของกลุ่มธนาคารยังคงแข็งแกร่ง ด้วยอัตราส่วนเงินกองทุนและสภาพคล่องที่อยู่ในระดับมั่นคง

แม้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในระดับสูง แต่กิจกรรมทางธุรกิจในกลุ่มธุรกิจหลักของกลุ่มธนาคารยังสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากโมเมนตัมอย่างต่อเนื่องในบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อ ด้วยเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาคและความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งทั่วภูมิภาคอาเซียน กลุ่มธนาคารยูโอบี จึงพร้อมเคียงข้างและสนับสนุนลูกค้าในการรับมือกับสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่มีความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น

เมื่อมองไปข้างหน้า ยูโอบีจะมุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์กับฐานลูกค้าในภูมิภาคอาเซียนที่ขยายตัวมากขึ้น เสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในระบบนิเวศธุรกิจ และสนับสนุนลูกค้าในการคว้าโอกาสเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

ไตรมาส 1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2568

กำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 ทรงตัวอยู่ที่ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของแฟรนไชล์ของกลุ่มธนาคาร ท่ามกลางภาวะตลาดที่มีความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น โดยผลการดำเนินงานได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ที่มาจากหลายแหล่งอย่างครอบคลุม และการขยายตัวของธุรกิจอย่างต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจหลัก

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.3 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยมีสาเหตุหลักจากระยะเวลาของไตรมาสที่สั้นลง ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลง 2 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ร้อยละ 1.82 ท่ามกลางแรงกดดันด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวได้รับการชดเชยบางส่วนจากการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีวินัย การบริหารงบดุลเชิงรุก และการเติบโตของสินทรัพย์ในระดับปานกลาง รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 มาอยู่ที่ 637 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมในตลาดทุนที่เพิ่มขึ้น และโมเมนตัมอย่างต่อเนื่องในธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ทั้งนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบัตรเครดิตปรับเข้าสู่ระดับปกติ ภายหลังจากการใช้จ่ายที่เพิ่มสูงตามฤดูกาลในไตรมาสก่อนหน้า รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 มาอยู่ที่ 462 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เมื่อเทียบจากระดับที่ต่ำกว่าปกติตามฤดูกาลในช่วงสิ้นปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ด้านธุรกรรมบริหารตลาดเงินของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และการบริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ ขณะที่กิจกรรมการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินได้รับประโยชน์จากความผันผวนของตลาด

ค่าใช้จ่ายรวมทรงตัวอยู่ที่ 1.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 46.4 มาอยู่ที่ร้อยละ 44.5 สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ควบคู่กับการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและโครงการเชิงกลยุทธ์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชล์ในระยะยาว เงินกันสำรองรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 203 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยมีสาเหตุหลักจากลดลงของการกลับรายการสำรองทั่วไป ส่งผลให้ต้นทุนความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อรวมอยู่ที่ 26 จุดพื้นฐาน

ไตรมาส 1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568

กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่ชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปีก่อนหน้า

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงร้อยละ 4 มาอยู่ที่ 2.3 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ จากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ปรับลดลง อย่างไรก็ดี โมเมนตัมพื้นฐานของธุรกิจแฟรนไชล์ยังคงมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น โดยสินเชื่อเติบโตดีในอัตราร้อยละ 4 รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลงร้อยละ 8 มาอยู่ที่ 637 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เมื่อเทียบกับรายได้ของงวดเดียวกันในปีก่อนที่สูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากกิจกรรมวาณิชธนกิจและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อที่ชะลอตัวลง ท่ามกลางภาวะตลาดที่นักลงทุนมีความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ ปรับลดลงเช่นกัน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการค้าและการลงทุนที่อ่อนตัวลง

ค่าใช้จ่ายรวมลดลงร้อยละ 2 มาอยู่ที่ 1.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ สอดคล้องกับการชะลอตัวของรายได้และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ขณะที่เงินกันสำรองรวมปรับลดลง โดยมีปัจจัยหลักจากเงินกันสำรองทั่วไปที่ลดลง

คุณภาพสินทรัพย์

อัตราสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ของกลุ่มธนาคารทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.5 ระดับเงินกันสำรองยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและเพียงพอ โดยอัตราเงินกันสำรองสำหรับสินเชื่อที่ยังไม่ด้อยคุณภาพทรงตัวที่ร้อยละ 1.0 ขณะที่อัตราการกันสำรองต่อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPA) อยู่ที่ร้อยละ 100 หรือร้อยละ 272 หากนับรวมหลักประกัน

เงินทุน ฐานะเงินทุน และสภาพคล่อง

อัตราส่วนสภาพคล่องและเงินทุน

ฐานะเงินทุนของกลุ่มธนาคารยูโอบียังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่งที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) อยู่ที่ร้อยละ 15.3 ตัวชี้วัดด้านสภาพคล่องยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง (LCR) ในทุกสกุลเงินเฉลี่ยที่ร้อยละ 144 ในขณะที่อัตราส่วนการจัดหาเงินทุนสุทธิ (NSFR) อยู่ที่ร้อยละ 115 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ทางการกำหนดอย่างมีนัยสำคัญ

LCR ทุกสกุลเงิน (%) NSFR (%) LDR (%)

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มธนาคารยูโอบีได้ที่ www.UOBGroup.com.


บทความที่เกี่ยวข้อง
ฮอนด้า พาร์ทเนอร์ที่คุณมั่นใจตลอดการใช้งาน  “อะไหล่พร้อม ศูนย์บริการพร้อม ความพร้อมที่คุณเชื่อมั่น” มั่นใจ! ด้วยศูนย์กลางอะไหล่ระดับภูมิภาคในประเทศไทย  พร้อมศูนย์บริการและโชว์รูมกว่า 200 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ  #HondaPartnerForYourDrive
การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ ไม่ใช่เพียงการมองหาพาหนะสำหรับเคลื่อนที่ แต่คือการเลือกเพื่อนร่วมทางที่มอบความมั่นใจว่าจะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดทุกเส้นทาง บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
16 มี.ค. 2026
กูลิโกะ เปิดตัว "พีจอย" โฉมใหม่ พร้อมชวนดื่มด่ำความอร่อยเหนือระดับไปกับวัตถุดิบพรีเมียมระดับโลก
ไทยกูลิโกะ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยอดนิยม อาทิ ป๊อกกี้ เพรทซ์ พีจอย แอลฟี่ และโคลลอน ประกาศเปิดตัว "พีจอย" โฉมใหม่ ในภาพลักษณ์สุดพรีเมียม มาพร้อมดีไซน์โทนสีส้มสดใส และรสชาติที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบระดับโลก
6 พ.ค. 2026
TPS เปิดผลงานไตรมาส 2/69 รายได้แตะ 399.68 ลบ.  บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.03 บ./หุ้น รับทรัพย์ 11 ก.ย.นี้  กอด Backlog แน่น 1,784 ลบ. ดันผลงานปีนี้เติบโตเข้าเป้า
บมจ.เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น (TPS) เปิดผลงานไตรมาส 2/2569 รายได้รวมแตะ 399.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.82% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 24.06 ล้านบาท ผลจากการรับรู้รายได้จากโครงการในมือ ขณะที่ บอร์ดใจดี! อนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสด อัตราหุ้นละ 0.03 บาท รับทรัพย์ 11 กันยายน 2569
14 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy