แชร์

คปภ. ประชุมภาคธุรกิจประกันภัย ขับเคลื่อน 4 มาตรการหลัก ยกระดับระบบประกันภัยรถภาคบังคับ ดันดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมความคุ้มครองตรงรอบภาษีรถ

อัพเดทล่าสุด: 13 พ.ค. 2026
332 ผู้เข้าชม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดการประชุมหารือแนวทางการยกระดับมาตรการขับเคลื่อนกลไกการทำงานของระบบประกันภัยรถภาคบังคับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของภาคธุรกิจประกันภัยให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล โดยมี นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย และบริษัทประกันภัยทุกแห่งเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ชั้น 2 สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบประกันภัยรถภาคบังคับทั้งระบบผ่านประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาระบบฐานข้อมูลประกันภัย การผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดการใช้เอกสาร การปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านความคุ้มครองให้สอดคล้องกับการใช้งานรถจริง ตลอดจนการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการประชาชนให้มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนี้

ประเด็นที่ 1 การยกระดับมาตรการนำส่งข้อมูลการรับประกันภัยเข้าสู่ระบบ CMIS ที่ประชุมได้หารือแนวทางการยกระดับการนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบรายงานข้อมูลประกันภัยรถภาคบังคับ (CMIS) ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงาน ด้านสาธารณสุข ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการชำระภาษีรถประจำปี การตรวจสอบสถานะการมีประกันภัย และการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ตั้งเป้าหมายให้  ทุกบริษัทสามารถนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ CMIS ได้แบบ Real time 100% ภายในสิ้นไตรมาส 3 ปี 2569 พร้อมแจ้งให้ บริษัทประกันภัยทุกแห่งรับทราบแนวทางและถือปฏิบัติตามมาตรฐานการนำส่งข้อมูลอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งระบบ

ประเด็นที่ 2 แนวทางการลดการนำส่งกรมธรรม์ประกันภัยในรูปแบบกระดาษให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยได้หารือถึง แนวทางการผลักดันการใช้กรมธรรม์ประกันภัยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) เพื่อสนับสนุนนโยบายด้านความยั่งยืน (ESG) และการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยปัจจุบันบริษัทประกันภัยทั้ง 35 แห่งที่จำหน่ายประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) สามารถออกกรมธรรม์ในรูปแบบ e-Policy และนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ Custodian ได้ครบ 100% ซึ่งตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2569 มีการออก e-Policy แล้วกว่า 14 ล้านกรมธรรม์ สำนักงาน คปภ. จึงผลักดันให้ภาคธุรกิจประกันภัยปรับระบบการดำเนินงานและส่งมอบ e-Policy เป็นช่องทางหลัก เพื่อลดต้นทุนด้านเอกสาร การจัดส่ง และการบริหารจัดการเอกสาร พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนในระยะยาว ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ขอให้บริษัทประกันภัยจัดทำแผนการลดการนำส่งกรมธรรม์แบบกระดาษ และจัดส่งแผนดังกล่าวให้สำนักงาน คปภ. ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการลดการใช้กระดาษในภาคธุรกิจประกันภัยอย่างเป็นรูปธรรม

ประเด็นที่ 3 ร่างคำสั่งนายทะเบียนเกี่ยวกับการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย และการกำหนดระยะเวลาความคุ้มครองประกันภัยให้ตรงกับรอบชำระภาษีรถประจำปี สำนักงาน คปภ. ได้หารือร่วมกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อยกระดับการกำกับดูแลรถที่ใช้งานอยู่บนท้องถนนให้มีความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมออกคำสั่งนายทะเบียน 2 ฉบับ ได้แก่ การกำหนดเงื่อนไขการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับ และการกำหนดให้ระยะเวลาความคุ้มครองสอดคล้องกับรอบการชำระภาษีรถประจำปี เพื่อให้รถทุกคันมีความคุ้มครองต่อเนื่องตลอดอายุภาษีรถ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (Law Portal) เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้อย่างรอบด้าน พร้อมเชิญชวนให้บริษัทประกันภัยร่วมเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว เพื่อให้หลักเกณฑ์ที่กำหนดสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ประเด็นที่ 4 การขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569 ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569 ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้ต่อยอดจากโครงการพื้นที่ต้นแบบในปี 2568 สู่การพัฒนาเป็นรูปแบบเชิงระบบ (Systemic Model) ที่สามารถขยายผลในระดับประเทศ โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงาน ทั้งนี้ ในปี 2569 ได้ขยายพื้นที่ต้นแบบเพิ่มเติมในจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก นครสวรรค์ และสุพรรณบุรี  เพื่อพัฒนา “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” และสร้างมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่การลดความสูญเสียและยกระดับความปลอดภัยทางถนนของประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนให้ ภาคธุรกิจประกันภัยร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าว ทั้งในด้านข้อมูล การสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สอดคล้องกับความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่

“การประชุมร่วมกันครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างสำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย ในการขับเคลื่อนมาตรการยกระดับระบบประกันภัยรถภาคบังคับให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเป็นการหารือและรับทราบแนวทางการดำเนินงาน มาตรการ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปปรับใช้ในการดำเนินงานของแต่ละ บริษัทประกันภัยทุกแห่งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ช่วยยกระดับมาตรฐานการให้บริการ เพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนต่อระบบประกันภัยของประเทศในระยะยาว” นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ กล่าวในตอนท้าย


บทความที่เกี่ยวข้อง
UNIX ลั่น! ผถห.ใหญ่ล็อกอัพ 100%-อัพไซด์เพียบ
บมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) ประกาศความมั่นใจเต็มร้อย กลุ่ม “นวชาตโฆษิต”ผู้ถือหุ้นใหญ่ ยืนยันชัดเจนว่าล็อกอัพหุ้นทั้งหมด 100% ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพ แนวโน้มผลงานเติบโตสูงตามเทรนด์อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก
3 เม.ย. 2026
ธ.ไทยเครดิต รุกครึ่งหลังปี 2569 ชูการเติบโตแข็งแกร่งอย่างมีคุณภาพ   การควบคุมความเสี่ยงที่รัดกุมดันพอร์ตสินเชื่อเติบโตสองหลักตามเป้า
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจเชิงรุกอย่างเต็มรูปแบบในครึ่งหลังปี 2569
31 ส.ค. 2026
EXIM BANK ชู Sustainable Finance เร่งธุรกิจไทยรับกติกาการค้าโลก ยกระดับบทบาท Financial Catalyst เชื่อมเงินทุน เทคโนโลยี และการบริหารความเสี่ยง คว้ารางวัล Sustainable Capital and Investment Leadership จากเวทีสากล
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แสดงวิสัยทัศน์หัวข้อ “Sustainable Finance for Responsible Exports, Investment and Supply Chains” ในเวที Climate & Sustainability Capital Forum (CSCAP 2026)
25 ก.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy