แชร์

บลจ.อีสท์สปริง แนะจัดพอร์ตลงทุนเดือนพฤษภาคม ชู 4 กองทุนเด่นรับเมกะเทรนด์โลก

อัพเดทล่าสุด: 15 พ.ค. 2026
288 ผู้เข้าชม

บลจ.อีสท์สปริง มองตลาดทุนโลกผ่านจุดต่ำสุดเข้าสู่ภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) แนะนำคงน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงระดับเหมาะสม พร้อมเน้นการลงทุนเชิงคุณภาพในธีมเมกะเทรนด์ที่มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง ผ่าน 4 กองทุนเด่น ได้แก่ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Infrastructure Equity (ES-GINFRA), กองทุนเปิดอีสท์สปริง Smart Grid Infrastructure (ES-GRID), กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Technology (ES-GTECH) และกองทุนเปิดอีสท์สปริง Asia Equity (ES-ASIA)

นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด  หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยถึงการจัดพอร์ตการลงทุนในเดือนพฤษภาคม โดยประเมินว่าตลาดทุนทั่วโลกได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดของวัฏจักรความผันผวนรอบนี้แล้ว และโมเมนตัมการฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ระดับ valuation ของหุ้นกลุ่มนำตลาด โดยเฉพาะดัชนี S&P 500 ที่ขยับขึ้นมาแตะระดับ P/E ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ทำให้บลจ.อีสท์สปริงแนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตในลักษณะคัดสรรเชิงคุณภาพ คงน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในระดับเหมาะสม แต่เลือกธีมที่ได้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ระยะยาวและมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งรองรับ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสรับผลตอบแทนและการกระจายความเสี่ยงในภาวะที่ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีความไม่แน่นอนแฝงอยู่

ทั้งนี้ บลจ.อีสท์สปริง แนะนำ 4 กองทุนเด่นสำหรับการลงทุนในช่วงนี้ ได้แก่ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Infrastructure Equity (ES-GINFRA), กองทุนเปิดอีสท์สปริง Smart Grid Infrastructure (ES-GRID), กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Technology (ES-GTECH) และกองทุนเปิดอีสท์สปริง Asia Active Equity (ES-ASIA)

สำหรับกองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Infrastructure Equity  (ES-GINFRA) เน้นลงทุนในกองทุนหลัก Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund Class A โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารทุนของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริหารจัดการโดย Lazard Asset Management Pacific Co. ซึ่งบลจ.อีสท์สปริงมองว่าเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการลงทุน เนื่องจากท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นโลก หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานสามารถกลับมาทำผลตอบแทนได้โดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ที่ให้ทั้งความมั่นคงของกระแสรายได้และโอกาสเติบโตในระยะยาว ประกอบกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำตลอดปีที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มสินทรัพย์ที่จ่ายปันผลสูงและสม่ำเสมอมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นจากรายได้ที่มั่นคงตามสัญญาระยะยาว นอกจากนี้กองทุนยังได้รับแรงหนุนจากเมกะเทรนด์ระดับโลก โดยเฉพาะการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น Data Center เพื่อรองรับ AI และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่กำลังกลับมาในภูมิภาคยุโรป

ในขณะที่กองทุนเปิดอีสท์สปริง Smart Grid Infrastructure (ES-GRID) ซึ่งเป็นกองทุน Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในกองทุน First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80  80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน นับเป็นโอกาสการลงทุนที่บลจ.อีสท์สปริง ประเมินว่ามีศักยภาพอย่างยิ่งจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้นทั่วโลก ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยร่วมสามด้าน ได้แก่ AI, Data Center และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยสำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 3-4% จนถึงปี 2030 ในขณะเดียวกันโครงข่ายไฟฟ้าเดิมในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วก็เริ่มเข้าสู่จุดที่ต้องยกระดับครั้งใหญ่ โดย 70% ของสายส่งในสหรัฐฯ ถูกใช้งานมานานกว่า 25 ปี และจำเป็นต้องยกระดับไปสู่โครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid) ทั้งนี้ IEA คาดว่ามูลค่าการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าทั่วโลกจะแตะระดับ 820 พันล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2030 และจำเป็นต้องสร้างโครงข่ายใหม่กว่า 80 ล้านกิโลเมตร พร้อมกับเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจาก 40% เป็น 75% ภายในปี 2035 ส่งผลให้ Smart Grid กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยุค Energy Transition ที่จะสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

ส่วนกองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Technology (ES-GTECH) ที่เน้นลงทุนในกองทุนหลัก Polar Capital Funds Plc – Global Technology Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั่วโลก บริหารจัดการโดย Polar Capital Funds public limited company ถือเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่บลจ.อีสท์สปริงมีมุมมองเป็นบวก จากจังหวะการเข้าลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีที่กำลังกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ภายหลังการเทขายหุ้นเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจชะลอการลดอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากวิกฤตในตะวันออกกลาง การปรับฐานครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยีในระดับราคาที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น บลจ.อีสท์สปริง ประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคณะกรรมการ FOMC ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะธีม AI ยังคงแข็งแกร่งตลอดทั้งปี โดย Nvidia ประมาณการยอดขายในกลุ่ม AI จะแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 และกลุ่ม Hyperscaler ยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผนการขยายศักยภาพประมวลผลเพื่อรองรับความต้องการใช้ AI ที่เติบโตขึ้นทั่วโลก

และกองทุนเปิดอีสท์สปริง Asia Active Equity (ES-ASIA) เน้นลงทุนใน Schroder International Selection Fund - Emerging Asia ลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ในตราสารทุนของผู้ออกที่มีการดำเนินธุรกิจในประเทศตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย บริหารจัดการโดย Schroder Investment Management (Europe) S.A. ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่มองว่ายังมีปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นกลุ่มเอเชียทำผลตอบแทนได้ยอดเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเริ่มเติบโตจากเทรนด์การลงทุนด้าน AI ซึ่งให้ประโยชน์โดยตรงกับกลุ่มประเทศเอเชียที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีจำพวกชิปและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ขณะที่เศรษฐกิจของภูมิภาคยังมีแนวโน้มจะเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2026 หลังจากที่ธนาคารกลางในเกือบทุกประเทศปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีที่ผ่านมา พร้อมกับที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินยกเลิกภาษีศุลกากรที่เป็นประเด็นกดดันก่อนหน้านี้ ส่งผลให้อัตราภาษีที่ถูกเก็บโดยเฉลี่ยลดต่ำลงและบรรเทาแรงกดดันต่อภาคส่งออกของภูมิภาค ในขณะที่ระดับ valuation ของตลาดเอเชียยังอยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับแนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.eastspring.co.th หรือโทร 1725 ในวันและเวลาทำการ หรือขอรับหนังสือชี้ชวนผ่านช่องทางการขายของบลจ.อีสท์สปริง หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้ง และผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนการตัดสินใจลงทุน และผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน การฝากเงินมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้ และอาจไม่ได้รับชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนด หรืออาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามที่มีคำสั่งไว้ เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน /หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ โฆษณานี้ถูกว่าจ้างและได้รับการสนับสนุนโดย บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด


บทความที่เกี่ยวข้อง
สมาคมประกันชีวิตไทยแนะวิธีบริหารเงินตรุษจีนฉบับยั่งยืน  เปลี่ยน ‘อังเปา’ เป็น ‘ต้นทุนชีวิต’
นายพิชา สิริโยธิน ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า เทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นช่วงที่หลายท่านจะได้รับ “อังเปา” หรือเงินขวัญถุงตามประเพณี ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความโชคดีและความมั่งคั่งที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งปี
16 ก.พ. 2026
พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จับมือ มิชลิน มอบประสบการณ์สุดพิเศษ สำหรับลูกค้าทีทีบี รีเซิร์ฟ
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จับมือ มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย รังสรรค์ค่ำคืนสุดพิเศษเพื่อขอบคุณลูกค้าทีทีบี รีเซิร์ฟ โดยมี นางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่มกลยุทธ์และธุรกิจการขายลูกค้าบุคคล ทีทีบี พร้อมทีมผู้บริหาร ร่วมสัมผัสประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟในงาน “A Mark of Legacy, Inspired by You”
5 พ.ค. 2026
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.15-31.75 ลุ้นข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.15-31.75 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 31.45 บาท/ดอลลาร์
2 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy