แชร์

“กกพ.” หนุนรัฐบาลรื้อสัญญาไฟฟ้า เคาะราคาลดค่าไฟอย่างเป็นธรรม

อัพเดทล่าสุด: 19 พ.ค. 2026
220 ผู้เข้าชม

ดร. พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งที่ 137/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนนั้น กกพ. พร้อมสนับสนุนข้อมูลและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เนื่องจากจะเป็นแนวทางที่สามารถลดค่าไฟฟ้า ได้อย่างแท้จริง และสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย

ดร. พูลพัฒน์ กล่าวว่า มีอยู่ประเด็นหนึ่งก่อนหน้านี้ กกพ. เคยนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้พิจารณาปรับปรุงราคารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าในกลุ่ม Adder และ FiT ซึ่งเป็นสัญญา ที่ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้ต้นทุนการผลิตและราคารับซื้อไฟฟ้าในอดีตไม่สอดคล้องกับปัจจุบันที่ต้นทุนลดลงมากหลายเท่าตัว แต่ยังรับซื้อในราคาเดิม ส่งผลให้ประชาชนแบกรับค่าไฟฟ้าเกินจริง ประมาณหน่วยละ 13 - 17 สตางค์ หรืออาจทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลตอบแทนในระดับสูง โดยมีมูลค่ารวมในระดับหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตไฟฟ้าในแต่ละปี

ก่อนหน้านี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับข้อเสนอของ กกพ. ไปพิจารณา โดยยังมีประเด็น ข้อกฎหมายและเงื่อนไขสัญญาที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น กกพ. จึงเห็นควรให้พิจารณาตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 65(1) ที่กำหนดให้อัตราค่าไฟฟ้าต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และมาตรา 65(4) ที่กำหนดให้อัตราค่าไฟฟ้าต้องเป็นธรรมทั้งต่อผู้ใช้พลังงานและผู้ประกอบการ

“ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ เงื่อนไขในสัญญาขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายได้หรือไม่ หากพิจารณาแล้วว่า เงื่อนไขในสัญญาไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายจะต้องพิจารณาว่าควรยึดตามเงื่อนไขในสัญญา หรือหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” ดร. พูลพัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าว ประกอบด้วย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นรองประธานกรรมการ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญด้านพลังงาน กฎหมาย เศรษฐกิจ และการคุ้มครองผู้บริโภคร่วมเป็นกรรมการ รวมถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานร่วมเป็นกรรมการด้วย

สำหรับอำนาจหน้าที่สำคัญของคณะกรรมการฯ ได้แก่ การกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเงื่อนไขสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่อาจไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันและหลักความเป็นธรรม โดยเฉพาะในส่วนค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment: AP) และค่าพลังงานไฟฟ้า (Energy Payment: EP) เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมาย ความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาทุกฝ่าย และช่วยดูแลภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องแบกรับในระยะยาว

การดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ในครั้งนี้ นับเป็นอีกกลไกสำคัญในการทบทวนแนวทางบริหารจัดการต้นทุนด้านพลังงานของประเทศ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ควบคู่กับการดูแลภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน


บทความที่เกี่ยวข้อง
Swisse เปิดตัวสกินแคร์ใหม่ ชวนมิลค์-เลิฟ ร่วมกิจกรรม Healthy Beautiful สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมแชร์เคล็ดลับผิวสวยสุขภาพดี
Swisse (สวิสเซ) เปิดตัวกิจกรรม Healthy Beautiful ให้แฟนๆ มิลค์-เลิฟ มาร่วมสัมผัสและแบ่งปันแรงบันดาลใจแห่งความงามจากสุขภาพภายในสู่ภายนอก โดยดึงสองนักแสดงสาวขวัญใจแฟนคลับ มิลค์พรรษา วอสเบียน และ เลิฟภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร
21 ต.ค. 2025
ยูโอบีรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 แตะ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความแข็งแกร่งของแฟรนไชส์ ท่ามกลางภาวะตลาดผันผวน
กลุ่มธนาคารยูโอบี (UOB) รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 (1Q26) อยู่ที่ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
13 พ.ค. 2026
ทีทีบี ติดอันดับคะแนน Top 10% ทำเนียบ S&P Global Sustainability Yearbook 2026  ชูธง “ธนาคารเพื่อความยั่งยืน” บนเวทีโลก ตอกย้ำความสำเร็จกลยุทธ์ B+ESG
นายนที เรืองจิระชูพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้ากลยุทธ์องค์กร ทีทีบี เป็นผู้แทนรับรางวัลจากผลคะแนนประเมินความยั่งยืนระดับ Top 10% ของ S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2568
14 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy