แชร์

SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 1.7% จากแรงพยุงมาตรการภาครัฐ แต่มองเศรษฐกิจไทยยังเปราะบางและยังมีความเสี่ยงจากสงครามสูง

อัพเดทล่าสุด: 22 พ.ค. 2026
200 ผู้เข้าชม

SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น

ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางมากขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน เม.ย. เร่งขึ้นเป็น 2.9% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี หลังจากราคาน้ำมันในประเทศปรับสูงขึ้นตามกลไกตลาด และเริ่มเห็นการส่งผ่านต้นทุนสู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะราคาอาหารสำเร็จรูป ขณะที่อัตราเงินเฟ้อผู้ผลิตเร่งตัวแรงกว่ามากถึง 9.1% ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นไว้เอง คาดว่าการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาผู้บริโภคจะทยอยเห็นมากขึ้นในช่วงข้างหน้า แต่จะทำได้จำกัดท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่ำกดดันความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs อีกทั้ง ด้านพลวัตทางธุรกิจปรับแย่ลง จำนวนธุรกิจเปิดใหม่หดตัว ขณะที่จำนวนธุรกิจปิดตัวมากขึ้นในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ความเชื่อมั่นของธุรกิจและผู้บริโภคปรับลดลงแรงต่อเนื่องตั้งแต่เดือน มี.ค. ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหดตัว -7% ในเดือน เม.ย. และ -3% ในช่วง 17 วันแรกของเดือน พ.ค. ข้อมูลส่งออกภาพรวมขยายตัวสูง 18.7% ในเดือน มี.ค. แต่กระจุกตัวในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (แต่ตลาดตะวันออกกลางหดตัวถึง -57.1%) ขณะที่การนำเข้าเร่งตัวแรง 35.7% ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุลในไตรมาสแรกของปี

SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 อยู่ที่ 1.7% (เดิม 1.4%) แต่การเติบโตกระจุกตัวในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากกระแส AI และ Digital ประเด็นหลักในการปรับประมาณการครั้งนี้ คือ 1) พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทจะมีบทบาทช่วยพยุงเศรษฐกิจปีนี้กลับมาได้ราว 0.6 pp. บนสมมติฐานว่าเม็ดเงินจะแบ่งเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ปีนี้ 274,000 ล้านบาท คือ แผนงานช่วยเหลือ (เช่น ไทยช่วยไทย พลัส) 198,000 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันค่าครองชีพระยะสั้นตั้งแต่เดือน มิ.ย. และแผนงานเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดราว 76,000 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายสู่เศรษฐกิจได้ในไตรมาสที่ 3-4 2) การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามโมเมนตัมที่ดีในไตรมาสแรก อีกทั้ง ยอดมูลค่าการอนุมัติและการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนของ BOI ยังสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับ AI และ Data center 3) มูลค่านำเข้ามีแนวโน้มสูงขึ้นมาก ส่วนหนึ่งสะท้อนผลของราคานำเข้าที่ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบโลก 4) ประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ปรับลดลงอยู่ที่ 31.7 ล้านคน (เดิม 33.2 ล้านคน) ตามจำนวนเที่ยวบินที่ปรับลดลงและตั๋วโดยสารแพงขึ้น ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวลดลงจากความกังวลด้านความปลอดภัยและความเปราะบางของกำลังซื้อ

ทั้งนี้คาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่ 1.7% นับว่าชะลอตัวจากปี 2568 ที่ 2.4% และปี 2567 ที่ 2.9% มาก สะท้อนความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่มีอยู่เดิม และแรงกดดันเพิ่มเติมจากสงครามในตะวันออกกลาง สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2569 มีแนวโน้มเร่งตัวเกินกรอบเป้าหมายอยู่ที่ 3.6% จากที่เคยติดลบ -0.1% ในปีก่อน สะท้อนแรงกดดันจากสงครามที่กระทบต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น

SCB EIC มองว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดปี สงครามในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อจะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงเกินกรอบตลอดช่วงที่เหลือของปี ขณะที่บทบาทนโยบายการคลังที่ทยอยออกมาลดผลกระทบจากสงครามจะช่วยประคองอุปสงค์ในประเทศได้ในระดับหนึ่ง จึงลดความจำเป็นที่ กนง. จะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อพยุงเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่นโยบายการเงินมี Policy space จำกัด ทั้งนี้คาดว่า มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและมาตรการช่วยการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการรับมือผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

เศรษฐกิจโลกปี 2569 จะชะลอลงบ้างจากแรงกดดันสงคราม ขณะที่ธนาคารกลางหลักไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มได้

SCB EIC คงประมาณการเศรษฐกิจโลกที่ 2.5% ในปี 2569 โดยในไตรมาส 1 เศรษฐกิจหลักส่วนใหญ่ขยายตัวดีจากกระแสการลงทุน AI ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบเต็มที่ มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจโลกจะชะลอลงจากความยืดเยื้อของสงคราม ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานาน กดดันภาคการผลิตและกำลังซื้อของผู้บริโภค โดย SCB EIC มองว่า เศรษฐกิจยูโรโซนและญี่ปุ่น จะได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังขยายตัวได้ดีจากแรงหนุนการลงทุน AI และเสถียรภาพตลาดแรงงานที่ปรับดีขึ้น เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวได้ต่อเนื่องจากการผลิตและส่งออกสินค้า โดยเฉพาะความต้องการสินค้าเกี่ยวกับพลังงานทางเลือกที่เร่งขึ้น เช่น แบตเตอรี่ และแผงโซลาร์

ธนาคารกลางหลักจะรอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงคราม และอาจไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมได้ในปีนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.5-3.75% ตลอดทั้งปี (เดิมคาดปรับลด 1 ครั้ง) จากความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและแนวโน้มตลาดแรงงานที่ปรับดีขึ้น ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งสู่ 2.25% (เดิมคาดคงดอกเบี้ย) เพื่อยึดเหนี่ยวคาดการณ์เงินเฟ้อ แต่ ECB จะไม่สามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยได้มาก เนื่องจากเศรษฐกิจยังเปราะบาง ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งสู่ 1.0% ในปีนี้ (เดิมคาดปรับขึ้น 2 ครั้ง) โดยให้ความสำคัญกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวลงมากขึ้นจากผลกระทบสงคราม ในภาพรวมภาวะการเงินโลกจะตึงตัวขึ้น ความยืดเยื้อของสงครามจะกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกปรับสูงขึ้นอย่างมีนัย

การปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 สะท้อนบทบาทสำคัญของนโยบายการคลังในการประคองเศรษฐกิจ มากกว่าการฟื้นตัวจากแรงส่งเชิงโครงสร้าง ทำให้เศรษฐกิจไทยยังมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงภายนอก โดยเฉพาะสงคราม ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบต่าง ๆ ในช่วงที่เหลือของปี


บทความที่เกี่ยวข้อง
ORN ทุบสถิติ 9 เดือน 68 New High  รายได้ 1,418 ล้านบาท กำไรโต 108%
ORN เผยงบงวด 9 เดือนปี 2568 ทุบสถิติทำ New High กวาดรายได้รวม 1,418.57 ล้านบาท โต 72.95% กำไรสุทธิ 134.85 ล้านบาท พุ่ง 108.24% ขณะที่ ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568
14 พ.ย. 2025
จากผู้รับสู่ผู้ให้ จากผู้เรียนรู้สู่ผู้ส่งต่อโอกาส ธนาคารไทยเครดิตเชื่อมั่นในพลังของการเรียนรู้ เพราะเราเชื่อว่า...เมื่อทุกคนลุกขึ้นมาส่งต่อความรู้ สังคมก็จะสามารถเติบโตไปด้วยกันได้อย่างงดงาม
เมื่อหนี้ครัวเรือนกลายเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ การแก้ปัญหาไม่ได้มาจากการสอนเพียงครั้งเดียว แต่อยู่ที่การปลุก พลังแห่งความรู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ต่อยอดและขยายต่ออย่างไม่สิ้นสุดคือสิ่งที่สำคัญ
24 พ.ย. 2025
อลิอันซ์ อยุธยา จัดทริปเอ็กซ์คลูซีฟ นำตัวแทนผลงานเด่น เสริมศักยภาพในเวทีสากล  สัมผัสสุดยอดประสบการณ์ กระทบไหล่ แฮร์รี่ เคน ซูเปอร์สตาร์ กองหน้าบาเยิร์น มิวนิค
บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำกลยุทธ์สร้างความแข่งแกร่งช่องทางตัวแทน จัดกิจกรรมการแข่งขัน FCB Challenge 2025 กระตุ้นการสร้างผลงาน ผลักดันความสำเร็จ ถือเป็นทริปเชิดชูและสร้างแรงบันดาลใจแก่ตัวแทนที่ทำผลงานโดดเด่น
2 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy