แชร์

Krungthai CIO แนะกลยุทธ์คัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพ ล็อกกำไรหุ้นเทคฯ-เซมิคอนดักเตอร์ เพิ่มน้ำหนัก KTWC-Healthcare รับตลาดผันผวน

อัพเดทล่าสุด: 26 พ.ค. 2026
136 ผู้เข้าชม

Krungthai CIO มองตลาดการเงินโลกกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ท่ามกลาง บอนด์ยีลด์ระยะยาวที่ยังอยู่ในระดับสูงจากแรงกดดันเงินเฟ้อ แนะนักลงทุนใช้กลยุทธ์แบบ Selective เน้นเพิ่ม Margin of Safety ให้พอร์ต และทยอยล็อกกำไรหุ้น Technology และ Semiconductor เพื่อนำเงินกลับเข้าสู่พอร์ตหลัก KTWC พร้อมเพิ่มน้ำหนัก Healthcare และสะสมตราสารหนี้ระยะยาว รับมือความผันผวนของตลาด

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office: CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 ว่า หลังฤดูกาลประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทยอยสิ้นสุดลง ตลาดทุนโลกเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคมากขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ระยะยาวทั่วโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูง สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อแรงกดดันเงินเฟ้อและต้นทุนทางการเงินในระยะข้างหน้า จึงควรเน้นกลยุทธ์ลงทุนแบบคัดเลือกสินทรัพย์ (Selective) เพื่อบริหารความเสี่ยง เพิ่มส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety) และสร้างเสถียรภาพให้พอร์ตในระยะยาว

สำหรับกลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์ลงทุนในสัปดาห์นี้ Krungthai CIO แนะทยอยล็อกกำไรหุ้นกลุ่ม Technology และ Semiconductor ที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงในช่วงก่อนหน้า เพื่อนำเงินกลับมาเพิ่มน้ำหนักใน พอร์ตหลักอย่างกองทุน KTWC (Krungthai World Class Series) ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนกลุ่ม Healthcare ซึ่งมีระดับราคาเหมาะสมและช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และแนะนำทยอยสะสมตราสารหนี้ระยะยาว (Fixed Income) ในช่วงที่บอนด์ยีลด์อยู่ในระดับสูง เพื่อล็อกผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ขณะที่ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น และหุ้นจีนฝั่ง A-Share ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างจำกัด (Anti-involution)

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ การประกาศตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค ส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ใช้ประกอบการประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ก่อนการประชุมนโยบายการเงินครั้งถัดไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของตลาดการเงินทั่วโลก

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังต้องติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและเส้นทางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาพลังงาน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกในระยะต่อไป


บทความที่เกี่ยวข้อง
จีดีพีไตรมาส 3 ขยายตัว 1.2%  โดยหดตัวจากไตรมาสก่อน -0.6 %QoQSA
เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 3/2568 ขยายตัวที่ 1.2%YoY โดยเป็นการหดตัวจากไตรมาสก่อนที่ -0.6%QoQSA หดตัวครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส จากผลกระทบด้านความเชื่อมั่นต่อการท่องเที่ยวที่ถูกซ้ำเติมด้วยความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา
18 พ.ย. 2025
ธอส. กระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ปลายปี อัดโปรสินเชื่อบ้าน  ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เริ่มต้น 2.70% ต่อปี ในงาน มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 48
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้ากระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ส่งท้ายปี 2568 ตอกย้ำบทบาทธนาคาร เพื่อที่อยู่อาศัยของคนไทย พร้อมเพิ่มโอกาสให้ทุกคนมีบ้านได้ง่ายขึ้น
29 ต.ค. 2025
คปภ. จัดโครงการสัมมนาลดเรื่องร้องเรียนสัญจร ประจำปี 2569 เร่งยกระดับคุ้มครองผู้เอาประกันภัย ปรับแนวคิดสู่ “ป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ” ตั้งเป้าเรื่องร้องเรียนต้องลดลง
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิด “โครงการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรื่องร้องเรียน
1 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy