ในวันที่ภาระหนี้กลายเป็นแรงกดดันของคนไทยจำนวนมาก การมี “ทางออก” ที่เหมาะกับสถานการณ์จริง อาจสำคัญกว่าการปล่อยให้ปัญหาค้างคา เพราะหนี้ไม่ได้กระทบแค่ตัวเลขในบัญชี แต่เกี่ยวพันกับชีวิต ครอบครัว อาชีพ และโอกาสในการกลับมาตั้งหลักอีกครั้ง

นี่คือเหตุผลที่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เดินหน้าโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” ภายใต้แนวคิด “ทางออกของหนี้ เพื่อชีวิตที่ได้ไปต่อ” เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อยกลับมาจัดการภาระหนี้อย่างเป็นระบบ และเริ่มต้นชีวิตทางการเงินใหม่ได้อีกครั้ง โดยโครงการเปิดระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM ระบุว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ผ่านมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ที่ผ่อนปรน เพื่อให้ลูกหนี้กลับมาตั้งหลักทางการเงินได้อีกครั้ง พร้อมยกระดับบทบาทของ BAM จากผู้บริหารสินทรัพย์ ไปสู่การเป็นเหมือน “โรงพยาบาลแก้หนี้” ที่ให้คำปรึกษา วิเคราะห์ปัญหา และออกแบบแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะกับศักยภาพของลูกหนี้แต่ละราย ทำให้ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” ไม่ใช่เพียงมาตรการลดหนี้หรือโปรโมชันทางการเงิน แต่เป็นแนวทางที่สะท้อนความพยายามในการเปลี่ยนวิธีมองปัญหาหนี้ จากเดิมที่ลูกหนี้อาจรู้สึกว่าถูกกดดัน ให้กลายเป็นการเปิดพื้นที่พูดคุย หาทางออก และวางแผนชำระหนี้ในรูปแบบที่ยังพอเดินต่อได้
สำหรับแนวทางช่วยเหลือ BAM กำหนดไว้ 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ กรณีปิดบัญชี ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ไม่น้อยกว่า 70% ของยอดเงินต้นคงเหลือภายใน 60 วันนับจากวันอนุมัติ โดยไม่คิดดอกเบี้ย และกรณีผ่อนชำระ ลูกหนี้สามารถผ่อนรายเดือนด้วยดอกเบี้ย 0% ใน 3 ปีแรก พร้อมแผนผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ BAM กำหนด
ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้กับ BAM มาก่อน มียอดหนี้คงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท ครอบคลุมสินเชื่อทุกประเภท ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน รวมถึงลูกหนี้ที่ยังไม่มีการพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และหลักประกันยังไม่ถูกบังคับคดี

จุดสำคัญคือ BAM วางกระบวนการแก้หนี้ให้เริ่มจาก “การคุย” ไม่ใช่ “การตัดสิน” โดยบนแพลตฟอร์มปรับโครงสร้างหนี้ของ BAM ระบุชัดว่า ลูกหนี้สามารถรับคำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย มีการช่วยวางแผนตามรายได้จริง เงื่อนไขโปร่งใส และข้อมูลของลูกหนี้จะถูกเก็บเป็นความลับ เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาหนี้กล้าก้าวเข้ามาหาทางออกร่วมกันมากขึ้น
โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับภาพใหญ่ของ BAM ในฐานะองค์กรที่บริหารทั้งสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย เพื่อสร้างโอกาสและเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจไทย โดย BAM มองว่าการช่วยลูกหนี้กลับเข้าสู่ระบบ ไม่ได้ช่วยแค่รายบุคคล แต่ยังช่วยให้สินทรัพย์และภาระหนี้ที่เคยติดค้างกลับมาถูกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ดร.รักษ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า BAM สามารถสร้างผลเรียกเก็บได้ 3,026 ล้านบาท และมีกำไรกว่า 217 ล้านบาท พร้อมคงเป้าหมายผลเรียกเก็บทั้งปีไว้ที่ 17,900 ล้านบาท โดยเดินหน้ากลยุทธ์ 3 ฟันเฟือง ได้แก่ การบริหาร NPL และ NPA อย่างเข้มข้น การลงทุนในระบบและ e-Marketplace และการพัฒนาคนสู่ Hybrid Talent เพื่อสร้างโครงสร้างรายได้ที่มีเสถียรภาพและนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
เพราะฉะนั้น “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” จึงไม่ใช่แค่โครงการช่วยลูกหนี้รายย่อยในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เป็นภาพสะท้อนบทบาทใหม่ขององค์กรบริหารสินทรัพย์ ที่ไม่ได้มองหนี้เป็นเพียงปัญหาทางบัญชี หากมองเป็นเรื่องของ “โอกาส” ที่หากได้รับคำปรึกษาและแผนที่เหมาะสม คนจำนวนหนึ่งอาจกลับมาตั้งหลักชีวิตได้อีกครั้ง
ท้ายที่สุด การเริ่มต้นใหม่อาจไม่ได้หมายถึงการลบอดีตทั้งหมด แต่คือการมีโอกาสจัดการปัญหาเดิมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ชีวิตทางการเงินเดินต่อได้อย่างมั่นคงกว่าเดิม และนี่คือหัวใจของโครงการที่ BAM ต้องการส่งต่อถึงลูกหนี้ว่า หนี้ยังมีทางออก และชีวิตยังเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
เริ่มต้นใหม่กับBAM #BAM #บสก #บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ #แก้หนี้อย่างยั่งยืน #ดร_รักษ์วรกิจโภคาทร #ปรับโครงสร้างหนี้ #ทางออกทางการเงิน #KaoUpdate #KaoUpdateOnline



