แชร์

โลกเผชิญความเสี่ยงการค้าระลอกใหม่หลังทรัมป์เตรียมขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ขณะที่ไทยเผชิญค่าครองชีพที่สูงขึ้น และเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

อัพเดทล่าสุด: 9 มิ.ย. 2026
266 ผู้เข้าชม

โลก: ความไม่สงบในตะวันออกกลางและผลพวงจากวิกฤตพลังงานส่อแววยืดเยื้อ หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านหยุดชะงัก ขณะเดียวกันแม้ว่าสภาล่างสหรัฐฯ จะผ่านร่างกฎหมายจำกัดอำนาจการทำสงครามของทรัมป์แต่โอกาสผลักดันให้มีผลบังคับใช้ยังค่อนข้างจำกัด นอกจากนี้ ความเสี่ยงทางการค้าเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังสหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมภายใต้มาตรา 301 กับ 60 ประเทศที่ถูกกล่าวหาว่าไม่สามารถสกัดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับได้

สหรัฐฯ: ตัวเลขตลาดแรงงานดีกว่าคาดแต่มีสัญญาณชะลอตัว โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่ง จาก 179,000 ตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกัน การบริโภคโตชะลอลงจาก 1.6% สู่ระดับ 0.5% MoM ในเดือนเมษายน ภายใต้ค่าครองชีพที่สูงขึ้น จากปัจจัยข้างต้น วิจัยกรุงศรีคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% เพื่อประคองเศรษฐกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับปัญหาเชิงภูมิรัฐศาสตร์และความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อเนื่อง

จีน: การเติบโตที่กระจุกตัวเสี่ยงกดดันตลาดแรงงาน การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ยายตัวถึง 43.8% YoY ในเดือนเมษายน สอดคล้องกับกำไรในช่วง 4 เดือนแรกที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว อย่างไรก็ตาม หลายอุตสาหกรรมยังเผชิญกับกำไรที่ชะลอตัว ซึ่งท้ายที่สุดอาจส่งผลลบต่อไปยังการจ้างงานและการบริโภคในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ จำนวนลูกจ้างปัจจุบันในอุตสาหกรรมที่มีผลกำไรหดตัวคิดเป็นสัดส่วนถึง 60% ของลูกจ้างในภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด

ไทย: ไทยเผชิญผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเสี่ยงต่อการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยในเดือนพฤษภาคม อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่ในระดับสูงที่ +2.79% YoY เทียบกับ +2.89% ในเดือนเมษายน และ -0.54%  ในช่วง 3 เดือนแรกของปี เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจายุติสงครามที่ยืดเยื้อส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงาน) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ +0.92% จาก +0.83% ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (+8.51% จาก +9.10%)

เศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงทั้งจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยอัตราเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตและฝั่งผู้บริโภคที่อยู่ในระดับสูงสะท้อนต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการและค่าครองชีพของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น ในระยะต่อไป อาจเห็นการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการมาสู่ผู้บริโภค (Pass-through Effect) มากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคและลดทอนผลบวกจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ขณะที่ภาคการผลิตและภาคการส่งออกยังเผชิญความเสี่ยงจากการเสนอเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในอัตรา 12.5% ตามมาตรา 301 ประเด็นการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ ซึ่งจะชัดเจนขึ้นภายหลังการพิจารณาสาธารณะของสหรัฐฯ ในวันที่ 7 กรกฎาคม ช่วงเวลาใกล้เคียงกับการสิ้นสุดการบังคับใช้ภาษีนำเข้าในอัตรา 10% มาตรา 122 ในวันที่ 24 กรกฎาคม นอกจากนี้ แนวโน้มการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม มาตรา 301 ประเด็นการใช้กำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรม (รถยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องจักร) เพิ่มแรงกดดันต่อการส่งออกและห่วงโซ่การผลิตของไทย



 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ช้อปก่อนคุ้มกว่า ที่ คิง เพาเวอร์ ออนไลน์
คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ จัดแคมเปญเอาใจนักเดินทาง Fly Smart, Shop Early - เตรียมบินให้พร้อม ช้อปก่อนคุ้มกว่า! พบกับสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ MCM, POLO RALPH LAUREN, FERRAGAMO, TUMI, SAINT LAURENT, LACOSTE, COCCINELLE, MARC JACOBS
15 ก.ย. 2025
BAAC Charity Run 2025 มีนักวิ่งสมัครเกิน 3,000 คนแล้ว!!  สมัครด่วนก่อนเต็ม!! สมัครได้ถึง 30 ก.ย. นี้เท่านั้น
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ชวนทุกท่านสมัครเข้าร่วมงานวิ่งครั้งใหญ่แห่งปี BAAC Charity Run 4th 2025 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4
26 ก.ย. 2025
กรุงศรีเสริมโอกาสการเรียนรู้ มอบคอมพิวเตอร์  แก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต่อเนื่องปีที่ 3
กรุงเทพฯ (26 ธันวาคม 2568) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) โดย นางสาวสายสุนีย์ หาญประเทืองศิลป์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล และนายพชร วันรัตน์เศรษฐ (ซ้าย)
26 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy