แชร์

โนเกียตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมเครือข่ายออปติกพร้อมรองรับ AI ในงาน Wavelengths APAC ที่ประเทศไทย

อัพเดทล่าสุด: 11 มิ.ย. 2026
338 ผู้เข้าชม

10 มิถุนายน 2569 – โนเกียนำเสนอนวัตกรรมล่าสุดด้าน Optical Networking หรือ โครงสร้างพื้นฐานการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงโดยใช้แสง และโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับยุค AI ภายในงาน Wavelengths APAC ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์งานระดับโลกของโนเกียที่มุ่งสำรวจอนาคตของการเชื่อมต่อ เครือข่ายออปติก และโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ภายในงาน ผู้บริหารของโนเกียได้กล่าวถึงแนวโน้มความต้องการเครือข่ายประสิทธิภาพสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเครือข่ายในยุค AI จำเป็นต้องสามารถรองรับการขยายตัวของปริมาณข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น มีความปลอดภัย และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscale Data Centers) การเชื่อมต่อคลาวด์ และบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI  พร้อมเน้นย้ำว่าเครือข่ายยุคใหม่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก



วีโต ดิ มารีอา (Vito Di Maria) รองประธานฝ่าย Optical Networks ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของโนเกีย กล่าวเปิดงานพบปะสื่อมวลชน โดยยืนยันถึงความมุ่งมั่นของโนเกียในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของยุคดิจิทัลของประเทศไทย ผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่องและการพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายขั้นสูง

ในการบรรยายหัวข้อ “โอกาสสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมในยุค AI” (Opportunities for Telecommunication Providers in the Era of AI) คริสเตียน อูเรโมวิช (Christian Uremovic) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Solution Marketing ของโนเกีย ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก กำลังผลักดันความต้องการโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อความจุสูง รวมถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscalers) และผู้ให้บริการระบบคลาวด์ พร้อมเน้นย้ำบทบาทสำคัญของเครือข่ายในการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล แอปพลิเคชัน และผู้ใช้งานในโลกที่มีการเชื่อมโยงถึงกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง



ด้าน รอน จอห์นสัน (Ron Johnson) รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Optical Networks ของโนเกีย ได้นำเสนอหัวข้อ “เครือข่ายออปติก: พลังขับเคลื่อนยุคการเติบโตครั้งใหญ่ของ AI” (Optical Networks: Powering the AI Supercycle) โดยเจาะลึกแนวโน้มสำคัญที่กำลังกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมเครือข่าย อาทิ ความต้องการแบนด์วิดท์ที่เพิ่มสูงขึ้น ข้อจำกัดด้านความจุของโครงข่ายไฟเบอร์ และความท้าทายด้านการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น พร้อมนำเสนอนวัตกรรมล่าสุดของโนเกีย ได้แก่ ICE7 และ PSE-6s ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขยายเครือข่าย ยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพิ่มสมรรถนะของเครือข่าย เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีในยุค AI

ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสาธิตเทคโนโลยี (Guided Demo Tour) เพื่อนำเสนอการพัฒนาล่าสุดด้านเครือข่ายออปติกและระบบอัตโนมัติของโนเกีย ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อในยุค AI โครงสร้างพื้นฐานระดับ Hyperscale และการพัฒนาศูนย์ข้อมูลแห่งอนาคต

โดยมีไฮไลต์สำคัญ ดังนี้

·         โครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายแบบครบวงจรของโนเกีย

การสาธิตนี้นำเสนอศักยภาพของโซลูชันเครือข่ายแบบครบวงจรของโนเกีย ที่ช่วยเชื่อมต่อผู้ใช้งานและภาคธุรกิจทั่วทุกมุมโลก ซึ่งครอบคลุมบริการสำหรับที่อยู่อาศัย การเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ (Mobile Backhaul) และบริการสำหรับองค์กร ไปจนถึงเครือข่ายระดับเมือง (Metropolitan Networks) เครือข่ายระยะไกล (Long-Distance Networks) และเครือข่ายเคเบิลใต้น้ำ (Submarine Networks)


·         ยกระดับการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลสู่ระดับ Hyperscale

โนเกียนำเสนอโซลูชัน Data Center Interconnect (DCI) รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อมอบการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูล ระบบคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานระดับ Hyperscale ที่สามารถขยายขีดความสามารถได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน การสาธิตประกอบด้วยระบบ Optical Line System (OLS) ที่รองรับย่านความถี่ C+L ความสามารถด้าน Coherent Routing และโมดูล 800G Coherent Pluggables ที่ผสานการทำงานเข้ากับเราเตอร์ของโนเกีย ช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่มความจุเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมคงไว้ซึ่งความยืดหยุ่นในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

·         สำรวจเทคโนโลยีออปติกสำหรับศูนย์ข้อมูลผ่านประสบการณ์ AR

การสาธิตนี้นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดของโนเกีย ได้แก่ ICE-X 800G ZR/ZR+ Pluggable และโซลูชัน OLS/RD66 ผ่านประสบการณ์ AR (Augmented Reality) ที่ให้ผู้เข้าร่วมสามารถสำรวจเทคโนโลยีสำคัญของเครือข่ายออปติก อาทิ ICE-X 800G ZR/ZR+ Pluggable, OLS/RD66 C+L ROADM รวมถึงเส้นทางนวัตกรรมของโนเกียในการลดการใช้พลังงานของอุปกรณ์ Pluggable ผ่านเทคโนโลยี ICE-D

วีโต ดิ มารีอา รองประธานฝ่าย Optical Networks ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของโนเกีย กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในขณะที่การนำเทคโนโลยี AI ไปใช้งานกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในทุกภาคอุตสาหกรรม ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถขยายขีดความสามารถได้ และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย งาน Wavelengths APAC เป็นเวทีที่โนเกียนำลูกค้า พันธมิตร และผู้นำในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของนวัตกรรมด้านเครือข่ายออปติกในการปลดล็อกศักยภาพของยุค AI พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านในยุคดิจิทัลของประเทศไทยและภูมิภาคในวงกว้าง”


บทความที่เกี่ยวข้อง
พรูเด็นเชียล ประเทศไทย รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากกรุงเทพมหานคร
นายอิฎฐ์ อภิรักษ์ติวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาองค์กร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย รับมอบประกาศเกียรติคุณ โล่รางวัล และเข็มเชิดชูเกียรติ ในฐานะองค์กรที่ทำคุณประโยชน์และคุณูปการต่อกรุงเทพมหานคร
5 ม.ค. 2026
เลขาธิการ คปภ. ลงพื้นที่กระบี่ ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน บูรณาการความร่วมมือช่วง 7 วันอันตราย
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ
16 เม.ย. 2026
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เดินหน้าสนับสนุน The Human Safety Net  ผนึกพลังพนักงาน ส่งต่อโอกาสให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เดินหน้าสนับสนุนเครือข่ายความช่วยเหลือระดับโลก The Human Safety Net (THSN) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการต่อยอดแคมเปญระดมทุน “The Human Safety Net Global Challenge 2026”  จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ “Food Market for Children”
26 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy