แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30-32.90 ติดตามประชุมเฟดและดีลสันติภาพ

อัพเดทล่าสุด: 15 มิ.ย. 2026
105 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.90 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.65 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.64-32.98 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโรและเยน โดยข้อมูลเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯหนุนเงินดอลลาร์ขึ้นในช่วงแรกขณะตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันร่วงลงและบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวหลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศระงับการดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน โดยระบุว่าอาจลงนามข้อตกลงหยุดยิงได้ในเร็ววัน และจะครอบคลุมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทางด้านอิหร่านยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบต่อข้อตกลงดังกล่าว ทำให้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่วนธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ขึ้นดอกเบี้ย 25bp เป็น 2.25% ท่ามกลางความเสี่ยงที่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจส่งผ่านไปยังความคาดหวังเงินเฟ้อ และการกำหนดค่าจ้างและราคาสินค้า โดยการตัดสินใจของอีซีบีอาจสะท้อนว่าธนาคารกลางหลักๆกำลังมีมุมมองสอดคล้องกันมากขึ้นเกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบาย ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 1,557 ล้านบาท และ 12,450 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดการเงินโลกจะให้ความสนใจกับการประชุมเฟดซึ่งจะเป็นครั้งแรกภายใต้การนำของประธาน Warsh นักลงทุนคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ในช่วง 3.50-3.75% ในวันที่ 17 มิถุนายน โดยหากเฟดส่งสัญญาณมองข้ามเงินเฟ้อชั่วคราว ดอลลาร์จะอ่อนลงโดยเฉพาะหลังจากสหรัฐฯกับอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพซึ่งมีรายงานว่าจะลงนามที่สวิตเซอร์แลนด์ช่วงปลายสัปดาห์นี้ แต่หากเฟดบ่งชี้ว่าอาจจำเป็นต้องใช้นโยบายตึงตัว ดอลลาร์จะแข็งค่าต่อไป นอกจากนี้ ตลาดคาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)จะขึ้นดอกเบี้ย 25bp เป็น 1.00% ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ในวันที่ 16 มิถุนายน ท่ามกลางความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากสงครามตะวันออกกลาง แต่เนื่องจากตลาดสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว ปฏิกิริยาของเงินเยนจึงขึ้นอยู่กับท่าทีการสื่อสารเกี่ยวกับจังหวะเวลาที่ญี่ปุ่นจะขึ้นดอกเบี้ยรอบถัดไป

สำหรับปัจจัยในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความเห็นว่าด้วยสถานการณ์ค่าเงินบาทและเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่งของไทยทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ไม่จำเป็นต้องเรียกประชุมพิเศษอย่างกรณีของอินโดนีเซียแต่อย่างใด


บทความที่เกี่ยวข้อง
“สาระ ล่ำซำ” คว้ารางวัลเกียรติยศ “THE BEST CEO 2025” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากเวทีประกาศรางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี DAILYNEWS TOP CEO 2025
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “THE BEST CEO 2025”
24 ก.ย. 2025
ธนาคารไทยเครดิต เปิดเวที มหกรรมการเรียนรู้เรื่องการเงินกับตังค์โต Know-how 2568 พื้นที่ภาคใต้ จังหวัดสงขลา
สงขลา ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการรายย่อย จัดโครงการ มหกรรมการเรียนรู้เรื่องการเงินกับ ตังค์โต Know-how ประจำปี 2568 ภายใต้แคมเปญ ลดหนี้ มีตังค์ ธุรกิจโต (Less Debt, More Wealth, Business Health)
3 ก.ย. 2025
เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส ผุดไอเดียเจ๋ง! เปลี่ยนรั้วธรรมดาเป็น Art Wall Exhibition กลางเมือง คอลแลบ Vachboy และ นักศึกษาม.ขอนแก่น
กรุงเทพฯ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining better futures for all
11 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy