แชร์

เมย์แบงก์ปรับมุมมองหุ้นไทยสู่ “เท่าตลาด” ชี้ Valuation ไม่ดึงดูดเหมือนอดีต แนะสลับลงทุนหุ้นกลุ่ม Post-War Plays รับโอกาสหลังความขัดแย้งคลี่คลาย

อัพเดทล่าสุด: 16 มิ.ย. 2026
256 ผู้เข้าชม

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปรับลดมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยสู่ระดับ “เท่าตลาด” (Neutral) จากเดิมที่เคยมองใน “เชิงบวก” (Positive) พร้อมประเมินเป้าหมายดัชนี SET Index สิ้นปี 2569 ไว้ที่ระดับ 1,550 จุด สาเหตุหลักมาจากดัชนีที่ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งจนมูลค่าปัจจุบันซึมซับปัจจัยเชิงบวกไปมากแล้ว สวนทางกับภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังมีข้อจำกัดในการเติบโต จึงแนะให้นักลงทุนทยอยล็อกกำไรในกลุ่มที่ราคาพุ่งแรง และสลับพอร์ต (Sector Rotation) สู่กลุ่ม “Post-War Plays” เพื่อคว้าโอกาสฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยุติลง

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทย เมย์แบงก์ประเมินว่ายังคงมีความเปราะบางซ่อนอยู่ แม้จะได้รับแรงหนุนจากการส่งออกและการลงทุน ทว่าการฟื้นตัวกลับกระจุกตัวและยังไม่แผ่ขยายในวงกว้าง โดยคาดการณ์ว่า GDP ปี 2569 จะเติบโตเพียง 2.1% ซึ่งอาศัยมาตรการกระตุ้นทางการคลังเป็นฟันเฟืองหลักในการพยุงผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ส่วนปี 2570 คาดว่า GDP จะขยับขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 2.7% ท่ามกลางความเสี่ยงที่ต้องจับตา ทั้งการชะลอตัวของการส่งออกกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับ AI และข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางการคลังในระยะยาว

ในมิติของมูลค่าตลาด (Valuation) ปัจจุบัน SET Index ซื้อขายกันที่ระดับ P/E 16.3 เท่า ขณะที่ส่วนต่างผลตอบแทนเทียบกับพันธบัตร (Earnings Yield Gap: EYG) แคบลงมาอยู่ที่ 3.9% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 4.4% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่าเสน่ห์ของหุ้นไทยลดทอนลงไปมากเมื่อเทียบกับอดีต ยิ่งไปกว่านั้น แนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังส่งสัญญาณชะลอตัว โดยคาดการณ์ว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดในปี 2570 จะเติบโตเพียง 6% ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 11% ในปี 2569

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การเติบโตของกำไรในช่วงที่ผ่านมาถูกขับเคลื่อนด้วยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีเป็นหลัก ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความขัดแย้งของอิหร่าน ดังนั้น หากสงครามยุติลงตามสมมติฐาน ปัจจัยนี้จะพลิกกลับมาเป็นแรงกดดันต่อการถูกปรับลดประมาณการกำไรของตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ลากยาวไปจนถึงปี 2570

เมย์แบงก์จึงประเมินกลยุทธ์ที่เหมาะสมในเวลานี้ คือการสลับกลุ่มลงทุน โดยแนะนำให้ลดน้ำหนักในกลุ่มที่ราคาแรลลี่ขึ้นมาทะลุเพดาน เช่น นิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง ไอที และโทรคมนาคม แล้วโยกเม็ดเงินเข้าสู่กลุ่ม “Post-War Plays” อย่าง ท่องเที่ยว โรงพยาบาล สินเชื่อรายย่อย และสาธารณูปโภค ซึ่งราคาหุ้นร่วงลงลึกเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานไปมาก โดยมีหุ้นเด่นที่มีโอกาสฟื้นตัวหากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยุติลง ได้แก่ AOT, BA, ERW, BH, CHG, TIDLOR และ GPSC


บทความที่เกี่ยวข้อง
SAM ขนทัพบุกภาคใต้ ร่วมงาน Money Expo Hatyai 2026  เปิดทางเลือกแก้หนี้ครบวงจร พร้อมโปรโมชันทรัพย์มือสองสุดคุ้ม
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เข้าร่วมงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 16 (Money Expo Hatyai 2026) ระหว่างวันที่ 3–5 กรกฎาคม 2569 ณ หาดใหญ่ฮอลล์ เซ็นทรัล หาดใหญ่ ชั้น 5 บูทหมายเลข D2 โดยนำเสนอแนวทางการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับประชาชน
1 ก.ค. 2026
ที ไลฟ์ ประกันชีวิต รุกประกันดิจิทัล เปิดเว็บไซต์ซื้อประกันออนไลน์ใหม่ “Easy & Speedy Click” ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เลือกซื้อประกันง่าย รวดเร็ว ตลอด 24 ชม.
ที ไลฟ์ ประกันชีวิต บริษัทในกลุ่มธนชาต เปิดตัวเว็บไซต์ซื้อประกันออนไลน์รูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “Easy & Speedy Click” มุ่งยกระดับประสบการณ์การเลือกซื้อประกันชีวิตให้สะดวก รวดเร็ว
21 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy