แชร์

Zadi & Jo เปิดเกมรุก Teen Beauty ไทย สร้างมาตรฐานใหม่ “Complete Beauty Ecosystem” สำหรับวัย 10-20 ปี

อัพเดทล่าสุด: 16 มิ.ย. 2026
157 ผู้เข้าชม

ชูแนวคิด “Clean & Playful Beauty” ผสาน Skin Health, Self-Expression และ Emotional Identity พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น Thailand’s Leading Teen Beauty Brand

ท่ามกลางอุตสาหกรรมความงามไทยที่มีมูลค่ามากกว่า 400,000 ล้านบาท และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) ก้าวขึ้นมาในฐานะแบรนด์ความงามไทยผู้บุกเบิกตลาด Teen Beauty อย่างจริงจัง ด้วยการวางตำแหน่งแบรนด์ในฐานะ “The First Thai Beauty Brand Built Exclusively for Ages 10-20” หรือแบรนด์ความงามไทยรายแรก ที่ถูกออกแบบขึ้นสำหรับกลุ่มอายุ 10-20 ปีโดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้งสกินแคร์ เมคอัพ และน้ำหอม ภายใต้แนวคิด “Clean & Playful Beauty” ที่ผสานความอ่อนโยน ความสนุก และความมั่นใจเข้าไว้ด้วยกัน

ในขณะที่ตลาดความงามส่วนใหญ่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่เป็นหลัก ทาง Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ)  มองเห็น “White Space” สำคัญของตลาดวัยเรียน ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคดิจิทัล ทั้งในแง่กำลังซื้อ การสร้างเทรนด์ และอิทธิพลต่อการตัดสินใจภายในครอบครัว

นางสาวทรงสมร ฮัทเท็ท ประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (Chief Growth Officer) บริษัท เจนเนอรัส ซีนิธ จำกัด กล่าวว่า  Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างแบรนด์ความงามที่เข้าใจวัย 10-20 ปีอย่างแท้จริง ทั้งในด้านผิว ความรู้สึก และการค้นหาตัวตน เราต้องการให้การดูแลตัวเองเป็นประสบการณ์ที่สนุก อ่อนโยน และช่วยสร้างความมั่นใจในแบบที่เหมาะสมกับวัย เพราะเราเชื่อว่าช่วงวัยนี้คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการเรียนรู้ที่จะรักและดูแลตัวเองอย่างสมดุล
เมื่อ Teen Beauty กลายเป็นตลาดแห่งอนาคต ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภควัยรุ่นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คนรุ่นใหม่เริ่มเรียนรู้เรื่องความงามผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะ TikTok, Creator Content และ Social Community ต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรู้ ความเชื่อมั่น และการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์

ข้อมูลจาก Mintel ระบุว่า วัยรุ่นจำนวนมากเริ่มต้น Skincare Routine ก่อนอายุ 18 ปี ขณะที่การเติบโตของ Gen Alpha และ Gen Z ส่งผลให้ตลาด Teen Beauty กลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์ที่น่าจับตามองที่สุดในระดับโลก Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) จึงเลือกวางกลยุทธ์แบรนด์บนความเข้าใจเชิงลึกต่อผู้บริโภควัย 10-20 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการค้นหาตัวตน การสร้างความมั่นใจ และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ โดยมองว่า Beauty ในยุคปัจจุบันเกี่ยวข้องกับความรู้สึก  บุคลิกภาพ และการเติบโตทางอารมณ์ควบคู่ไปกับการดูแลผิวพรรณ  ความน่าสนใจของโมเดลธุรกิจอยู่ที่การตอบโจทย์ผู้บริโภคสองกลุ่มในเวลาเดียวกัน ได้แก่ วัยรุ่นซึ่งเป็นผู้ใช้งานจริง และผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจซื้อ แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกมาเป็น Positioning หลักของแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Teen Love, Parent Trust” โมเดลที่สร้างสมดุลระหว่างความต้องการของวัยรุ่นกับความคาดหวังของผู้ปกครอง

ในมิติของวัยรุ่น แบรนด์ให้ความสำคัญกับดีไซน์ สีสัน ประสบการณ์การใช้งาน และการสื่อสารที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ ขณะที่ในมิติของผู้ปกครอง แบรนด์มุ่งเน้นการพัฒนาสูตรที่อ่อนโยน เรียบง่าย ปลอดภัย และเหมาะสมกับผิววัยกำลังเติบโต “จุดแข็งของแบรนด์อยู่ที่การตอบโจทย์ทั้งวัยรุ่นที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนตัวตน และผู้ปกครองที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเหมาะสมของสูตร เราเชื่อว่าการสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งสองกลุ่มพร้อมกัน คือหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ในตลาดนี้” นางสาวทรงสมร กล่าวจากผลิตภัณฑ์สู่ Complete Beauty Ecosystem สิ่งที่ทำให้ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) แตกต่างจากแบรนด์ความงามทั่วไป คือการวางบทบาทของแบรนด์ในฐานะ “Complete Beauty Ecosystem” สำหรับวัยรุ่น แนวคิดดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นบน 3 แกนสำคัญ ได้แก่1. Skin Health การดูแลสุขภาพผิวผ่านสกินแคร์ที่ช่วยเสริม Skin Barrier และสร้างสมดุลให้ผิวแข็งแรง2. Self-Expression เมคอัพที่เปิดพื้นที่ให้วัยรุ่นได้แสดงตัวตนอย่างสร้างสรรค์และเหมาะสมกับช่วงวัย 3. Emotional Identity น้ำหอมที่ช่วยสะท้อนบุคลิก อารมณ์ และความรู้สึกของผู้ใช้งาน

การรวมทั้งสามมิติเข้าด้วยกันทำให้ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เติบโตไปพร้อมกับวัยรุ่นในทุกมิติของการดูแลตัวเอง ตั้งแต่ผิวพรรณ บุคลิกภาพ ไปจนถึงการสร้างความมั่นใจจากภายใน

Clean & Playful Beauty นิยามใหม่ของความงามวัยเรียนหัวใจสำคัญของแบรนด์อยู่ภายใต้แนวคิด “Clean & Playful Beauty” ซึ่งสะท้อนความเชื่อว่า ความงามสำหรับวัยรุ่นควรเป็นเรื่องของความสุข ความมั่นใจ และการเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง มากกว่าการวิ่งตามมาตรฐานความงามที่กดดัน ปรัชญาของแบรนด์ยึดหลักสำคัญ 5 ประการ ได้แก่
• อ่อนโยนต่อผิววัยกำลังเติบโต
• Less is More เลือกเฉพาะสิ่งที่จำเป็น
• ส่งเสริม Natural Glow และความมั่นใจในแบบของตนเอง
• ทำให้การดูแลตัวเองเป็นเรื่องสนุกในชีวิตประจำวัน
• ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของแบรนด์ ตั้งแต่
• Fresh & Fun Gentle Cleansing Gel
• Bubbly Bright Skin Glow & Brightening Serum
• Barrier Babe Day & Night Skin Barrier Cream
• Sunny Splash Super Light UV Protection Serum SPF50+ PA++++
ซึ่งได้รับการพัฒนาด้วยส่วนผสมสมัยใหม่ อาทิ Prebiotic, Peptides, Biomimetic Lipids, Vitamin C และ Upcycled Ingredients ภายใต้แนวคิด Clean Formulation ที่เน้นประสิทธิภาพควบคู่กับความอ่อนโยน

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ดาวเด่นของแบรนด์คือ Sunny Splash Super Light UV Protection Serum SPF50+ PA++++ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วัยรุ่นไทยด้วยเนื้อสัมผัสบางเบา ใช้ง่าย เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น ขณะที่ Barrier Babe Day & Night Skin Barrier Cream ได้รับการพัฒนาจากอินไซต์สำคัญของวัยรุ่นยุคใหม่ที่เผชิญปัญหา Skin Barrier อ่อนแอจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับช่วงวัย

นอกเหนือจากกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อผิววัยเรียนแล้ว Zadi & Jo ยังต่อยอดสู่กลุ่มเมคอัพและน้ำหอม ภายใต้พันธกิจในการสร้างแบรนด์ความงามที่เข้าใจโลกของวัยเรียนอย่างรอบด้าน

แบรนด์มองว่า “ความมั่นใจ” ของคนรุ่นใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีผิวที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้ค้นพบและแสดงออกถึงตัวตนในแบบที่ตัวเองเป็น ตั้งแต่การดูแลผิว การเลือกเมคอัพลุคที่ชอบ ไปจนถึงการเลือกกลิ่นหอมที่สะท้อนคาแรกเตอร์ของตัวเอง

ในกลุ่มเมคอัพ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) นำเสนอแนวคิด Makeup Meets Skincare ผ่าน ลิปทินต์ Clean Girl Softening Lip Tint และ คุชชั่น Fluffy Fit Soft & Glow Cushion SPF50+ PA++++ ผลิตภัณฑ์ที่ผสานการแต่งหน้าและการบำรุงผิวไว้ในหนึ่งเดียว เพื่อให้วัยรุ่นสามารถสนุกกับการแต่งหน้าได้อย่างมั่นใจ พร้อมดูแลผิวไปในเวลาเดียวกัน โดยยังคงแนวคิดความอ่อนโยน ความเป็นธรรมชาติ และความเหมาะสมกับวัยเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ขณะเดียวกัน การเปิดตัว “Very Perfume Collection” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ในการต่อยอดความเข้าใจสู่หมวดน้ำหอม หลังจากใช้เวลาศึกษาพฤติกรรม ความชอบ และมุมมองเรื่องความหอมของวัยรุ่นยุคใหม่อย่างใกล้ชิด จนค้นพบว่า สำหรับคนรุ่นใหม่ น้ำหอมไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์เพิ่มความหอม แต่เป็นหนึ่งในภาษาของการแสดงออกถึงตัวตน (Self-Expression) ที่ช่วยสะท้อนบุคลิก อารมณ์ และความรู้สึกในแต่ละวัน

อินไซต์ดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา Very Perfume Collection ภายใต้แนวคิด Skin Scent Perfume หรือความหอมที่กลมกลืนไปกับผิว ให้ความรู้สึกสะอาด สดใส และเป็นธรรมชาติ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน มากกว่าการเป็นเพียงน้ำหอมที่ฉีดเพิ่มเข้าไป พร้อมถ่ายทอดผ่าน 5 กลิ่น 5 คาแรกเตอร์ ที่สะท้อนความหลากหลายของวัยรุ่นยุคใหม่ และสนับสนุนให้ทุกคนกล้าเป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจในแบบที่เลือก

สร้าง Community ก่อนสร้างยอดขายZadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) วางกลยุทธ์การเติบโตบนแนวคิด Digital-First ผ่านการสร้าง Community และการสื่อสารแบบสองทางกับผู้บริโภค ปัจจุบันแบรนด์วางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce ชั้นนำ ได้แก่ Shopee, TikTok Shop และ Lazada พร้อมสร้างการรับรู้ผ่าน Instagram, Facebook, TikTok และ LINE Official Account ขณะเดียวกัน แบรนด์เตรียมขยายสู่ช่องทางค้าปลีกอย่างเต็มรูปแบบ โดยในเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ผลิตภัณฑ์จะเริ่มวางจำหน่ายในร้าน Beauty Store ชั้นนำอย่าง EveandBoy เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นในช่องทางออฟไลน์ กลยุทธ์ Omnichannel ดังกล่าวช่วยสร้างประสบการณ์แบรนด์ที่เชื่อมโยงกันทุก Touchpoint ตั้งแต่การค้นพบแบรนด์บนโลกออนไลน์ การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ในร้านค้า ไปจนถึงการกลับมาซื้อซ้ำและการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค “เราไม่ได้มองการเติบโตเพียงแค่ยอดขาย แต่ให้ความสำคัญกับการสร้าง Community และ Brand Trust ควบคู่กันไป เพราะหากแบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมั่นและความผูกพันกับผู้บริโภคได้ตั้งแต่ช่วงวัยนี้ ความสัมพันธ์ดังกล่าวจะมีคุณค่าในระยะยาวอย่างมาก” นางสาวทรงสมร กล่าวเสริม

ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและความยั่งยืน นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับวัยแล้ว Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) ยังให้ความสำคัญกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ โดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระดาษคราฟท์ที่สามารถรีไซเคิลได้ การลดชั้นบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น รวมถึงการใช้ Water-Based Printing ขณะเดียวกัน การเลือกใช้ Upcycled Ingredients ยังช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับวัตถุดิบ ลดการสูญเสียทรัพยากร และสะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในทุกมิติของการใช้ชีวิต

ก้าวสู่ Thailand’s Leading Teen Beauty Brand ด้วยจุดแข็งด้าน First-Mover Advantage การเป็นแบรนด์ไทยรายแรกที่มุ่งเน้นตลาดวัย 10-20 ปีอย่างชัดเจน ควบคู่กับโมเดล Teen Love Parent Trust ระบบนิเวศความงามครบวงจร และการสร้าง Emotional Storytelling ผ่านตัวละคร Zadi และ Jo ทำให้แบรนด์มีศักยภาพในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม Teen Beauty ของไทยในระยะยาว Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) ตั้งเป้าสู่การเป็น Thailand’s Leading Teen Beauty Brand พร้อมขยายการเติบโตไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีพฤติกรรมผู้บริโภคและวัฒนธรรมการบริโภคความงามใกล้เคียงกับประเทศไทย “เราเชื่อว่า Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) สามารถเติบโตจากแบรนด์ไทยสู่การเป็นแบรนด์ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ของ Teen Beauty ในเอเชีย เป้าหมายของเรา คือการเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างวัยรุ่นในช่วงเวลาสำคัญของการเติบโต ช่วยให้พวกเขาดูแลตัวเองอย่างพอดี สนุก และมั่นใจในแบบของตัวเอง พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับตัวเอง และระหว่างผู้ปกครองกับลูกผ่านผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับช่วงวัย” นางสาวทรงสมร กล่าวทิ้งท้าย

ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) กำลังก้าวจากการเป็นแบรนด์ความงามสัญชาติไทยสู่การเป็นผู้นำการสร้างวัฒนธรรม Teen Beauty ยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงสุขภาพผิว การแสดงออกทางตัวตน และการเติบโตทางอารมณ์เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล พร้อมสร้างการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับการส่งมอบคุณค่าเชิงบวกให้กับคนรุ่นใหม่ในระยะยาวอย่างยั่งยืน


บทความที่เกี่ยวข้อง
เอพี ไทยแลนด์ - มิตซูบิชิ เอสเตท เปิดตัว ASPIRE สุขุมวิท 103  คอนโดใหม่ Green Low-rise เลี้ยงสัตว์ได้ ใกล้ BTS อุดมสุข เพียง 3 นาที  1 ห้องนอนใหญ่ เริ่ม 2.59 ล้านบาท  
นางสาวนิยมาพร โต๊ะสงวนพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดและการขาย ธุรกิจกลุ่มสินค้าคอนโดมิเนียม บมจ. เอพี ไทยแลนด์ กล่าวว่า ASPIRE สุขุมวิท 103 คือแฟลกชิปโปรเจกต์ใหม่ มูลค่าโครงการ 3,200 ล้านบาท จำนวน 1,126 ยูนิต
18 พ.ย. 2025
จากกลไกสู่ผลลัพธ์จริง กระทรวง อว. โดย สอวช. ขับเคลื่อน University Holding Company  สร้างธุรกิจนวัตกรรมกว่า 110 บริษัท รวมทุนจดทะเบียนกว่า 500 ล้านบาท
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)
18 ก.พ. 2026
SME D Bank เข้าแสดงความยินดี นายธนกร วังบุญคงชนะ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank
14 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy