แชร์

ฟุตบอลโลก 2026 จุดกระแสเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัว ทองคำชะลอการเคลื่อนไหว รอปัจจัยใหม่กำหนดทิศทาง

อัพเดทล่าสุด: 18 มิ.ย. 2026
303 ผู้เข้าชม

ฮั่วเซ่งเฮงชี้แรงหนุนจากมหกรรมกีฬาอาจกดดันทองคำระยะสั้น ทว่าเฟด เงินเฟ้อ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวแปรชี้ขาด ราคาทองคำโลกเผชิญแรงขยายต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,020 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (SMA200) ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนกลับมาอยู่ในโหมดระมัดระวังมากขึ้น และทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักเริ่มประเมินว่า ราคาทองคำอาจมีโอกาสอ่อนตัวลงต่ำกว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์ หากปัจจัยมหภาคยังไม่เอื้อต่อการฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว ตลาดกลับได้รับปัจจัยใหม่ที่น่าสนใจ นั่นคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งอาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่าง FIFA World Cup 2026

การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม 2026 ภายใต้การเป็นเจ้าภาพร่วมของสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการขยายจำนวนทีมเข้าร่วมแข่งขันเป็น 48 ทีม และเพิ่มจำนวนแมตช์การแข่งขันเป็น 104 นัด ซึ่งทำให้การแข่งขันครั้งนี้มีขนาดและมูลค่าของการจัดงานใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ส่งผลให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอเมริกาเหนืออย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในเมืองเจ้าภาพและภาคบริการของสหรัฐฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง การจัดอีเวนต์ และอุตสาหกรรมความบันเทิง

ผลการศึกษาของ OpenEconomics (OE) ที่เผยแพร่ผ่าน FIFA และองค์การการค้าโลก (WTO) ประเมินว่า การแข่งขัน FIFA World Cup 2026 อาจช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (GDP) ให้กับสหรัฐฯ ราว 17,200 ล้านดอลลาร์ และสนับสนุนการจ้างงานประมาณ 185,000 ตำแหน่ง ผ่านการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การเดินทาง และภาคบริการ แม้เม็ดเงินดังกล่าวจะคิดเป็นสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ผลบวกมีแนวโน้มกระจุกตัวในเมืองเจ้าภาพและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคบริการ

การฟื้นตัวของภาคบริการและตลาดแรงงานดังกล่าว อาจช่วยเสริมภาพลักษณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ให้แข็งแกร่งมากขึ้นในระยะสั้น ซึ่งส่งผลต่อการคาดการณ์นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และทิศทางการลงทุนในตลาดโลก ถึงกระนั้น ฟุตบอลโลกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะถัดไป เนื่องจากตลาดยังคงให้น้ำหนักกับปัจจัยมหภาคที่สำคัญมากกว่า

ปัจจุบัน นักลงทุนยังคงจับตา 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย
1) ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน
2) แนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดภายใต้แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
3) ทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังได้รับแรงสนับสนุนจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อราคาทองคำ เนื่องจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวมีแนวโน้มหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และค่าเงินดอลลาร์ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ และลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้น แม้ฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานของสหรัฐฯ แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางราคาทองคำ

"การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์และ Bond Yield ในระยะสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักที่ตลาดให้ความสำคัญยังคงอยู่ที่แนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และทิศทางเงินเฟ้อโลก"

ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่า ภาพการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงนี้ยังอยู่ในภาวะ "เสีย Momentum" หลังหลุดระดับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ซึ่งสะท้อนแรงกดดันทางเทคนิคในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การอ่อนตัวของราคาทองคำในรอบนี้ อาจยังไม่ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่แนวโน้มขาลงอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานระยะยาว ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ระดับหนี้สาธารณะทั่วโลก และการเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางหลายประเทศ ยังคงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง

ในระยะต่อไป นักลงทุนควรติดตามทิศทางเงินเฟ้อและนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ยังคงมีอิทธิพลต่อทิศทางราคาทองคำมากกว่าแรงหนุนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากมหกรรมกีฬาโลก

ท้ายที่สุด ฟุตบอลโลก 2026 อาจเป็นเพียงแรงส่งระยะสั้นที่ช่วยเติมสีสันให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่สำหรับตลาดทองคำแล้ว เกมที่แท้จริงยังคงอยู่ที่การต่อสู้ระหว่างเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีมากกว่าเสียงเชียร์จากข้างสนาม


บทความที่เกี่ยวข้อง
ฮอนด้า แนะนำ ‘CR-V e:HEV ใหม่’ พร้อมระบบฟูลไฮบริด e:HEV ทั้งไลน์อัป  เพิ่ม Blind Spot Information และ Cross Traffic Monitor ทุกรุ่นย่อย และหลากฟีเจอร์ล้ำสมัย  เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น ด้วยราคาประมาณการเริ่มต้นไม่เกิน 1,4XX,XXX บาท  เปิดจองสิทธิ์แล้ววันนี้กับโป
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำและเปิดรับจองสิทธิ์ Honda CR-V e:HEV ใหม่ รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ปรับไลน์อัปเป็นฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับ SUV
7 พ.ย. 2025
พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ชวนวางแผนการเงินอย่างรอบด้าน เลือกแผนประกันที่ตอบโจทย์กับเป้าหมายชีวิต
ในวันที่ผู้บริโภคมีทางเลือกทางการวางแผนทางเงินหลากหลาย ทั้งเงินฝาก กองทุนรวม หุ้น และประกันชีวิต การเลือกเครื่องมือและวางแผนที่เหมาะสมกับเป้าหมายของตนเองจึงมีความสำคัญ
23 ก.ค. 2026
KBank ชวนกิน เที่ยว ช้อปสุดชิล จัดโปรคุ้มฟิน “Sunday K PLUS ช่วยเพย์” สแกนจ่ายผ่าน  K PLUS รับเงินคืนสูงสุด 100 บาท
ธนาคารกสิกรไทยมอบความคุ้มสุดฟินให้ลูกค้าใช้ K PLUS กิน เที่ยว ช้อป สุดชิลทุกวันอาทิตย์ กับแคมเปญ “Sunday K PLUS ช่วยเพย์” สแกนจ่าย QR ผ่าน K PLUS ที่ 3 ร้านค้า
1 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy