“KTIS – Suntory - VIVE” โชว์ความสำเร็จเกษตรฟื้นฟูปี 2 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 30-35% เผยปี 3 มุ่งขยายผลเชิงพาณิชย์สู่โมเดลรักษ์โลกที่สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

เปิดผลสำเร็จปีที่ 2 ของโครงการ “เกษตรเชิงฟื้นฟู” ภายใต้ความร่วมมือของ 3 กลุ่มใหญ่ - กลุ่ม KTIS, Suntory และ VIVE สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 30-35% ในขณะที่ยังคงรักษาศักยภาพการผลิตอ้อยในเชิงพาณิชย์ได้อย่างมั่นคง เผยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการลดใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์และลดการใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการเพาะปลูก ประกาศเดินหน้าต่อเนื่องในปีที่ 3 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของระยะนำร่อง โดยมุ่งเน้นศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายผลเชิงพาณิชย์ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
นายประพันธ์ ศิริวิริยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า กลุ่ม KTIS มีความมุ่งมั่นในการยกระดับการผลิตสู่ความยั่งยืน จึงได้มีความร่วมมือกับ Suntory ผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับโลก และ VIVE ผู้นำระดับโลกด้านความยั่งยืนทางการเกษตร เพื่อพัฒนาแนวทางเกษตรเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture: RA) ที่สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่อุปทานได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในปีที่ 2 ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลการทดสอบในแปลงทดลองใน 2 พื้นที่ชี้ชัดว่า แนวทางการทำเกษตรเชิงฟื้นฟูสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับการเพาะปลูกแบบดั้งเดิม โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 30-35% ซึ่งหลักๆ มาจากการลดการใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์ และการลดการใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการเพาะปลูก นอกจากนี้ ยังสามารถลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซ (Emissions Intensity) ลงถึง 20-25%
อย่างไรก็ตาม แม้จะพบว่า ปริมาณผลผลิตในแปลงเกษตรฟื้นฟูจะต่ำกว่าแปลงควบคุมเล็กน้อย แต่ภาพรวมยังคงมีความมั่นคง และสามารถดำเนินการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้อย่างคุ้มค่า ที่สำคัญคือ คุณภาพความหวานของอ้อย (Sucrose Quality) ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับวิธีเดิม ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าระบบการผลิตที่ใช้ปัจจัยการผลิตน้อยลงสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพในห่วงโซ่อุตสาหกรรมน้ำตาลได้จริง
ด้านนายไบรอัน โกลเดน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Global Supply Solutions บริษัท Suntory Business Expert APAC Pte. Ltd. กล่าวว่า ความสำเร็จในปีที่ 2 นี้เป็นสัญญาณว่าโครงการกำลังเดินมาถูกทาง และสะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่าง ซันโทรี่, KTIS และ VIVE ในการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการมีดินที่มีสุขภาพดีขึ้น
“เกษตรเชิงฟื้นฟูนี้สามารถฟื้นฟูคุณภาพดิน ทำให้มีปริมาณอินทรียวัตถุและระดับฟอสฟอรัสเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์และความยืดหยุ่นของดินให้พร้อมรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างเกราะคุ้มกันภาวะโลกร้อน และเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว” นายไบรอันกล่าว
สำหรับก้าวต่อไปในปีที่ 3 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของระยะนำร่อง จะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายผลเชิงพาณิชย์ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อตอกย้ำว่าแนวทางเกษตรฟื้นฟูเป็นแนวปฏิบัติที่ทำได้จริงและคุ้มค่า สำหรับการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานน้ำตาลของประเทศไทย อันจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทยอย่างยั่งยืน


