แชร์

Gastronomy tourism : ท่องเที่ยวเชิงอาหาร … เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่ต้องจับตา

อัพเดทล่าสุด: 24 มิ.ย. 2026
125 ผู้เข้าชม

KEY SUMMARY

Gastronomy tourism คือรูปแบบการท่องเที่ยวที่ใช้ “อาหาร” เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คนกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น

การท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Gastronomy tourism คือ รูปแบบการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการเดินทางเพื่อแสวงหา ลิ้มลอง และมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มของแต่ละพื้นที่ โดยครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เช่น การเรียนรู้แหล่งกำเนิดของวัตถุดิบ การผลิต การแปรรูป การปรุง ไปจนถึงการบริโภคอาหารในบริบทต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นนั้น ๆ รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษของแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย เช่น เทศกาลอาหาร (Food festival) หรือตลาดพื้นเมืองต่าง ๆ เป็นต้น

มูลค่าตลาดการท่องเที่ยวเชิงอาหารโลกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2034

ตลาดการท่องเที่ยวเชิงอาหารโลกในปี 2024 มีมูลค่าอยู่ที่ 13,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอยู่ที่ 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2034 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR growth) ที่ 19.8% ต่อปี เนื่องจากการท่องเที่ยวรูปแบบนี้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มองหาการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านอาหารในบทบาทของ Food travelers ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ แนวโน้มการเติบโตของการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ยังได้รับอิทธิพลจาก Social media ต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นความสนใจและดึงดูดให้ตลาด Gastronomy tourism ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยพบว่าปัจจุบันเอเชียแปซิฟิกครองส่วนแบ่งตลาดการท่องเที่ยวเชิงอาหารสูงที่สุด โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ราว 1 ใน 3 ของมูลค่าทั้งหมดในตลาดโลก เป็นผลจากความหลากหลายของวัฒนธรรมการรับประทานอาหาร (Culinary diversity) ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละประเทศ นอกจากนี้ อาหารยังถูกหล่อหลอมให้เป็นส่วนหนึ่งของประเพณี ศาสนา และชีวิตประจำวัน

ไทยมีศักยภาพและความพร้อมสูงในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงอาหารโลก ผ่านการต่อยอดอุตสาหกรรมอาหารซึ่งมีความเข้มแข็งเป็นทุนเดิม

การประเมินภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติประจำปี 2025 จัดทำโดยบริษัท เคเนติกส์ คอนซัลติ้ง จำกัด ภายใต้การว่าจ้างของ ททท. ระบุว่า  ไทยได้รับการโหวตเป็นอันดับ 2 ในด้านแหล่งท่องเที่ยวด้านอาหาร รองจากญี่ปุ่น สะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพที่แข็งแกร่งของไทยในหลายมิติ ทั้งความพร้อมเชิงกายภาพและความมั่นคงด้านวัตถุดิบอาหารที่อยู่ในระดับสูง, อัตลักษณ์และรสชาติอาหารที่โดดเด่นและมีเสน่ห์เฉพาะตัว, คุณภาพและมาตรฐานอาหารในระดับสากล, ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ      

ไทยสามารถพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงอาหารให้ก้าวล้ำขึ้นไปอีกขั้น เพื่อปลุกปั้นให้เป็นฟันเฟืองตัวใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

SCB EIC มองว่า ไทยสามารถเรียนรู้จากความสำเร็จของโมเดลการท่องเที่ยวเชิงอาหารในต่างประเทศ เพื่อนำมาพัฒนา ต่อยอด และปรับใช้ในการปิดจุดอ่อน และสนับสนุนการเติบโตของตลาดการท่องเที่ยวเชิงอาหารในประเทศ โดยประเด็นที่สำคัญได้แก่ 1) ยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยและความปลอดภัยของอาหาร 2) ยกระดับการเล่าเรื่อง (Storytelling) และการสร้างแบรนด์ท้องถิ่น 3) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึง 4) ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบครบวงจร และ 5) สนับสนุนให้เกิดการใช้ Soft power และทำกลยุทธ์การตลาดอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อกระจายรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ชุมชน สนับสนุนการจ้างงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และนวัตกรรม และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยผ่านจุดแข็งด้านอาหารอย่างยั่งยืน

แต่ความท้าทายสำคัญ คือการออกแบบนโยบายและแผนงานเพื่อสนับสนุนและผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอาหารที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและครบวงจร

การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหารให้เกิดผลลัพธ์อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยการออกแบบนโยบายและแผนงานที่เป็นระบบ เชื่อมโยง และครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการผลิต การบริการ การตลาด และการบริหารจัดการ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างเกษตรกรต้นน้ำ ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวอย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลร่วมกันอย่างไหลลื่นทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ (Seamless ecosystem) ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนรวมของทั้งระบบลงได้อีกด้วย ดังนั้น การกำหนดกรอบนโยบายแบบบูรณาการ (Integrated approach) จึงเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
เวียตเจ็ทไทยแลนด์ คว้ารางวัล The Most Beloved Employer จากเวที Future Trends Awards 2026 ขึ้นแท่นองค์กรขวัญใจคนรุ่นใหม่ ปักหมุดสร้างทักษะบุคลากรคุณภาพสูงสู่โลกการบิน
สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ คว้ารางวัล The Most Beloved Employer Awards 2026 สาขา Young Professional Love หรือรางวัลสุดยอดองค์กรยอดนิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ จากเวที Future Trends Awards 2026
10 มี.ค. 2026
ทีทีบี ประกาศกลยุทธ์ ปี 2569 “Empower Your REAL Change”  เดินหน้ายกระดับ 3+ เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นของคนไทย
ทีทีบี ประกาศทิศทางธุรกิจ ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Empower Your REAL Change” พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ “ยกระดับ 3+” เพื่อยกระดับการช่วยเหลือลูกหนี้
14 มี.ค. 2026
เอไอเอ ประเทศไทย มอบรางวัล “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools” ปีที่ 4  เชิดชู 26 โรงเรียนต้นแบบสุขภาพดีจากทั่วประเทศ
เอไอเอ ประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัล “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools” ปีที่ 4 เพื่อเชิดชูเกียรติแก่โรงเรียนที่ชนะเลิศโครงการฯ ในปีนี้รวมทั้งสิ้น 26 โรงเรียน ซึ่งในปีนี้มีโรงเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวนมากกว่า 1,600 โรงเรียนจากทั่วประเทศ และมีโรงเรียนจำนวนกว่า 150 แห่ง
26 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy