แชร์

NER สุดแกร่ง! ติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ล่าสุดขยับรั้งอันดับ 298 ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจและความสามารถแข่งขันในภูมิภาค

อัพเดทล่าสุด: 29 มิ.ย. 2026
167 ผู้เข้าชม

บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 500 บริษัทขนาดใหญ่ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีรายได้สูงสุด ประจำปี 2569 จากการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการ และความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาค ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้นำการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม และสินค้าปลายน้ำแผ่นยางพาราปูพื้นคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มผู้ค้าคนกลางทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในบริษัทขนาดใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ของนิตยสาร Fortune ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2024–2026 โดยบริษัทฯ ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 355 ในปี 2024, ลำดับที่ 328 ในปี 2025 และล่าสุดในปี 2026 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ลำดับที่ 298 สะท้อนการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาคอย่างเป็นลำดับขั้น

ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การยกระดับคุณภาพสินค้า และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

การจัดอันดับดังกล่าวจัดทำโดยนิตยสาร Fortune โดยพิจารณาจากบริษัทที่มีรายได้สูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุม 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา สะท้อนภาพรวมการเติบโตของภาคธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยางธรรมชาติและวัตถุดิบ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเชื่อมโยงภาคการผลิตโลก

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) บริษัทฯ มีรายได้รวม 30,510.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,014.04 ล้านบาท หรือ 10.96% และมีกำไรสุทธิ 1,884.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 232.05 ล้านบาท หรือ 14.04% โดยมีปริมาณการขายรวม 475,430 ตัน เพิ่มขึ้น 36,251 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 8.25% จากปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการใช้ยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทีทีบี ขยับมาตรฐานบัญชีเงินฝาก ชวนตั้งคำถามใหม่  ทำไมสิทธิประโยชน์ต้องแยกหลายบัญชี ทั้งที่ลูกค้าควรได้ครบในบัญชีเดียว
ทีทีบี ชวนผู้บริโภคและตลาดตั้งคำถามใหม่ต่อบทบาทของ “บัญชีเงินฝาก” ในชีวิตประจำวัน หลังพบว่าคนไทยส่วนใหญ่แม้จะมีบัญชีธนาคารอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากสิทธิประโยชน์ถูกออกแบบแยกส่วน
11 พ.ค. 2026
มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ สนับสนุนการศึกษาน้องๆ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์
ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ (ยืนกลางซ้าย) ประธานมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ มอบเงินบริจาคช่วยการศึกษาแก่เด็กนักเรียนผู้พิการ โดยมีนางสาววรรณวนัช กันพรม
7 เม.ย. 2026
สำนักงาน คปภ. ลงพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ กำหนดมาตรการอำนวยความสะดวกให้ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ เข้าถึงการช่วยเหลือด้านประกันภัยได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ได้มอบหมายให้นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ และคณะ ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่
11 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy