แชร์

เลือด...ของขวัญจากคนแปลกหน้า เมื่อการให้เพียงหนึ่งครั้ง อาจกลายเป็นทั้งชีวิตของใครอีกหลายคน

อัพเดทล่าสุด: 2 ก.ค. 2026
107 ผู้เข้าชม

เราอาจใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองและคนที่รัก วางแผนการเงิน สร้างหลักประกัน และเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของวันพรุ่งนี้ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครสามารถเตรียมไว้เพื่อตัวเองได้ นั่นคือ "โลหิต"

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรง เมื่อผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน หรือเมื่อแม่คนหนึ่งกำลังต่อสู้กับภาวะตกเลือดหลังคลอด สิ่งที่พวกเขาต้องการในนาทีชีวิต ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยหรือยาที่ราคาแพงที่สุด แต่คือโลหิตจากใครสักคน... ใครคนนั้นที่อาจเป็นคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยพบหน้า ไม่เคยเอ่ยชื่อ แต่กลับเป็นผู้มอบโอกาสให้ชีวิตได้ดำเนินต่อ นี่คือความงดงามของ "การให้" ที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน และเป็นเหตุผลว่าทำไม "คลังโลหิตสำรอง" จึงเป็นเสมือนคลังแห่งความหวังของผู้คนทั้งประเทศ

"เลือดต้องรอผู้ป่วย ไม่ใช่ผู้ป่วยรอเลือด"

หลายคนอาจเข้าใจว่า โลหิตจะถูกจัดหาเมื่อมีผู้ป่วยต้องการ แต่ความจริงแล้วระบบการแพทย์ไม่สามารถรอเช่นนั้นได้ เพราะชีวิตแข่งกับเวลา ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือเส้นแบ่งระหว่าง "โอกาสรอด" กับ "ความสูญเสีย" ในแต่ละปี ประเทศไทยมีความต้องการใช้โลหิตสูงถึงประมาณ 2.5 ล้านยูนิตต่อปี (หรือคิดเป็น 1 พันล้านซี.ซี.) และแนวโน้มยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการรักษาโรคที่ซับซ้อน ขณะเดียวกัน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จำเป็นต้องมีโลหิตสำรองอย่างน้อย 3,000 ยูนิต (หรือคิดเป็น 1.2 ล้านซี.ซี.) ในแต่ละวัน เพื่อให้โรงพยาบาลทั่วประเทศสามารถเบิกใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้ คือชีวิตของผู้คนที่ไม่อาจรอได้ สิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ ผู้ที่ใช้โลหิตมากที่สุดไม่ใช่เพียงผู้ประสบอุบัติเหตุเท่านั้น หากแต่เป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องได้รับเกล็ดเลือดหลังเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคเลือดและธาลัสซีเมียที่ต้องรับเลือดเป็นประจำทุกเดือนตลอดชีวิต เด็กแรกเกิดที่มีภาวะโลหิตจาง และผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งทุกคนต่างรอคอย "โอกาส" จากโลหิตที่มีผู้บริจาคเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า

ทุกครั้งที่มีผู้บริจาคโลหิตหนึ่งคน ความหวังไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยเพียงคนเดียว เพราะโลหิตหนึ่งยูนิตสามารถแยกเป็นเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และพลาสมา เพื่อนำไปช่วยรักษาผู้ป่วยได้มากกว่าหนึ่งราย การบริจาคเพียงครั้งเดียว จึงอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของหลายครอบครัวได้พร้อมๆ กัน

ทว่า โลหิตไม่ใช่ทรัพยากรที่สามารถเก็บสะสมไว้ได้ตลอดไป เม็ดเลือดแดงมีอายุการเก็บรักษาเพียงประมาณ 35–42 วัน ขณะที่เกล็ดเลือดมีอายุสั้นมากเพียง 5–7 วันเท่านั้น นั่นหมายความว่า คลังโลหิตไม่สามารถเติมเต็มครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องอาศัย "ผู้ให้" ที่หมุนเวียนมาบริจาคอย่างสม่ำเสมอ การบริจาคโลหิตจึงไม่ใช่กิจกรรมเฉพาะกิจในช่วงที่มีภัยพิบัติหรือเทศกาลอุบัติเหตุใหญ่ แต่คือการร่วมกันสร้างหลักประกันสาธารณสุขให้สังคมในทุกๆ วัน

แนวคิดการสร้างหลักประกันความมั่นคงนี้เอง ที่ทำให้ ภาคธุรกิจประกันชีวิตโดยมีสมาคมประกันชีวิตไทยเป็นแกนหลักร่วมมือกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเนื่องใน วันประกันชีวิตแห่งชาติ มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 16 ปี โดยมีปริมาณโลหิตที่ได้รับบริจาคไปแล้วทั้งหมด 102,022 ยูนิต (หรือคิดเป็น 35,707,869 ซี.ซี.) จากผู้บริจาคโลหิตทั้งหมด 71,039 คน เพราะตระหนักดีว่าการดูแลชีวิตไม่ได้เริ่มต้นในวันที่เกิดความสูญเสีย แต่เริ่มต้นจากการร่วมสร้างโอกาสให้ผู้คนได้มีชีวิตอยู่ต่อไป หากกรมธรรม์คือหลักประกันทางการเงินการบริจาคโลหิตก็คือหลักประกันทางชีวภาพที่ช่วยต่อลมหายใจให้เพื่อนมนุษย์

ซึ่งในปี 2569 นี้ได้ตั้งเป้าหมายในจัดหาโลหิตปริมาณโลหิตไว้ที่ 20,000 ยูนิต (หรือคิดเป็น 8,000,000 ซี.ซี.) จากผู้บริจาคโลหิต 20,000 คน เพื่อสำรองคลังเลือดให้พร้อมสู้กับทุกวิกฤตทางการแพทย์ ในโอกาสนี้ สมาคมประกันชีวิตไทยจึงขอเชิญชวนประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อความหวังและสร้างปาฏิหาริย์แห่งชีวิตร่วมกัน โดยมีรายละเอียดกิจกรรมดังนี้

  • ส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) : วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
  • ส่วนภูมิภาค (53 จังหวัด) : ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 จนถึง 31 สิงหาคม 2569 ณ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตที่ร่วมโครงการในแต่ละจังหวัด

สิทธิพิเศษสำหรับผู้บริจาคโลหิตภายใต้วันประกันชีวิตแห่งชาติ เพียงแจ้งรหัส Code “0J0221” ในการบริจาค เพื่อรับ กระเป๋าผ้า เป็นที่ระลึกเพื่อแทนคำขอบคุณ

การให้ที่ยิ่งใหญ่...ไม่จำเป็นต้องใช้เงินตรามากมาย เพียงสละเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงและยื่นแขนข้างหนึ่งออกมา สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่าโลหิตหนึ่งถุง อาจกลายเป็นรอยยิ้มของพ่อแม่ที่ได้ลูกกลับบ้าน เป็นอ้อมกอดของลูกที่ยังมีแม่อยู่เคียงข้าง และเป็นวันพรุ่งนี้ของใครอีกหลายคน

เพราะในวันที่เราแข็งแรง เลือดหนึ่งถุงอาจเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ในร่างกาย แต่ในวันที่ใครคนหนึ่งกำลังหมดหวัง... เลือดถุงเดียวกันนั้น อาจหมายถึง "ทั้งชีวิต"


บทความที่เกี่ยวข้อง
ฮอนด้า เผยไฮไลต์การจัดแสดง ณ งาน Japan Mobility Show 2025  นำโดยผลิตภัณฑ์หลัก 4 รุ่น ที่เตรียมเผยโฉมครั้งแรกในโลก  พร้อมด้วยรถยนต์ต้นแบบรุ่นใหม่จาก Honda 0 Series
นับตั้งแต่ก่อตั้ง ฮอนด้าขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งความฝันของพนักงาน โดยใช้ความคิดและเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้าในการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี ในฐานะบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน
30 ก.ย. 2025
กลุ่มธุรกิจเรเว่ คว้ารางวัล Best Employer Brand on LinkedIn จากเวที LinkedIn Talent Awards 2025
กลุ่มธุรกิจเรเว่ เครือข่ายธุรกิจยานยนต์พลังงานใหม่ ระดับชั้นนำของประเทศไทย คว้ารางวัล Best Employer Brand on LinkedIn จากเวที LinkedIn Talent Awards 2025
11 พ.ค. 2026
Dyson เปิดตัวสีลิมิเต็ดอิดิชั่น Ceramic Apricot ในไทย เป็นประเทศแรกของโลก!  พร้อมต้อนรับ สกาย วงศ์รวี ขึ้นแท่น Friend of Dyson Beauty คนล่าสุด
- พบคอลเลกชันใหม่สี Ceramic Apricot วางจำหน่ายในกลุ่มอุปกรณ์ดูแลเส้นผม Dyson Beauty - คอลเลกชันพิเศษสำหรับฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ที่ได้แรงบันดาลใจจากวันครีษมายัน (Summer Solstice)
16 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy