แชร์

“โสดสนิท รักชีวิตอิสระ” วิจัยกรุงศรีเผย คนไทยในเขตเมืองราว 1 ใน 4 เลือก “อยู่คนเดียว” เปย์ตัวเองเป็นหลัก เตรียมวางแผนเพื่อสุขภาพระยะยาว

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ค. 2026
228 ผู้เข้าชม

8 กรกฎาคม 2569) — ในวันที่กรุงเทพฯ เต็มไปด้วยคอนโดห้องเล็กกะทัดรัดและร้านอาหารโต๊ะ 1 ที่นั่งผุดขึ้นทุกมุมเมือง ตัวเลขจาก “The Single Economy Survey Part 2: การพักอาศัยและไลฟ์สไตล์ของการอยู่คนเดียว” โดยวิจัยกรุงศรี ที่สำรวจคนเมืองอายุ 24 ปีขึ้นไปกว่า 2,202 คน ได้ตอกย้ำความจริงคือ “การเป็นโสดหรืออยู่คนเดียว” ไม่ใช่เรื่องชั่วคราวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นไลฟ์สไตล์กระแสหลักที่กำลังจะพลิกโฉมธุรกิจทั้งระบบ

คนไทยรักการอยู่คนเดียวมากกว่าที่คิด

ตามรายงานของ Euromonitor ปี 2568 ประเทศไทยมีสัดส่วนครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวสูงถึง 29.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ซึ่งอยู่ที่ 21.9% อย่างชัดเจน และถ้าแนวโน้มนี้ยังโตต่อเนื่องปีละ 1.8% เท่ากับว่าภายในปี 2585 ประเทศไทยจะมีผู้ที่พักอาศัยอยู่คนเดียวทะลุ 40% ของครัวเรือนทั้งหมด คำถามสำคัญคือ คนลักษณะใดมีแนวโน้ม “อยู่คนเดียว” มากที่สุด? ซึ่งผลสำรวจชี้ชัดว่า คนที่อยู่คอนโดมิเนียม มีโอกาสอยู่คนเดียวมากกว่าผู้ที่ไม่ได้อยู่คอนโด ถึง 6.5 เท่า คนไม่มีบุตร เลือกอยู่คนเดียวถึง 31% เทียบกับ
คนมีบุตรที่มีเพียง 5% และกลุ่ม LGBTQ+ มีสัดส่วนอยู่คนเดียวสูงสุดถึง 39% มากกว่าผู้หญิง 23% และผู้ชาย 19% เมื่อถามว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดของ “ชีวิตโสด” 58% บอกว่าชอบชีวิตอิสระ อยากกิน อยากเที่ยว อยากช้อป ทำได้ตามใจไม่ต้องรอใคร ในขณะที่ 57% บอกว่าวางแผนชีวิตง่าย สามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้เร็วขึ้น และ 54% บอกว่า ชอบที่ชีวิตยืดหยุ่นได้ จัดสรรเวลาให้ตัวเอง ได้เต็มที่ ที่น่าทึ่งคือมีเพียง 1% เท่านั้นที่รู้สึกว่าการเป็นโสดไม่มีข้อดีเลย



อยู่คนเดียว vs อยู่ร่วมกับคนอื่น

ผลสำรวจพบว่าเกือบ 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดอาศัยอยู่คนเดียว โดยเกือบครึ่งของกลุ่มนี้นิยมอยู่คอนโด/ห้องชุด และยังพบว่า 1 ใน 10 ของผู้ตอบฯ ที่เป็นคนโสดและอยู่คนเดียว มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่ของตนเอง ในขณะที่ผู้ตอบฯ ราว 3 ใน 4 พักอาศัยร่วมกับผู้อื่นจะอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยว/ทาวน์เฮ้าส์ กลุ่มที่อยู่ร่วมกับผู้อื่นนี้ 49% อยู่กับมารดา บิดา หรือญาติผู้ใหญ่เป็นหลัก 41% อยู่กับแฟนหรือคู่สมรส และอีก 10% อยู่กับพี่น้อง ลูกพี่ลูกน้อง เพื่อน หรือลูกหลาน ที่น่าสนใจคือสถานะความสัมพันธ์ของทั้งสองกลุ่มต่างกันชัดเจน นั่นคือ

·        กลุ่มที่อยู่คนเดียว (Solo Living) เป็นคนโสด 75% มีแฟนแต่ยังไม่สมรส 16% ส่วนที่แต่งงานแล้ว และหม้าย/หย่าร้าง มีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ราว 4-5%

·        กลุ่มที่อยู่ร่วมกับผู้อื่น (Co-Living) แต่งงานแล้ว 48% โสด 30% มีแฟน 18% หม้าย/หย่าร้าง 4% ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า “การอยู่คนเดียว” ในยุคนี้ผูกติดกับสถานะโสดเป็นหลัก ขณะที่คนแต่งงานแล้วส่วนใหญ่ยังคงเลือกใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวหรือคู่ชีวิตตามแบบแผนเดิม

อยู่คนเดียวตอนนี้ ≠ อยู่คนเดียวตลอดไป

แม้ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ถึง 73% เชื่อว่าสักวันหนึ่งชีวิตคงต้อง “อยู่คนเดียวและพึ่งพาตัวเอง” แต่นั่นไม่ได้แปลว่า คนที่อยู่คนเดียวอยู่แล้ววันนี้จะมองอนาคตแบบนั้นมากกว่าคนอื่น เพราะสิ่งที่กำหนดมุมมองนี้จริงๆ ไม่ใช่ “อยู่กับใครตอนนี้” แต่เป็นเรื่อง อายุ เพศ สถานะความสัมพันธ์ และการมีบุตร ผลวิจัยชี้ชัดว่า ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งมองเห็นภาพว่าวันหนึ่งจะต้องอยู่คนเดียวได้ชัดเจนกว่าคนรุ่นใหม่ และกลุ่ม LGBTQ+ มีโอกาสเห็นด้วยกับมุมมองนี้มากกว่าผู้ชายถึง 2.8 เท่า ในขณะที่ผู้หญิง มีโอกาสเห็นด้วยมากกว่าผู้ชาย 1.8 เท่า คนโสดมีโอกาสเห็นด้วยมากกว่าคนมีแฟนหรือแต่งงานแล้วราว 1.9 เท่า และคนไม่มีลูกมีโอกาสเห็นด้วยมากกว่าคนมีลูกราว 1.9 เท่าเช่นกัน พูดง่ายๆ คือ “การอยู่คนเดียววันนี้” กับ “ความเชื่อว่าต้องอยู่คนเดียวในวันข้างหน้า” เป็นคนละเรื่องกัน สิ่งที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่ง เตรียมใจพึ่งพาตัวเองมากกว่า กลับเป็นเพราะวัยที่มากขึ้น ตัวตนทางเพศ และเส้นทางชีวิตด้านครอบครัว มากกว่ารูปแบบที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน

เปิดไลฟ์สไตล์ “เปย์ตัวเอง รักษาสุขภาพ วางแผนชีวิตระยะยาว”

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือคนโสดและคนที่อาศัยอยู่คนเดียวมีแนวโน้มให้รางวัลตัวเองมากกว่ากลุ่มที่อยู่กับครอบครัว โดยเฉพาะในหมวดดูแลตัวเองและสุขภาพ จากการสำรวจพบว่า 30% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่พักอาศัยอยู่คนเดียว ระบุว่า ตนเองออกกำลังกายและเข้าฟิตเนสทุกสัปดาห์ ซึ่งสูงกว่ากลุ่มที่พักอาศัยร่วมกับผู้อื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าการอยู่คนเดียว เอื้อให้มีอิสระในการจัดตารางเวลาและรักษาวินัยออกกำลังกายได้มากกว่า เมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิต ตัวคนเดียวในอนาคต 62% ของผู้ตอบฯ เห็นตรงกัน นั่นคือ “การดูแลสุขภาพกาย-ใจ” ตามมาด้วยที่อยู่อาศัย (19%) การเพิ่มพูนความรู้ (14%) และการสร้างเครือข่ายทางสังคม (5%)

อีกหนึ่งข้อมูลที่สะท้อนความเข้มแข็งของกลุ่มคนที่อยู่คนเดียว คือเรื่องการดูแลตัวเองยามเจ็บป่วยร้ายแรง ผลสำรวจพบแนวโน้มชัดเจนว่า ยิ่งอายุมากขึ้น คนที่อยู่คนเดียวยิ่งวางใจให้ผู้ดูแลมืออาชีพเป็นที่พึ่งหลัก มากกว่าจะหวังพึ่งคนรอบข้าง ในกลุ่มวัยเข้าใจชีวิต (50+ ปี) ที่อยู่คนเดียว มากกว่าครึ่ง (61%) ยืนยันว่าจะดูแลตัวเองให้ถึงที่สุดหรือจ้างคนมาดูแลเมื่อเจ็บป่วย สัดส่วนนี้ลดหลั่นลงมาตามวัย เหลือ 55% ในวัยมั่นคง (40-49 ปี) และ 47% ในวัยสร้างตัว (24-39 ปี) สะท้อนว่ายิ่งผ่านชีวิตมามาก ยิ่งวางแผนพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก ในทางกลับกัน กลุ่มที่อยู่ร่วมกับผู้อื่นกลับมีพฤติกรรมตรงข้าม โดยวัยสร้างตัว (24-39 ปี) เป็นกลุ่มที่พึ่งพาญาติหรือคนรักให้มาดูแลมากที่สุดถึง 65% ตามมาด้วยวัยมั่นคง (40-49 ปี) ที่ 61% และวัยเข้าใจชีวิต (50+ ปี) ที่ 57% สะท้อนได้ว่า คนที่อยู่คนเดียวยิ่งอายุมากยิ่งพึ่งตัวเอง ส่วนคนที่อยู่ร่วมกับคนอื่นกลับพึ่งพาคนรอบข้างมากที่สุดตอนยัง หนุ่มสาว ก่อนจะค่อยๆ ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น

บทสรุปจากงานวิจัยของกรุงศรี ในประเด็น “การพักอาศัยและไลฟ์สไตล์ของการอยู่คนเดียว” ชี้ชัดว่า “เศรษฐกิจคนโสด” (Single Economy) ไม่ใช่แค่กระแสแต่คือโครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว คนกลุ่มนี้คือผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตของตัวเองอย่างไม่ลังเล ซึ่งกว่าครึ่งของผู้ตอบฯ ต้องการผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ออกแบบมาเฉพาะตัว เช่น บัญชีเงินฝากที่มาพร้อมแผนการเงินระยะยาว บริการเสริมที่เกี่ยวกับการดูแลหรือพยาบาลพิเศษยามเจ็บป่วย โปรโมชันสิทธิ์สมาชิกแอปหาคู่ระดับพรีเมียม หรือแคมเปญทริปท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้เดินทางคนเดียว สิ่งที่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวให้ทัน คือการก้าวสู่เศรษฐกิจแบบ “3S” (Single-Solo-Silver) ด้วยการออกแบบสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ทั้ง “คนโสด” และผู้ที่พักอาศัยอยู่คนเดียว ควบคู่กับการวางแผนธุรกิจเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมากขึ้นในอนาคต

รายงาน “The Single Economy Survey” โดยวิจัยกรุงศรี สำรวจผู้ตอบแบบสอบถาม 2,202 คน อายุ 24 ปีขึ้นไปที่อาศัยในเมือง ช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 ทางออนไลน์ https://www.krungsri.com/th/research/research-intelligence/solo-2026


บทความที่เกี่ยวข้อง
WALT DISNEY STUDIOS สร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้น  ในงาน CinemaCon® ณ ลาสเวกัส  เปิดไลน์อัปหนังฟอร์มยักษ์ปี 2026 พร้อมเซอร์ไพรส์แน่นเวที
Alan Bergman ประธานบริหาร Disney Entertainment, Studios ขึ้นเปิดเวที The Dolby Colosseum ใน Caesar's Palace ด้วยวิดีโอไฮไลต์ผลงานภาพยนตร์ที่จะเข้าฉาย
21 เม.ย. 2026
สาระ ล่ำซำ รับรางวัล Human Capital Development Award  จากงาน The Leadership Awards 2025  ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่โดดเด่นด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ จัดพิธีมอบรางวัล The Leadership Awards 2025  ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง และหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
3 ธ.ค. 2025
เมืองไทยประกันชีวิต น้อมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568  ณ วัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการ นางยุพา ล่ำซำ  นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางสลิล ล่ำซำ  นางจันทรา บูรณฤกษ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัท นายกนิช บุณยัษฐิติ กรรมการบริษัท
4 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy