แชร์

Farming Double Squeeze : ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพง ภัยแล้งซ้ำ EP.1 : El Niño 2026-2027 ร้อน แล้ง เสี่ยงรุนแรงกว่าอดีต

อัพเดทล่าสุด: 10 ก.ค. 2026
118 ผู้เข้าชม

KEY SUMMARY

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ El Niño รอบใหม่ที่ก่อตัวเร็ว เสี่ยงรุนแรง และมีโอกาสทำให้ปี 2027 กลายเป็นหนึ่งในปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ประกาศในเดือน มิ.ย. 2026 ว่า ภาวะ El Niño ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว และมีโอกาสถึง 63% จะพัฒนาไปสู่ระดับรุนแรงมาก ขณะที่ภาวะโลกร้อนเปรียบเสมือนปัจจัยเร่งที่อาจทำให้ผลกระทบจาก El Niño ระลอกนี้รุนแรงและยืดเยื้อกว่ารอบปกติ ทั้งในมิติอุณหภูมิโลกที่มีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ยการเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในบางภูมิภาค ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และบางส่วนของเอเชียใต้ มีความเสี่ยงเผชิญอากาศร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น

ไทยมีศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือกับ El Niño ในช่วงต้นฤดูการเพาะปลูกปี 2026 แต่ความเสี่ยงภัยแล้งจะทยอยชัดเจนขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีเป็นต้นไป

ระดับน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำหลักโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำช่วงต้นฤดูกาลเพาะปลูก ปี 2026 ได้ แต่ปริมาณฝนสะสมที่มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงครึ่งหลังของปี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาคเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานในภาคเหนือฝั่งตะวันออก ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลางฝั่งตะวันออก ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนล่าง ทั้งนี้หาก El Niño พัฒนาไปสู่ระดับรุนแรงมาก ความเสี่ยงต่อภาคเกษตรไทยอาจยกระดับจาก “แรงกดดันเฉพาะพื้นที่” ไปสู่ “ผลกระทบเป็นวงกว้าง” ในปี 2027

รายได้เกษตรกรไทยมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง หาก El Niño 2026–2027 พัฒนาไปสู่ระดับรุนแรงมาก โดยข้าวเปลือก อ้อย มันสำปะหลัง และประมง เสี่ยงได้รับผลกระทบสูงสุด

SCB EIC ประเมินว่า หาก El Niño ระลอกนี้พัฒนาไปสู่ระดับรุนแรงมาก (Very strong El Niño) รายได้เกษตรกรไทย มีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องในปี 2026–2027 ที่ -5% และ -2% ตามลำดับ โดยผลกระทบจาก El Niño จะเริ่มชัดเจนตั้งแต่ ช่วงปลายปี 2026 ผ่านปริมาณและคุณภาพผลผลิตที่ลดลง จากภาวะฝนน้อย ฝนทิ้งช่วง และภัยแล้งในบางพื้นที่

กลุ่มสินค้าเกษตรที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ ข้าวเปลือก อ้อย มันสำปะหลัง และประมง เนื่องจาก มีความอ่อนไหวต่อภาวะฝนน้อย อุณหภูมิสูง และคุณภาพน้ำที่ผันผวน ไม่เพียงเท่านี้ ความเสี่ยงดังกล่าวมีแนวโน้มส่งผ่านไปยังอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น โรงสี ผู้ส่งออกข้าว โรงงานน้ำตาล ธุรกิจเอทานอล อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบ รวมถึงโรงงานอาหารทะเลแปรรูป ผ่านแรงกดดันด้านปริมาณวัตถุดิบลดลง คุณภาพวัตถุดิบไม่สม่ำเสมอ และต้นทุนจัดหาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น

แม้ราคาสินค้าเกษตรบางกลุ่มอาจปรับเพิ่มขึ้นตามอุปทานที่ลดลงและช่วยพยุงรายได้เกษตรกรได้บางส่วน แต่แรงพยุง ด้านราคาคาดว่าจะชดเชยผลกระทบจากปริมาณและคุณภาพผลผลิตที่ลดลงได้เพียงบางส่วนเท่านั้น อีกทั้ง เกษตรกรไทยยังต้องเผชิญต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง ทั้งราคาปุ๋ย เชื้อเพลิง อาหารสัตว์ และต้นทุนการบริหารจัดการน้ำ

การรับมือ El Niño ต้องยกระดับจากการเยียวยา ไปสู่การบริหารความเสี่ยงล่วงหน้าแบบบูรณาการ

El Niño 2026–2027 เป็นสัญญาณเตือนว่า ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศกำลังกลายเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างของ ภาคเกษตรและเศรษฐกิจไทย การรับมือจึงไม่ควรจำกัดอยู่ที่การเยียวยาหลังเกิดความเสียหาย แต่ต้องครอบคลุมตั้งแต่ การบริหารจัดการน้ำ การวางแผนเพาะปลูก การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การบริหารจัดการแหล่งวัตถุดิบ และการพัฒนา
ระบบเตือนภัยเชิงพื้นที่ โดยภาครัฐ ภาคการเงิน เกษตรกร และธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน ควรร่วมกันพัฒนาแผนรับมือดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเสียหายต่อภาคเกษตร และสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทยต่อความผันผวนของสภาพอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

KEY POINTS

ปี 2026 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่ภาคเกษตรไทยต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภาพการผลิตที่อยู่ในระดับต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง และความสามารถทางการแข่งขันที่ลดลงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง ขณะเดียวกัน เกษตรกรไทยยังต้องเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่เข้ามาซ้ำเติมความเปราะบางดังกล่าว โดยเฉพาะ 1) ภาวะ El Niño ที่มีแนวโน้มกลับมาอีกครั้งและอาจรุนแรงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงในฤดูกาลเพาะปลูกปี 2026–2027 และ 2) ความผันผวนของตลาดปุ๋ยโลกจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อาจกดดันต้นทุนการผลิตผ่านราคาปุ๋ยเคมีและความเสี่ยงด้านอุปทานที่ตึงตัวมากขึ้น

สำหรับในส่วนแรกนี้ (EP.1) งานศึกษาจะมุ่งวิเคราะห์ความเสี่ยงและผลกระทบจากภาวะ El Niño 2026-2027 ต่อภาคเกษตรไทย โดยประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพยากรน้ำ ผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนระบุพื้นที่และกิจกรรมทางการเกษตรที่มีความเปราะบาง โดยผลการศึกษาจะช่วยสนับสนุนการเตรียมความพร้อมและกำหนดแนวทางการปรับตัวของเกษตรกร ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารความเสี่ยงในระยะสั้น และเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันและความยั่งยืนของภาคเกษตรไทยในระยะยาว

สัญญาณการก่อตัวของ El Niño 2026-2027

El Niño 2026-27 กลับมาเร็ว อาจลากยาวและรุนแรงกว่าปกติ

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ El Niño รอบใหม่ ที่ก่อตัวเร็วและอาจยืดเยื้อกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต โดยมีภาวะโลกร้อนเป็นปัจจัยเร่งให้ผลกระทบทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในเดือน มิ.ย. 2026 ว่า โลกกำลังเข้าสู่ภาวะ El Niño แล้ว และประเมินว่า มีโอกาสมากถึง 63% ที่เหตุการณ์ครั้งนี้จะพัฒนาเป็น Very strong El Niño[1] เนื่องจากพบสัญญาณบ่งชี้สำคัญ 2 ประการ ได้แก่ (รูปที่ 1)

1.      Ocean signal

สัญญาณจากเครื่องชี้ดัชนีมหาสมุทรหลายตัวชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า มหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนกำลังเปลี่ยนผ่านจากภาวะ La Niña ไปสู่ El Niño อย่างรวดเร็ว โดย Relative Oceanic Niño Index (RONI) หรือดัชนีวัด ความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณ Niño 3.4 เมื่อเทียบกับอุณหภูมิผิวน้ำทะเลเขตร้อนทั่วโลก ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2026 จนเข้าสู่ภาวะเป็นกลาง (ENSO-neutral) และเริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนผ่านสู่ El Niño ในอีกไม่ช้า อีกทั้ง เมื่อพิจารณาในรายพื้นที่ พบว่า สัญญาณการอุ่นตัวเริ่มชัดเจนจากฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกก่อน โดยดัชนี Niño 1+2 ซึ่งสะท้อนอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณใกล้ชายฝั่งเปรูและเอกวาดอร์ ปรับเพิ่มขึ้นถึง +2.1°C ในเดือน มิ.ย. 2026 สะท้อนว่ามวลน้ำอุ่นเริ่มก่อตัวแรงบริเวณแปซิฟิกตะวันออก และ ความร้อนดังกล่าวได้เริ่มแผ่ขยายเข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางมากขึ้น สะท้อนจากดัชนี Niño 3.4 ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ +0.9°C สูงกว่าเกณฑ์ El Niño threshold ที่ +0.5°C แล้ว

พัฒนาการของการอุ่นตัวในมหาสมุทรทั้งสองบริเวณนี้บ่งชี้ว่า ปรากฏการณ์ El Niño ได้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว และหากอุณหภูมิบริเวณ Niño 3.4 ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ก็จะยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่ El Niño 2026-2027 จะมีความรุนแรงใกล้เคียงกับเหตุการณ์ปี 2015-2016 ซึ่งเป็นหนึ่งใน Very strong El Niño ที่รุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ เพราะส่งผลกระทบต่อภูมิอากาศเป็นวงกว้าง ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมในหลายภูมิภาค อีกทั้ง ยังกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประชากรกว่า 60 ล้านคนทั่วโลก

2.    Atmospheric signal

ชั้นบรรยากาศเริ่มตอบสนองต่อการอุ่นตัวของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนมากขึ้น สะท้อนจากดัชนี Southern Oscillation Index (SOI) ที่ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และลดลงสู่ระดับ -1.5 ในเดือน พ.ค. 2026 บ่งชี้ว่า ความแตกต่างของความกดอากาศระหว่างฝั่งตะวันออกและตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังลดลง
ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของการก่อตัวของ El Niño สัญญาณดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลฝั่งมหาสมุทรที่พบว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณ Niño 3.4 ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

ในระยะข้างหน้า หากดัชนี SOI ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของค่า Niño 3.4 จะเป็นสัญญาณว่าลมสินค้า (Trade winds) อ่อนกำลังลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มวลน้ำอุ่นเคลื่อนตัวไปสะสมบริเวณแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งสนับสนุนให้ El Niño ทวีความรุนแรง


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทีทีบี เสร็จสิ้นโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 ระยะเวลา 10 วัน สามารถซื้อหุ้นคืนได้กว่า 6,283 ล้านบาท หรือ 71% ของวงเงิน เตรียมวางแผนสำหรับโครงการถัดไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายซื้อหุ้นคืน วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท
ทีบี ได้ประกาศปรับแผนการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 ให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม พร้อมเพิ่มวงเงินซื้อคืนขึ้นเป็น 8,900 ล้านบาท โดยใช้วิธีการเสนอซื้อเป็นการทั่วไป (General Offer)
7 ก.พ. 2026
จากไทยสู่เวทีโลก! BRIC ขึ้นแท่น Trend Leader มอเตอร์สปอร์ต ปล่อยหมัดเด็ด “เรซซิ่งมังงะ” ปลุกจักรวาล “ฮีโร่นักบิด” สู่ภาพจำระดับอินเตอร์
สนามช้างฯ เดินเกมผู้นำคอนเทนต์สนามแข่งเต็มตัว จุดเทรนด์ใหม่ให้มอเตอร์สปอร์ตเป็นมากกว่าการแข่งขัน ดัน Key Visual จากอัตลักษณ์ไทยสู่ภาษาภาพแบบมังงะ เขย่าวงการสองล้อภูมิภาค สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่
29 พ.ค. 2026
กลุ่ม KTIS ปิดหีบอ้อยปี 68/69 ได้น้ำตาล 8.3 ล้านกระสอบ มากกว่าปีก่อนถึง 23.9%  มั่นใจผลการดำเนินงานปี 69 เติบโต จากรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นทั้งสายธุรกิจน้ำตาลและธุรกิจชีวภาพ
กลุ่ม KTIS เผยปริมาณผลผลิตอ้อยและน้ำตาลฤดูการผลิตปี 2568/2569 ได้อ้อยเข้าหีบตามเป้าที่ 7.5 ล้านตัน สูงกว่าปีก่อนที่มีอ้อย 6.4 ล้านตัน
17 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy