NER รับอานิสงส์ราคายางโลกขาขึ้น หนุนผลงานครึ่งปีหลังเติบโต โบรกฯ ชูราคาเป้าหมายสูงสุด 5.40 บาท/หุ้น คาดกำไร Q2/69 ฟื้นตัว

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ประเมินราคาเป้าหมายกรอบ 5.00-5.40 บาทต่อหุ้น ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" คาดยีลด์ปันผลทั้งปีกว่า 6.6% หลังประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 เริ่มฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน ตามราคาขายยางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ปริมาณขายยังถูกกดดันจากภัยแล้ง ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง
บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 5.40 บาท โดยคาดกำไรสุทธิ Q2/2569 ที่ 327 ล้านบาท คาดมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 10 ล้านบาท กำไรปกติคาดที่ 337 ล้านบาท (+10.8% QoQ, -31.2% YoY) ดีกว่าที่เคยคาดไว้ก่อนหน้าว่าจะลดลงทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากราคาขายที่ฟื้นตัวเร็วกว่าที่บริษัทเคยให้ คำแนะนำไว้ว่าจะดีขึ้น QoQ เพียงเล็กน้อย แต่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นถึง 11-15% QoQ ส่วนปริมาณขายคาดทรงตัวที่ 110,000 ตัน คาดรายได้ที่ 7,150 ล้านบาท
ขณะที่ราคาขายที่สูงขึ้นช่วยหนุน GPM เพิ่มขึ้นจาก 8.6% ใน Q1/2569 เป็น 9.5% ใน Q2/2569 นอกจากนี้ Q3/2569 คาดกำไรเติบโตได้ทั้ง QoQ และ YoY จากราคาขายที่มีโอกาสสูงถึงระดับ 70 บาท/กก. และคาดว่า Q4/2569 มีโอกาสเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี แม้จะปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 4% แต่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจากราคาหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2569 เพียง 5 เท่า และคาดเงินปันผลทั้งปีให้ผลตอบแทน 6.6%
บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" NER ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท โดยคาดการดำเนินงาน Q2/2569 จะดีขึ้น QoQ แม้ปริมาณขายจะลดลง แต่ได้ส่วนช่วยจากราคาขายเพิ่มขึ้น คาดยอดขาย 7,150 ล้านบาท ภายใต้ปริมาณขาย 110,000 ตัน และราคาขายเฉลี่ย 65 บาทต่อกิโลกรัม (+11% QoQ) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 10% จาก 8.6% QoQ คาดกำไรปกติอยู่ที่ 407 ล้านบาท (-17% YoY แต่ +34% QoQ) และกำไรสุทธิ 387 ล้านบาท (-30% YoY แต่ +52% QoQ) โดยยังคงประมาณการเดิม เนื่องจากคาดว่าช่วงที่เหลือของปีจะได้ผลบวกจากราคาขายที่เร่งตัวขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีต่อเนื่อง และยังแนะนำ ซื้อ
บริษัทหลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 5.05 บาท โดยระบุว่า NER จะเริ่มเห็นผลดีจากราคายางพาราที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และคาดผลประกอบการ Q2/2569 กำไรสุทธิ 361 ล้านบาท (-35%YoY, +42%QoQ) จากราคาขายที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 11% QoQ ขณะที่มองว่าครึ่งปีหลัง จะได้รับผลดีจากราคายางพาราที่อยู่ในระดับสูงมากขึ้น จึงยังคงประมาณการกำไรทั้งปีไว้ที่ 1,555 ล้านบาท และยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"
บริษัทหลักทรัพย์ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ "ถือ" แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 5.00 บาท โดยประเมินกำไรปกติ Q2/2569 ที่ 445 ล้านบาท (-9% YoY, +46% QoQ) แม้กำไรปกติจะกลับมาฟื้น QoQ แต่ภาพรวมยังต่ำกว่าคาดจากปริมาณขายชะลอ โดยรายได้อ่อนตัวจากผลกระทบภัยแล้งและส่งออกลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยดีขึ้น +11% QoQ ขณะที่ Q3/2569 เบื้องต้นประเมินกำไรปกติมีโอกาสดีขึ้น YoY และ QoQ ได้ปัจจัยหนุนจากราคายางสูงขึ้น แต่ยังคงมุมมองระมัดระวังจากสถานการณ์ Super El Niño และการแข่งขันตลาดส่งออก



