แชร์

EXIM BANK แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับทัพเสริมกำลัง เดินหน้าบทบาท Export Co-pilot รับมือเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังปี 2569

อัพเดทล่าสุด: 25 ก.ค. 2026
129 ผู้เข้าชม

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แถลงผลการดำเนินงานของ EXIM BANK ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ว่า แม้ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและการค้าโลกจะเริ่มคลี่คลายลง แต่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากมาตรการกีดกันทางการค้า  ความผันผวนด้านพลังงาน และแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ดังนั้น EXIM BANK ยังคงเดินหน้ายกระดับปรับทัพรองรับบทบาท “Export Co-pilot” เพื่อช่วยผู้ประกอบการรับมือความเสี่ยง ขยายโอกาสทางธุรกิจ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569 EXIM BANK ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ได้มากขึ้น ประกอบด้วย 1) Pro-active Revisit ลงพื้นที่เข้าพบลูกค้าทุกรายในพอร์ตสินเชื่อ เพื่อรับฟังสถานการณ์ วิเคราะห์ศักยภาพ และให้การสนับสนุนได้อย่างตรงจุดและทันกาล 2) Products พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ SMEs เช่น มาตรการ “มีทรัพย์ มีทุน” วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง รองรับต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยให้สินเชื่อสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 10 ปี และอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.80% ต่อปี รวมถึงสินเชื่อเอ็กซิมเพื่อส่งเสริมการจ้างงานระยะที่ 3 ที่ได้รับจัดสรรวงเงินเพิ่มเติมอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มการจ้างงาน หรือรักษาการจ้างงานได้ 3) Partners เชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจภายใต้แนวคิด “พี่จูงน้อง” โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการรายใหญ่กับ SMEs ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง และ 4) Projects สนับสนุนโครงการและภาคอุตสาหกรรมที่มีผู้ประกอบการ SMEs อยู่ในห่วงโซ่อุปทานหรือระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) รวมถึงการขับเคลื่อนและส่งเสริมโครงการสำคัญด้านเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม

ควบคู่กันนี้ EXIM BANK ยังคงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยผ่านหลักสูตรต่าง ๆ ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า (Export Studio) เช่น หลักสูตร EXIM 2X รุ่นที่ 2 ซึ่งครอบคลุมองค์ความรู้ด้านการส่งออกอย่างครบวงจร กิจกรรมเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการการค้าด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกิจกรรม Business Matching และการสร้างเครือข่ายพันธมิตร เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ผู้ส่งออกยุคใหม่และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีสากล รวมถึงสนับสนุนการขยายตลาดผ่านทีม Country Connectors ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ อย่างเป็นระบบ ตลอด Supply Chain ของวงจรการค้าระหว่างประเทศ

ด้านการสนับสนุนทางการเงินและการเสริมสภาพคล่อง EXIM BANK มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่จำนวน 22,397 ล้านบาท และมีสินเชื่อคงค้างรวมภาระผูกพันจำนวน 181,278 ล้านบาท สะท้อนบทบาทการสนับสนุนสภาพคล่องของผู้ประกอบการไทยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยมีผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับการสนับสนุนสะสมจำนวน 3,217 ราย คิดเป็นสัดส่วน 78% ของลูกค้าทั้งหมด และมีสินเชื่อคงค้างรวมภาระผูกพันจำนวน 27,688 ล้านบาท ขณะเดียวกัน EXIM BANK ยังเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อและภาระผูกพันเพื่อการลงทุนและการปรับตัวสู่ความยั่งยืน (ESG Financing) จำนวน 90,414 ล้านบาท คิดเป็น 50% ของยอดคงค้างรวม ยิ่งไปกว่านั้น EXIM BANK ยังเตรียมเปิดตัวบริการให้คำปรึกษาการจัดทำรายงานความยั่งยืน สะท้อนบทบาทของธนาคารในการช่วยผู้ประกอบการไทยเตรียมความพร้อมและปรับตัวต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของประเทศคู่ค้า ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยในระยะยาว

ในด้านการบริหารความเสี่ยง EXIM BANK พัฒนาโซลูชันทางการเงินแบบครบวงจรที่ผสานสินเชื่อกับเครื่องมือบริหารความเสี่ยง เพื่อช่วยผู้ประกอบการรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจและขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างมั่นใจ ส่งผลให้มีปริมาณธุรกิจสะสมบริการประกันจำนวน 104,720 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินและความไม่แน่นอนในประเทศคู่ค้า ขณะเดียวกัน EXIM BANK ยังคงสนับสนุนการกระจายฐานการผลิตและการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศ ทำให้มียอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพันเพื่อการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV และ New Frontiers จำนวน 30,865 ล้านบาท โดยมีวงเงินอนุมัติใหม่ 5,024 ล้านบาท

ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ EXIM BANK ยังคงรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมีอัตราส่วนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) อยู่ที่ 4.40% ขณะที่มีการตั้งสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยงอย่างเพียงพอ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 236% สะท้อนความแข็งแกร่งด้านการบริหารความเสี่ยงและวินัยทางการเงินของธนาคาร นอกจากนี้ EXIM BANK ยังดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน การขยายระยะเวลาชำระหนี้ การเสริมสภาพคล่องผ่านสินเชื่ออัตราพิเศษ

ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ในการเป็นมากกว่าสถาบันการเงิน โดยเป็นทั้งพันธมิตรทางธุรกิจและกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 EXIM BANK ยังคงเดินหน้าบทบาท “Export Co-pilot” เคียงข้างผู้ประกอบการ ตอบสนองนโยบายภาครัฐเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงบนเวทีการค้าโลกอย่างยั่งยืนต่อไป


บทความที่เกี่ยวข้อง
HPE Threat Labs เตือนภัยไซเบอร์กำลัง “พลิกเกม” ปรับโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อเร่งและขยายการโจมตีในระดับที่ใหญ่ขึ้น
HPE (NYSE: HPE) เผยผลการศึกษาด้านภัยคุกคามไซเบอร์ฉบับแรก “In the Wild” สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรูปแบบการดำเนินการ
8 เม.ย. 2026
SO คว้า SET ESG Ratings ปี 68 ระดับ BBB  พร้อมมุ่งมั่นสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน
บมจ.สยามราชธานี หรือ SO ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ปี 2568 ระดับ BBB ในกลุ่มบริการ จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG อย่างเป็นรูปธรรม บูรณาการแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม
16 ธ.ค. 2025
กรุงเทพประกันชีวิต คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับเอเชียแปซิฟิก จากเวที Contact Center Associations of Asia Pacific Awards 2025
บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการให้บริการและการดำเนินธุรกิจ คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที Contact Center Associations of Asia Pacific Awards 2025
20 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy