แชร์

จับตา “บับเอลมันเดบ” จุดเสี่ยงใหม่ของการค้าโลก หากเส้นทางเดินเรือหยุดชะงัก หนุนเงินเฟ้อขยายตัวและทิศทางดอกเบี้ยเตรียมรับแรงกดดัน ทองโลกอาจสะดุด

อัพเดทล่าสุด: 1 ส.ค. 2026
301 ผู้เข้าชม

31 กรกฎาคม 2569) – หลังจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้ทั่วโลกจับตาช่องแคบฮอร์มุซในฐานะเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญ ล่าสุด ความสนใจของตลาดเริ่มหันมายัง "ช่องแคบบับเอลมันเดบ" มากขึ้น หลังเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงเผชิญความเสี่ยงจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี จนเกิดความกังวลว่าหากการเดินเรือผ่านช่องแคบแห่งนี้หยุดชะงัก ผลกระทบอาจลุกลามไปไกลกว่าตลาดพลังงาน และกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกในวงกว้าง

ช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb Strait) เป็นเส้นทางเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย ทะเลแดง และคลองสุเอซ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดคอขวดทางทะเลที่สำคัญที่สุดของโลก ปัจจุบันสินค้าประมาณ 12% ของการค้าโลก และราวหนึ่งในสี่ของการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลกต้องอาศัยเส้นทางนี้ ขณะที่น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากตะวันออกกลางจำนวนมากก็ใช้เส้นทางเดียวกันในการส่งออกไปยังยุโรปและบางส่วนของเอเชีย

หากการเดินเรือผ่านช่องแคบแห่งนี้ถูกจำกัดหรือหยุดชะงักลงเรือสินค้าจำนวนมากอาจต้องเปลี่ยนเส้นทาง ไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปแทน ส่งผลให้ระยะเวลาเดินเรือยาวนานขึ้น รวมถึงต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าระวางเรือ และค่าเบี้ยประกันภัยทางทะเลจะปรับตัวสูงขึ้นตามด้วย ขณะเดียวกัน ความล่าช้าในการขนส่งอาจส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลก



บทเรียนที่สะท้อนผลกระทบดังกล่าวได้ชัดเจน คือเหตุการณ์ที่เรือ Ever Given เกยตื้นขวางคลองสุเอซในปี 2564 แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะใช้เวลาเพียง 6 วัน ในการแก้ไขสถานการณ์ แต่กลับทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกหยุดชะงักและต้นทุนการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือสำคัญเพียงแห่งเดียว ก็สามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้างได้

หากสถานการณ์ในทะเลแดงยืดเยื้อ ความเสี่ยงดังกล่าวอาจผลักดันราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งให้สูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งรวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น

สำหรับตลาดทองคำความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาทองคำอาจไม่ได้มีแต่ปัจจัยบวกเพียงด้านเดียว เพราะหากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบอัตราเงินเฟ้อ จะส่งผลให้เฟดต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และอาจเป็นปัจจัยกดดันการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ

ฮั่วเซ่งเฮง มองว่าประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามไม่ใช่เพียงความเสี่ยงที่ช่องแคบบับเอลมันเดบจะถูกปิดหรือไม่ แต่เป็นระยะเวลาที่สถานการณ์จะยืดเยื้อ เนื่องจากยิ่งความตึงเครียดยืดเยื้อเท่าใด ต้นทุนการขนส่ง ราคาพลังงาน และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มเพิ่มมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ในระยะสั้น ความไม่แน่นอนดังกล่าวอาจช่วยหนุนความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อส่งผลให้เฟดชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไป ก็อาจเป็นปัจจัยที่จำกัดการปรับขึ้นของราคาทองคำในระยะถัดไป

ด้านภาพทางเทคนิคราคาทองคำโลกเริ่มฟื้นตัวหลังตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน และได้ตอบรับแนวโน้มที่เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไปพอสมควรแล้ว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวในรอบนี้อาจยังเป็นเพียงการฟื้นตัวทางเทคนิค หลังราคาลงทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 63,800 บาทต่อบาททองคำ) โดยประเมินว่าแนวต้านสำคัญยังอยู่ที่บริเวณ 4,200 - 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 65,000 - 65,800 บาทต่อบาททองคำ

ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่านักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ในทะเลแดงควบคู่กับทิศทางราคาน้ำมัน Bond Yield ค่าเงินดอลลาร์ และท่าทีของเฟดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จะสามารถผลักดันราคาทองคำได้มากเพียงใด หรือจะถูกหักล้างด้วยแรงกดดันจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง


บทความที่เกี่ยวข้อง
เปิดบัญชีเริ่มต้นเพียง 50 บาท กับ “เงินฝาก ธอส. รักการออม” รับอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อปี พร้อมโบนัสพิเศษ 0.25% ต่อปี เมื่อฝากต่อเนื่อง
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปลูกฝังวินัยทางการออมและการวางแผนทางการเงินตั้งแต่วัยเรียนให้กับเด็กและเยาวชน กับ “เงินฝาก ธอส. รักการออม” สำหรับเด็ก นักเรียน และนักศึกษา
28 มี.ค. 2026
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง  PHAT ลุยเข้า mai  ยกระดับธุรกิจปาล์ม สู่การเติบโตยั่งยืน
นางสาวดาริน กาญจนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.
29 พ.ค. 2026
เอเซีย พลัส ครึ่งปีแรก 2569 กำไรโต 516% แตะ 325 ล้านบาท เร่งขยาย Wealth & Asset Management
บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 เติบโตโดดเด่น ทั้งรายได้และความสามารถในการทำกำไร โดยมีรายได้รวม 1,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 324.92 ล้านบาท
25 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy