แชร์

SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจ CLMV ขยายตัวชะลอลงในปี 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงด้านการค้า

อัพเดทล่าสุด: 1 ส.ค. 2026
240 ผู้เข้าชม

เศรษฐกิจ CLMV ชะลอลง ท่ามกลางศักยภาพในการรับมือแรงกระแทกจากภายนอกที่แตกต่างกัน

SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ CLMV มีแนวโน้มขยายตัวที่ 6.2% ในปี 2569 ชะลอลงจาก 7.1% ในปี 2568 โดยเป็นการชะลอตัวในวงกว้างครอบคลุมทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชาคาดว่าจะขยายตัว 3.7% ลดลงจาก 5.3% ในปี 2568 สปป.ลาว 4.1% จาก 4.8% ปีก่อน เวียดนาม 7.1% จาก 8.0% ปีก่อน และเมียนมา 2.6% จาก 3.4% ปีก่อน

การชะลอตัวของเศรษฐกิจ CLMV สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมภายนอกที่ท้าทายมากขึ้น ประกอบกับข้อจำกัดของการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้ออาจทำให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ค่าเงินสกุลท้องถิ่นอ่อนค่าลง และส่งผลให้การผ่อนคลายนโยบายการเงินล่าช้า ซึ่งจะกดดันอุปสงค์ภายในประเทศและเสถียรภาพระบบการเงิน ขณะเดียวกัน การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มกดดันการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ขณะที่ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินของจีนและการนำเข้าสินค้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ผู้ผลิตในประเทศเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากการใช้มาตรการภาษีภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะต่อเวียดนามและกัมพูชา ซึ่งพึ่งพาตลาดส่งออกสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง

ปัจจัยสนับสนุนเฉพาะของแต่ละประเทศจะช่วยประคองเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง แต่ภาพรวมเศรษฐกิจ CLMV ยังมีแนวโน้มชะลอลง โดยเวียดนามยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของภูมิภาค ขณะที่กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมาจะพึ่งพาปัจจัยสนับสนุนเฉพาะด้านเพื่อบรรเทาแรงส่งทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง

เศรษฐกิจเวียดนาม มีแนวโน้มเติบโตได้แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม CLMV โดยได้รับแรงหนุนจากการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์โลก การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ภาคการท่องเที่ยวที่ยังฟื้นตัวดี เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และนโยบายเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการเติบโต อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาการส่งออกในระดับสูงทำให้เวียดนามยังคงความเปราะบางต่ออุปสงค์โลกที่ชะลอลง ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน และความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมภายใต้มาตรา 301

เศรษฐกิจกัมพูชา มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงมาก จากต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้น อุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ
ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และหนี้เสียที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมเบาที่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนได้ เช่น สิ่งทอ การส่งออกที่ยังแข็งแกร่ง และทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพียงพอจะช่วยรับมือกับแรงกดดันจากภายนอก รวมถึงความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายในระยะสั้นได้

เศรษฐกิจ สปป.ลาว มีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากเงินกีบที่อ่อนค่าทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าและเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ธนาคารกลางมีข้อจำกัดในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การส่งออกไฟฟ้าและภาคการท่องเที่ยวยังเป็นแรงพยุงสำคัญ ขณะที่หนี้ต่างประเทศที่อยู่ในระดับสูงและพื้นที่เชิงนโยบายที่จำกัด ทำให้เสถียรภาพด้านต่างประเทศยังคงเปราะบาง

เศรษฐกิจเมียนมา มีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างเปราะบาง แม้ได้รับแรงหนุนบางส่วนจากอุปสงค์ต่างประเทศ การส่งออกแร่หายาก และการฟื้นฟูประเทศหลังเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยังยืดเยื้อ ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง และเศรษฐกิจภายในประเทศที่อ่อนแอ จะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จำกัดการเติบโตของเศรษฐกิจ

นัยต่อประเทศไทย : ไทยมีแนวโน้มเกินดุลการค้ากับ CLMV ลดลง และเลือกลงทุนอุตสาหกรรมศักยภาพมากขึ้น

การเกินดุลการค้าของไทยกับกลุ่มประเทศ CLMV มีแนวโน้มลดลงในปี 2569 โดยการส่งออกไทยไปตลาดนี้อาจชะลอตามอุปสงค์ในภูมิภาคที่อ่อนแอและความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังดำเนินต่อเนื่อง ขณะที่การนำเข้าจากกลุ่มประเทศ CLMV มีแนวโน้มยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI จากเวียดนาม เช่น คอมพิวเตอร์ และเครื่องจักร

ขณะที่การลงทุนทางตรงของไทยในกลุ่มประเทศ CLMV มีแนวโน้มชะลอลง จากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจระมัดระวังในการตัดสินใจลงทุน และมุ่งเลือกลงทุนเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม CLMV ยังคงมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อภาคธุรกิจไทยในระยะยาว จากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิต ศักยภาพด้านการส่งออกของ CLMV ไปยังตลาดต่างประเทศ และบทบาทในการเชื่อมโยงกับตลาดภายในภูมิภาค


บทความที่เกี่ยวข้อง
‘CardX’ ตอกย้ำอินไซต์ลูกค้าเวลธ์ จับมือ ‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’  เปิดแคมเปญ ‘SATURDAY IS FOR SHOPPING’ โปรแรงแห่งปี
บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์การเงินระดับพรีเมียม ร่วมกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดตัวแคมเปญ ‘SATURDAY IS FOR SHOPPING’
25 มี.ค. 2026
MOSHI ฟอร์มสวย ผลงาน Q1/69 กำไรสุทธิพุ่ง 22.4% คงเป้ารายได้ทั้งปีโต 15-20%  กางกลยุทธ์บริหารต้นทุน-ขยายสาขา รับมือค้าปลีกชะลอและขนส่งโลกผันผวน
‘บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 ด้วยรายได้จากการดำเนินงาน 984.41 ล้านบาท เติบโต 17.3% และกำไรสุทธิ 190.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% (YoY)
14 พ.ค. 2026
ยูโอบี ผนึก กว่า 30 โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เปิดแคมเปญ UOB We Care จ่ายค่าเทอม ไม่มีค่าธรรมเนียม-ผ่อน 0% รับแนวโน้มตลาดการศึกษานานาชาติขยายตัวต่อเนื่อง
ในภาพ: นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย, นายธีรวัฒน์ ตรีรัตน์ดิลกกุล กรรมการผู้จัดการ Head of Cards & Payment Products ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และผู้บริหารจากโรงเรียนนานาชาติชั้นนำที่ร่วมรายการ
18 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy