แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.00-33.60 ติดตามข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

อัพเดทล่าสุด: 3 ส.ค. 2026
214 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.60 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.40 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.33-33.69 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ด้วยมติ 9 ต่อ 3 โดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุยาวถูกเทขายอย่างหนัก หลังประธานเฟดไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้เรื่องการตัดสินใจคงดอกเบี้ยในครั้งนี้ซึ่งมีกรรมการ 3 รายลงมติคัดค้านเสียงส่วนใหญ่ ตลาดกังวลว่าหากเฟดมีบทบาทเชิงรุกน้อยลง ความเสี่ยงที่จะตอบสนองต่อเงินเฟ้อล่าช้ากว่าที่ควร (Behind the Curve) จะเพิ่มขึ้น ส่วนค่าเงินเยนพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และตลาดคาดว่าน่าจะเกิดจากการแทรกแซงค่าเงินของกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ตามคาด โดยรายงานเศรษฐกิจแสดงความกังวลเรื่องค่าเงินและแรงกดดันเงินเฟ้อ ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี)คงดอกเบี้ยที่ 3.75% ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทย 112 ล้านบาท และ 10,283 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า นักลงทุนจะให้ความสนใจกับข้อมูลจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยมีความไม่แน่นอนมากขึ้น เนื่องจากตลาดเริ่มไม่มั่นใจต่อรูปแบบการตอบสนองเชิงนโยบาย (Reaction Function) ของเฟดภายใต้การนำของประธาน Warsh และความน่าเชื่อถือของเฟดถูกตั้งคำถามในวงกว้าง นอกจากนี้ การแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกันของสหรัฐฯและญี่ปุ่นเพื่อประคองค่าเงินเยนสะท้อนว่าสหรัฐฯต้องการแก้ไขภาวะค่าเงินเยนที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานอย่างมาก และพร้อมที่จะเข้าร่วมการแทรกแซงตลาดเพิ่มเติมหากจำเป็น

สำหรับปัจจัยในประเทศ ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยแคบลงสู่ 3.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าขณะที่ราคาพลังงานปรับสูงขึ้นและการท่องที่ยวได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจได้แรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกและการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ธปท.ระบุว่าประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ พัฒนาการความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นโยบายการค้าสหรัฐฯ การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ค่าครองชีพและต้นทุนการผลิต ประสิทธิผลของมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงปรากฏการณ์เอลนีโญ


บทความที่เกี่ยวข้อง
อีซูซุจัดแคมเพจ์นใหญ่ส่งท้ายปี MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ ลุ้นรับบัตรน้ำมันและส่วนลดพิเศษมากมาย
อีซูซุตอกย้ำแนวคิด ISUZU Trusted Buddyอีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย จัดแคมเพจ์นขอบคุณลูกค้าสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ
7 พ.ย. 2025
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ต่อยอดแคมเปญฉลอง 140 ปี ชวนลูกค้าที่เลขไมล์เกิน 140,000 กิโลเมตร  รับส่วนลดสูงสุด 40% สำหรับอะไหล่แท้ Genuine Parts กว่า 14 กลุ่มรายการ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดแคมเปญบริการหลังการขายในโอกาสเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) ชวนลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และมีเลขไมล์ตั้งแต่ 140,000 กิโลเมตร ขึ้นไป รับสิทธิพิเศษ
13 ส.ค. 2026
“กิฟฟารีน” ประเดิมต้นปี 2569 คืนกำไรสู่สังคมไทย!  มอบเงินกว่า 330,000 บาท สนับสนุน 11 องค์กรการกุศล
แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด มอบเงินกว่า 330,000 บาท ในงานประชุมสามัญประจำปี 2569 เพื่อสนับสนุน 11 องค์กรการกุศล โดยมีผู้แทนจากมูลนิธิขาเทียมฯ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.)
27 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy