แชร์

ผู้เชี่ยวชาญภาคการเงินชี้ AI เปลี่ยนโฉมภัยไซเบอร์ เร่งองค์กรยกระดับการบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่พันธมิตร

อัพเดทล่าสุด: 8 ส.ค. 2026
261 ผู้เข้าชม

ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารกลุ่มงาน Enterprise Risk and Infrastructure สายงานบริหารความเสี่ยง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นวิทยากรงานเสวนา CYSEC THAILAND 2026 หัวข้อ ‘Cybersecurity Regulations, Data Protection & Ransomware: Strengthening Defences Against Financial Cybercrime’ ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากองค์กรชั้นนำ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากภาคการเงินและประกันภัย เห็นพ้องว่า การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของอาชญากรไซเบอร์กำลังทำให้ภัยคุกคามทางการเงินมีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น ขณะที่องค์กรจำเป็นต้องยกระดับการบริหารความเสี่ยงทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่พันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่


ดร.นงนุช กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารและสถาบันการเงินพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอกมากขึ้นรวมถึงการเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม e-commerce platform ผู้ให้บริการ Cloud หรือผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ ทำให้การบริหารความเสี่ยงของบุคคลที่สาม (Third-party Risk Management) กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันภัยไซเบอร์ เพราะจุดอ่อนของพันธมิตรอาจกลายเป็นช่องโหว่ของทั้งระบบได้

ดังนั้น องค์กรควรนำความพร้อมด้านการบริหารความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของผู้ให้บริการมาเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกคู่ค้า โดยพิจารณาทั้งมาตรการรักษาความปลอดภัย แผนรับมือเหตุการณ์ไซเบอร์ ตลอดจนบทบาทและความรับผิดชอบเมื่อเกิดการโจมตีหรือระบบขัดข้อง ซึ่งควรกำหนดไว้อย่างชัดเจนในสัญญาจ้างงาน นอกจากนี้ การติดตามและประเมินความเสี่ยงของผู้ให้บริการแบบต่อเนื่อง (Real-time Monitoring) ยังเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงตลอดระยะเวลาการให้บริการ

ดร.นงนุช ยังกล่าวว่า การนำ AI มาใช้ของอาชญากรไซเบอร์กำลังเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอีเมลฟิชชิงที่ใกล้เคียงหรือสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น การใช้ AI เพื่อโจมตีระบบแบบอัตโนมัติ หรือการสร้าง Deepfake เพื่อหลอกลวงสถาบันการเงินและลูกค้า ส่งผลให้ภาคการเงินจำเป็นต้องลงทุนด้าน AI เพื่อเสริมศักยภาพการป้องกันภัยไซเบอร์ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการทดสอบช่องโหว่ของระบบอย่างสม่ำเสมอ

พร้อมกันนี้ ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมดิจิทัลและการชำระเงินแบบไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้สถาบันการเงินต้องพัฒนาขีดความสามารถในการรับมือภัยไซเบอร์ให้ก้าวทันความเสี่ยงที่ซับซ้อนมากขึ้น โดย AI จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการและการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง การตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ การตรวจจับการโจมตีทางไซเบอร์ และการฟื้นฟูระบบให้กลับมาดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

ผู้ร่วมเสวนาต่างเห็นตรงกันว่า การสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในยุค AI นอกจากการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมายหรือกฎระเบียบ ต้องอาศัยการลงทุนด้านเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และความร่วมมือระหว่างองค์กรในระบบนิเวศทางการเงิน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และรักษาความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทีทีบี คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที IAA AWARDS 2025 ตอกย้ำความเป็นผู้นำองค์กรด้านวิสัยทัศน์และความโปร่งใส
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ตอกย้ำศักยภาพผู้นำองค์กรในตลาดทุนไทย คว้า 2 รางวัลอันทรงเกียรติในกลุ่มธนาคาร ได้แก่ รางวัล Outstanding CEO และรางวัล Best IR จากเวที IAA AWARDS for Listed Companies 2025
7 พ.ย. 2025
Krungthai WEALTH จับมือ กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดมิติใหม่การส่งต่อมรดกผ่าน “Worldclass Legacy 99/5” ก้าวออกจากกรอบ สู่ความมั่งคั่งไร้พรมแดน
Krungthai WEALTH โดย ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับ กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ “Borderless Legacy” สำหรับลูกค้าและทายาท
18 พ.ค. 2026
Krungthai CIO ชี้ Big Tech เร่งลงทุน AI หนุนโอกาส Semiconductors–Hardware ขณะ “Monetization” เป็นตัวชี้ขาด
Krungthai CIO มองตลาดหุ้นไทยและญี่ปุ่นฟื้นตัวระยะสั้น จากความชัดเจนทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ประเมินตลาดการเงินโลกยังผันผวนจากความไม่แน่นอน
10 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy