AURORA เผยเบื้องหลังการทรานส์ฟอร์มธุรกิจ พลิกภาพร้านทองสู่ Modern Gold & Lifestyle Retail Brand ไต่อันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่อง 3 ปี

AURORA หรือ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยเบื้องหลังการทรานส์ฟอร์มธุรกิจที่ผลักดันแบรนด์จาก "ร้านทอง" สู่ Modern Gold & Lifestyle Retail Brand สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทไทยที่ได้รับการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์ไทยที่สามารถแข่งขันและเติบโตบนเวทีระดับภูมิภาค
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนผ่านการได้รับการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2569 โดย AURORA ก้าวกระโดดขึ้นถึง 44 อันดับ สู่อันดับ 243 จากอันดับ 287 ในปี 2568 และอันดับ 308 ในปี 2567 ซึ่งเป็นการไต่อันดับต่อเนื่องตลอดสามปีที่ผ่านมา การจัดอันดับดังกล่าวอ้างอิงจากผลการดำเนินงานของปี 2568 ที่บริษัทมีรายได้เติบโต 28.2% แตะ 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่ขับเคลื่อนการเติบโตจากความสามารถในการสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค มากกว่าการพึ่งพาปัจจัยด้านราคาทองคำ
การไต่อันดับอย่างต่อเนื่องไม่ได้สะท้อนเพียงผลประกอบการที่เติบโตขึ้น แต่แสดงถึงความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจร้านทองแบบดั้งเดิม สู่แบรนด์ค้าปลีกยุคใหม่ที่เติบโตบนพื้นฐานของความเข้าใจผู้บริโภค ผ่านการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และนวัตกรรมสินค้า จนสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดและขยายศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาค
เข้าใจผู้บริโภค จุดเริ่มต้นของการเติบโต
AURORA เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคคือจุดเริ่มต้นของการเติบโตทางธุรกิจ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทพบว่าบทบาทของ "ทองคำ" ได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน จากสินทรัพย์เพื่อการลงทุนหรือการเก็บออม สู่สินค้าไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตน เป็นของขวัญในโอกาสสำคัญ และเป็นการให้รางวัลกับตัวเอง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ AURORA ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Consumer-Centric) และใช้ข้อมูล (Data-Driven) เป็นหัวใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ลูกค้า เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับทองคำ และขยายโอกาสทางธุรกิจไปสู่การใช้งานในชีวิตประจำวัน มากกว่าการซื้อเพื่อการลงทุนเพียงอย่างเดียว
นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วกว่าราคาทอง และนั่นคือเหตุผลที่ AURORA ต้องเปลี่ยนให้เร็วกว่าตลาด สำหรับ AURORA การปรับตัวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวแต่เป็น DNA ขององค์กร เราเชื่อว่าธุรกิจทองคำอาจเปลี่ยนแปลงไปตามภาวะตลาด แต่สิ่งที่เปลี่ยนเร็วที่สุดคือความต้องการของผู้บริโภค หน้าที่ของเราคือเข้าใจการเปลี่ยนแปลงนั้นให้เร็วกว่าตลาด และเปลี่ยนอินไซต์เหล่านั้นให้กลายเป็นสินค้า บริการ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ทำให้ทองคำมีความหมายมากกว่าการลงทุน แต่เป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต
ข้อมูลลูกค้าของ AURORA สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยปัจจุบันลูกค้าอายุ 30-49 คิดเป็น 58.24% ของฐานลูกค้าทั้งหมด ขณะที่กลุ่มลูกค้าอายุ 20–29 ปีมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้ ขณะที่การซื้อทองคำเพื่อเป็นของขวัญและโอกาสพิเศษคิดเป็น 40% ของยอดซื้อทั้งหมด แนวโน้มดังกล่าวทำให้โอกาสในการเติบโตของตลาดทองไม่ได้จำกัดอยู่เพียงฤดูกาลการลงทุนอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่การบริโภคในชีวิตประจำวันและโอกาสพิเศษที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่การเฉลิมฉลองความสำเร็จ การมอบเป็นของขวัญ ไปจนถึงการแสดงออกถึงตัวตน ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา”
นวัตกรรมสินค้าและประสบการณ์ที่สร้างความแตกต่าง
เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง AURORA เดินหน้าพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง โดยไม่หยุดนิ่งในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ผ่านการวิเคราะห์ฟีดแบคความคิดเห็นจากผู้บริโภค แล้วออกแบบบริการที่คิดแทนลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เกินความคาดหวัง
บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมสินค้าและประสบการณ์ที่สร้างความแตกต่าง ผ่านการออกแบบคอลเลกชันใหม่ การต่อยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับทองคำในหลากหลายโอกาส โดยหนึ่งในตัวอย่าง คือ การเปิดตัวการ์ดทองแผ่น Disney Collection ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค อย่างคอลเลคชัน Princess ล่าสุด ที่ช่วยขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่อายุ 20-39 ปีมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังยกระดับ Customer Experience ผ่านกลยุทธ์ Omni Channel ที่เชื่อมโยงประสบการณ์ระหว่างช่องทางออนไลน์และหน้าร้านอย่างไร้รอยต่อ ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานการบริการและการเข้าถึงที่สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดและยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
เดินหน้าต่อยอดการเติบโตในปี 2569
แม้ว่าการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 จะอ้างอิงจากผลการดำเนินงานของปี 2568 แต่ในปี 2569 AURORA ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตของยอดขาย 57.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 86% ขณะที่กลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนการเติบโตของ AURORA ในวันนี้ไม่ได้มาจากราคาทองคำเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสามารถในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสินค้า บริการ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
ในปีนี้ AURORA จะเดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ Modern Gold & Lifestyle Retail Brand ผ่านการพัฒนานวัตกรรมสินค้า การสร้างคอลเลกชันที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในหลากหลายโอกาส พร้อมการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุก Touchpoint และการขยายเครือข่ายสาขา เพื่อทำให้ทองคำเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุกช่วงเวลาของชีวิตมากยิ่งขึ้น
นายอนิพัทย์ กล่าวว่า "สำหรับช่วงครึ่งปีหลังเป้าหมายของ AURORA ไม่ใช่การขายทองคำมากขึ้น แต่คือการทำให้ทองคำเข้าไปอยู่ในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิตผู้คน เราจะเดินหน้าใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมสินค้าเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโต พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจค้าปลีกทองคำของประเทศไทย เราเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจในอนาคตไม่ได้วัดจากจำนวนสาขาหรือยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสามารถในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้บริโภค และทำให้ทองคำกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในทุกช่วงเวลาสำคัญ นั่นคือทิศทางที่ AURORA จะเดินหน้าต่อไป"



